บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
51.00
+0.50 (+0.99%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้ จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตด้วยตนเองซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ ตลอดจนค่าใช้จ่ายบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้จากการขายรวมจํานวน 17,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% โดยรายได้การรับจ้างจัดจําหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้น 47.9% จากผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและกลุ่มผู้บริโภคที่ขยายตัวมากขึ้น
ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในกลุ่มอื่นๆ ทดแทนการปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองตามการ ชะลอตัวของสภาวะเศรษฐกิจท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่มีอยู่ตลอดทั้งปี
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6608 out_tok=2302 at=2026-07-25T13:19:56 -->
# CBG กำไรสุทธิ Q1/65 หดตัว 5.7% รับแรงกดดันต้นทุน-Product Mix
## รายได้รวมโต 18.7% แต่กำไรขั้นต้นวูบ เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-สัดส่วนสินค้าหลักลดลง
บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 4,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 5.7% มาอยู่ที่ 660 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อที่สูงขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ตามยอดขาย (Product mix) ที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของ CBG ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลง คือ **การเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ตามยอดขาย (Product mix) และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** โดยกำไรขั้นต้นลดลง 5.7% มาอยู่ที่ 1,466 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 38.6% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 30.7%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจากสัดส่วนรายได้ของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการผลิตเองภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง (ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก) ลดลงจาก 78.2% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 62.5% ของรายได้จากการขายรวม ในขณะเดียวกัน รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 100.7% การเปลี่ยนแปลง Product mix นี้ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นลดลง นอกจากนี้ บริษัทยังเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาอลูมิเนียม ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในกระบวนการผลิต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาต่อเนื่อง จากเอกสารระบุว่าการปรับเปลี่ยนกฎหมายนำเข้าของประเทศจีนที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายในจีนนั้นได้รับการแก้ไขแล้ว และบริษัทฯ สามารถดำเนินการผลิตเพื่อส่งออกได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก รวมถึงความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์ Product mix ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 18.7%** แตะ 4,783 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกที่เพิ่มขึ้น 100.7% และรายได้อื่นจากการผลิตขวดแก้วที่เพิ่มขึ้น 305.9%
* **กำไรสุทธิลดลง 5.7%** อยู่ที่ 660 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นหดตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 38.6% ใน Q1/64 เหลือ 30.7% ใน Q1/65
* **ต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อเพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะราคาอลูมิเนียม เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **รายได้ในประเทศลดลง 5.0%** จากการหดตัวของตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง
* **รายได้ต่างประเทศลดลง 5.2%** แม้กลุ่ม CLMV จะเติบโต 2.0% แต่จีนลดลง 71.3% จากการปรับกฎหมายนำเข้า (ปัจจุบันแก้ไขแล้ว)
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลง** อยู่ที่ 15.2% จาก 18.0% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 4,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกที่เติบโตถึง 100.7% และรายได้อื่นจากการผลิตขวดแก้วที่เพิ่มขึ้น 305.9% อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 5.7% มาอยู่ที่ 1,466 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 38.6% เป็น 30.7% โดยมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ตามยอดขาย และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอลูมิเนียม ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวมอยู่ที่ 727 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% และคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการขายที่ลดลงเหลือ 15.2% จาก 18.0% ในปีก่อน ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เท่ากับ 660 ล้านบาท ลดลง 5.7%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่าย:** การขยายช่องทางผ่านหน่วยรถเงินสดกว่า 300 คัน เข้าถึงร้านค้าปลีกกว่า 180,000 ร้านค้าทั่วประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้ในส่วนนี้
* **การผลิตขวดแก้ว:** รายได้จากการผลิตและขายขวดแก้วให้แก่บุคคลภายนอกผ่านบริษัท APG มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามคำสั่งซื้อของคู่ค้า
* **การแก้ไขกฎหมายนำเข้าจีน:** การปรับเปลี่ยนกฎหมายนำเข้าของประเทศจีนได้รับการแก้ไขแล้ว ทำให้บริษัทฯ สามารถกลับมาดำเนินการผลิตเพื่อส่งออกได้ตามปกติ
* **การเติบโตในตลาดอังกฤษ:** ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่าน Modern trade ในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มเติบโตได้ดี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอลูมิเนียม เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** สภาวะตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศที่หดตัว อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์หลัก
* **ความผันผวนของตลาดต่างประเทศ:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และสภาพการแข่งขันในตลาดต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย/ข้อบังคับ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายนำเข้าของประเทศจีนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น อลูมิเนียม และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* กลยุทธ์การบริหารจัดการ Product mix เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* การฟื้นตัวของยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนและกัมพูชา
* ประสิทธิภาพการขยายช่องทางจัดจำหน่ายในธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่าย
* ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศต่อตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume และ Product Mix:** รายได้จากผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตเองลดลง 5.1% โดยเฉพาะในประเทศที่ลดลง 5.0% สอดคล้องกับตลาดรวมที่หดตัว แต่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 100.7% ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่า ทำให้ภาพรวม GPM ลดลงอย่างชัดเจน
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอลูมิเนียม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ GPM ของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเอง
* **ช่องทางขาย:** การขยายช่องทางหน่วยรถเงินสดสำหรับธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่เป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้ส่งออกโดยรวมลดลง 5.2% แม้ CLMV จะเติบโตเล็กน้อย แต่จีนลดลงมากจากปัญหาด้านกฎหมายนำเข้า (ปัจจุบันแก้ไขแล้ว) การเติบโตใน UK จาก Modern trade เป็นสัญญาณที่ดี
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในงวดนี้
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากสต็อก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64 ล้านบาท จากลูกหนี้การค้าและเงินสดที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมลดลง 567 ล้านบาท มาอยู่ที่ 8,507 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 632 ล้านบาท มาอยู่ที่ 10,743 ล้านบาท สะท้อนกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
## สรุปท้าย
CBG ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่เน้นธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายมากขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากธุรกิจดังกล่าวและธุรกิจผลิตขวดแก้ว แต่กำไรสุทธิกลับลดลง อย่างไรก็ตาม ปัญหาในตลาดจีนได้รับการแก้ไขแล้ว และการขยายช่องทางขายยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์ Product mix เพื่อฟื้นฟูอัตรากำไรในระยะต่อไปได้หรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CBG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,667.42
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
กำไรขั้นต้น
1,472.75
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.99
%
กำไรสุทธิ
142.43
ล้านบาท
↓ 81.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.51
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,667
↓ -5.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,473
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
142
↓ -81.8%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CBG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
16.99
ROA (%)
16.61
Book Value/หุ้น
14.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CBG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,470
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+225
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CBG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,469.72
+21.08%
|
-2,039.75
+22.98%
|
-1,658.64
-11.53%
|
-1,874.88
-5.31%
|
-1,980.11
-344.37%
|
810.30
-48.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
224.58
+4.16%
|
215.62
-51.45%
|
444.10
+32.27%
|
335.75
-51.76%
|
696.06
-141.68%
|
-1,670.17
+286.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,285.06
-50.39%
|
2,590.43
+161.69%
|
989.90
-48.01%
|
1,904.00
+0.39%
|
1,896.69
+1,715.19%
|
104.49
-106.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-938.02
-221.25%
|
773.64
-427.05%
|
-236.55
-165.43%
|
361.54
-39.35%
|
596.06
+156,757.89%
|
0.38
-99.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|
961.95
+599.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,482.91
+7.14%
|
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|