บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
51.00
+0.50 (+0.99%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้ จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตด้วยตนเองซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ ตลอดจนค่าใช้จ่ายบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้จากการขายรวมจํานวน 17,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% โดยรายได้การรับจ้างจัดจําหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้น 47.9% จากผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและกลุ่มผู้บริโภคที่ขยายตัวมากขึ้น
ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในกลุ่มอื่นๆ ทดแทนการปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองตามการ ชะลอตัวของสภาวะเศรษฐกิจท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่มีอยู่ตลอดทั้งปี
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6639 out_tok=2484 at=2026-07-25T11:05:59 -->
# CBG กำไรปี 65 หด 21% รับต้นทุนพุ่งกดดัน GPM - รายได้รวมโต 11%
## รายได้รวม CBG ปี 65 เติบโต 11% แต่กำไรสุทธิลดลง 21% เหตุต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานพุ่ง กด GPM วูบ
บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 19,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 21% มาอยู่ที่ 2,286 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ CBG ในปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอลูมิเนียม รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อ GPM ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทดำเนินการผลิตเอง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดย GPM รวมลดลงจาก 36% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 29% ในปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานส่งผลกระทบต่อ GPM โดยตรง เนื่องจากเป็นต้นทุนหลักในการผลิตเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงค์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ CBG นอกจากนี้ สัดส่วนรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทดำเนินการผลิตด้วยตนเองลดลงจาก 73% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 66% ของรายได้จากการขายรวมในปี 2565 ซึ่งหมายความว่าสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า (เช่น การรับจ้างจัดจำหน่าย) เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มต้นทุนในอนาคต หรือมาตรการในการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อชดเชยผลกระทบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การที่ GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 11% แตะ 19,215 ล้านบาท:** ได้แรงหนุนหลักจากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้บุคคลภายนอกที่เพิ่มขึ้น 50% และรายได้จากการผลิตและขายขวดแก้วที่เพิ่มขึ้น 20%
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 21% เหลือ 2,286 ล้านบาท:** เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 36% เหลือ 29%
* **GPM รวมลดลง 7%:** สาเหตุหลักจากต้นทุนอลูมิเนียมและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงสัดส่วนรายได้จากการผลิตเองที่ลดลง
* **รายได้ในประเทศเติบโต 1%:** ได้รับแรงหนุนจากเครื่องดื่มคาราบาวแดง และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "คันโซคูณสอง"
* **รายได้ส่งออกลดลง 1%:** แม้ CLMV เติบโต 4% โดยเฉพาะเวียดนามที่โต 60% แต่ภาพรวมยังถูกฉุดจากประเทศอื่น
* **รายได้ในอังกฤษเติบโต 48%:** จากการออกสินค้าและบรรจุภัณฑ์ใหม่ รวมถึงช่องทางจำหน่ายผ่านปั๊มน้ำมัน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5%:** โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 13% ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 CBG มีรายได้จากการขายรวม 19,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกเติบโตโดดเด่นถึง 50% จากการขยายช่องทางหน่วยรถเงินสด ขณะที่รายได้จากการผลิตและจำหน่ายขวดแก้วก็เพิ่มขึ้น 20% อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมลดลง 9% มาอยู่ที่ 5,633 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 36% ในปีก่อนหน้า เหลือ 29% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ประกอบกับสัดส่วนรายได้จากการผลิตเองที่ลดลง ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5% เป็น 3,078 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 13% แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10% ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 30% จากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 21% มาอยู่ที่ 2,286 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 4% โดยเวียดนามมีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 60%
* **การขยายช่องทางจัดจำหน่าย:** การใช้ประโยชน์จากช่องทางหน่วยรถเงินสดที่เข้าถึงร้านค้าปลีกได้กว่า 180,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ช่วยหนุนรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่:** การออกสินค้าและบรรจุภัณฑ์ใหม่ในตลาดอังกฤษช่วยตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "คันโซคูณสอง" ในประเทศที่เน้นสุขภาพ
* **การผลิตและจำหน่ายขวดแก้ว:** รายได้จากการผลิตและขายขวดแก้วให้แก่บริษัทคู่ค้ามีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับยอดขายและแผนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของคู่ค้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ราคาอลูมิเนียมและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยกดดัน GPM และความสามารถในการทำกำไร
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** ตลาดมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่ารายได้ส่งออกจะลดลงเล็กน้อย แต่การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในตลาดที่มีความผันผวน
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น อาจส่งผลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บางประเภท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** จะมีทิศทางอย่างไร และบริษัทจะมีมาตรการบริหารจัดการต้นทุนอย่างไร
* **ผลการดำเนินงานของผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะ "คันโซคูณสอง" และผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดอังกฤษ จะสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การเติบโตในตลาด CLMV:** โดยเฉพาะเวียดนาม จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้หรือไม่
* **ประสิทธิภาพของช่องทางหน่วยรถเงินสด:** จะสามารถขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายจากการรับจ้างจัดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **ค่าใช้จ่ายในการเป็นผู้สนับสนุนกีฬาฟุตบอล:** การรับรู้ค่าใช้จ่ายนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายขายและบริหารอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume และราคาขาย:** แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่ GPM ที่ลดลงสะท้อนว่าต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างอลูมิเนียมที่ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง
* **GPM:** การลดลงของ GPM จาก 36% เป็น 29% เป็นจุดที่น่ากังวลที่สุด แสดงถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่รุนแรง
* **ช่องทางขาย:** การเติบโตของรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย 50% ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของช่องทางหน่วยรถเงินสด ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้า
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 381 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้ส่งออกโดยรวมลดลงเล็กน้อย แต่การเติบโตในเวียดนามเป็นสัญญาณที่ดี ขณะที่ตลาดอังกฤษเติบโตได้ดีจากการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และช่องทาง
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมของ CBG อยู่ที่ 20,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 853 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,474 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 399 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 454 ล้านบาท มาอยู่ที่ 10,565 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CBG ในปี 2565 เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงเติบโตได้จากการขยายช่องทางการขายและการผลิตขวดแก้ว แต่แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานได้บั่นทอนผลกำไรสุทธิลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนต้องจับตาแนวโน้มต้นทุนและกลยุทธ์การบริหารจัดการของบริษัทฯ ในระยะต่อไป รวมถึงการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่และตลาดต่างประเทศ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CBG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,667.42
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
กำไรขั้นต้น
1,472.75
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.99
%
กำไรสุทธิ
142.43
ล้านบาท
↓ 81.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.51
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,667
↓ -5.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,473
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
142
↓ -81.8%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CBG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
16.99
ROA (%)
16.61
Book Value/หุ้น
14.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CBG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,470
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+225
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CBG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,469.72
+21.08%
|
-2,039.75
+22.98%
|
-1,658.64
-11.53%
|
-1,874.88
-5.31%
|
-1,980.11
-344.37%
|
810.30
-48.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
224.58
+4.16%
|
215.62
-51.45%
|
444.10
+32.27%
|
335.75
-51.76%
|
696.06
-141.68%
|
-1,670.17
+286.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,285.06
-50.39%
|
2,590.43
+161.69%
|
989.90
-48.01%
|
1,904.00
+0.39%
|
1,896.69
+1,715.19%
|
104.49
-106.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-938.02
-221.25%
|
773.64
-427.05%
|
-236.55
-165.43%
|
361.54
-39.35%
|
596.06
+156,757.89%
|
0.38
-99.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|
961.95
+599.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,482.91
+7.14%
|
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|