บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
51.00
+0.50 (+0.99%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้ จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตด้วยตนเองซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ ตลอดจนค่าใช้จ่ายบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้จากการขายรวมจํานวน 17,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% โดยรายได้การรับจ้างจัดจําหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้น 47.9% จากผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและกลุ่มผู้บริโภคที่ขยายตัวมากขึ้น
ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในกลุ่มอื่นๆ ทดแทนการปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองตามการ ชะลอตัวของสภาวะเศรษฐกิจท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่มีอยู่ตลอดทั้งปี
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6468 out_tok=2724 at=2026-07-25T12:45:23 -->
# CBG กำไรสุทธิ Q2/65 หดตัว 23% YoY รับแรงกดดัน Product Mix และต้นทุนวัตถุดิบ
## รายได้รวมโต 5% แต่ GPM หด 7% กดดันกำไรสุทธิ ขณะฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 5,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 23% YoY มาอยู่ที่ 742 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่เปลี่ยนแปลงไป และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของ CBG ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการผลิตเองภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองลดลง และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 38% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 31% ในไตรมาสนี้ และกำไรสุทธิลดลง 23% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลง Product Mix เกิดจากการที่สัดส่วนรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการผลิตเองภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองลดลงจาก 79% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 68% ในไตรมาสนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า โดยอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการผลิตด้วยตนเองลดลงจาก 45% ในปีก่อน เหลือ 38% ในไตรมาสนี้ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในขณะเดียวกัน รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกเพิ่มขึ้นถึง 59% YoY ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ถูกกดดัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการเปลี่ยนแปลง Product Mix เป็นสาเหตุหลัก ซึ่งอาจมีลักษณะเป็น **ลักษณะครั้งคราว** หรือ **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** เนื่องจากฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการเติบโตของรายได้ในประเทศที่ฟื้นตัว และการเติบโตรายไตรมาสของยอดขายในต่างประเทศ (ยกเว้น CLMV และจีนที่ฐานสูงปีก่อน) รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดอังกฤษที่ช่วยหนุนรายได้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่ออาจเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ หรือหากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีมาร์จิ้นต่ำยังคงสูงอยู่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 5% YoY:** อยู่ที่ 5,247 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้บุคคลภายนอกที่เพิ่มขึ้น 59% และรายได้อื่นจากการผลิตขวดแก้วที่เพิ่มขึ้น 123%
* **กำไรสุทธิหดตัว 23% YoY:** อยู่ที่ 742 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** จาก 38% ในปีก่อน เหลือ 31% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักจาก Product Mix ที่สัดส่วนผลิตภัณฑ์กำไรสูงลดลง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **รายได้ในประเทศเติบโต:** กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเองในประเทศเพิ่มขึ้น 5% YoY จากการฟื้นตัวของตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง
* **รายได้ส่งออกชะลอตัว YoY:** แต่เติบโตต่อเนื่อง QoQ โดยตลาดอังกฤษเติบโตดี 45% YoY
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารคุมได้:** เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% YoY คิดเป็น 15% ของรายได้รวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
CBG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 5,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกที่เพิ่มขึ้นถึง 59% และรายได้อื่นจากการผลิตและขายขวดแก้วที่เพิ่มขึ้น 123% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองลดลง 9% YoY โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากฐานยอดขายที่สูงในปีก่อน
ในด้านกำไรขั้นต้น บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 1,616 ล้านบาท ลดลง 15% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 38% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 31% ในไตรมาสนี้ การลดลงของ GPM นี้เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงลดลง และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวมอยู่ที่ 771 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% YoY โดยค่าใช้จ่ายขายเพิ่มขึ้น 6% YoY จากต้นทุนค่าเดินทางและพนักงานที่เพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 10% YoY ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมอยู่ที่ 15% เท่ากับปีก่อน
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 742 ล้านบาท ลดลง 23% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศ:** ยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวแดงในประเทศเพิ่มขึ้น 8% YoY สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เริ่มฟื้นตัวหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
* **การเติบโตของธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่าย:** การขยายช่องทางผ่านหน่วยรถเงินสดกว่า 300 คัน เข้าถึงร้านค้าปลีกกว่า 180,000 ร้านค้าทั่วประเทศ เป็นปัจจัยหนุนรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้บุคคลภายนอกที่เติบโตสูง
* **การเติบโตของตลาดอังกฤษ:** การออกผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่และบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย ช่วยหนุนรายได้ในตลาดอังกฤษเติบโต 45% YoY
* **การผลิตขวดแก้ว:** รายได้จากการผลิตและขายขวดแก้วให้แก่บุคคลภายนอกเติบโตสูงถึง 123% YoY จากคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่องของบริษัทคู่ค้า
## ความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนแปลง Product Mix:** การที่สัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรขั้นต้นสูงลดลง และผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรขั้นต้นต่ำเพิ่มขึ้น เป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรโดยรวมของบริษัท
* **ต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการผลิตเอง
* **การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ที่ยอดขายปรับตัวลดลง YoY แม้จะมีการเติบโต QoQ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การส่งออกเป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้ อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม Product Mix:** สัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ผลิตเองเทียบกับธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่าย จะมีทิศทางอย่างไรในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ หรือการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย
* **การเติบโตของตลาดส่งออก:** โดยเฉพาะในตลาด CLMV และจีน ที่เคยเป็นฐานยอดขายสูงในปีก่อน
* **ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะในตลาดอังกฤษ และการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในอนาคต
* **ประสิทธิภาพของช่องทางจัดจำหน่าย:** การขยายและการเข้าถึงร้านค้าปลีกผ่านหน่วยรถเงินสด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารระบุถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM โดยตรง
**Volume:** ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 5% YoY โดยผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเองลดลง 9% YoY แต่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 59% YoY
**GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 38% เป็น 31% YoY เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง Product Mix และต้นทุนที่สูงขึ้น
**ช่องทางขาย:** การขยายช่องทางผ่านหน่วยรถเงินสดกว่า 300 คัน ช่วยหนุนรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 260 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 เทียบกับสิ้นปี 2564
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้ส่งออกลดลง 17% YoY แต่เติบโต 22% QoQ โดยตลาดอังกฤษเติบโตดี 45% YoY
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 683 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 495 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 260 ล้านบาท ขณะที่เงินสดลดลง 213 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 330 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 321 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 352 ล้านบาท มาอยู่ที่ 10,463 ล้านบาท สะท้อนกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 1,376 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 1,000 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CBG เผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรในไตรมาส 2 ปี 2565 จากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่สัดส่วนผลิตภัณฑ์กำไรสูงลดลง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะยังคงเติบโตได้จากการขยายธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายและรายได้อื่น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดในประเทศ และการเติบโตของตลาดอังกฤษ รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ยังคงมีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถพลิกฟื้นอัตรากำไรให้กลับมาดีขึ้นได้ในระยะต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านต้นทุนและสภาวะการแข่งขันที่ยังคงมีอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CBG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,667.42
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
กำไรขั้นต้น
1,472.75
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.99
%
กำไรสุทธิ
142.43
ล้านบาท
↓ 81.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.51
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,667
↓ -5.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,473
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
142
↓ -81.8%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CBG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
16.99
ROA (%)
16.61
Book Value/หุ้น
14.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CBG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,470
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+225
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CBG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,469.72
+21.08%
|
-2,039.75
+22.98%
|
-1,658.64
-11.53%
|
-1,874.88
-5.31%
|
-1,980.11
-344.37%
|
810.30
-48.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
224.58
+4.16%
|
215.62
-51.45%
|
444.10
+32.27%
|
335.75
-51.76%
|
696.06
-141.68%
|
-1,670.17
+286.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,285.06
-50.39%
|
2,590.43
+161.69%
|
989.90
-48.01%
|
1,904.00
+0.39%
|
1,896.69
+1,715.19%
|
104.49
-106.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-938.02
-221.25%
|
773.64
-427.05%
|
-236.55
-165.43%
|
361.54
-39.35%
|
596.06
+156,757.89%
|
0.38
-99.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|
961.95
+599.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,482.91
+7.14%
|
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|