บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
51.00
+0.50 (+0.99%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้ จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตด้วยตนเองซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ ตลอดจนค่าใช้จ่ายบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้จากการขายรวมจํานวน 17,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% โดยรายได้การรับจ้างจัดจําหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้น 47.9% จากผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและกลุ่มผู้บริโภคที่ขยายตัวมากขึ้น
ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในกลุ่มอื่นๆ ทดแทนการปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองตามการ ชะลอตัวของสภาวะเศรษฐกิจท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่มีอยู่ตลอดทั้งปี
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6801 out_tok=2886 at=2026-07-25T10:59:40 -->
# CBG กำไร Q3/2566 พลิกโต 11% รับรายได้รวมทรงตัว-คุมค่าใช้จ่าย
## รายได้รวมทรงตัวแต่กำไรสุทธิโตเด่นจากต้นทุนลด-คุมค่าใช้จ่าย ขณะที่ธุรกิจส่งออกยังเผชิญแรงกดดัน
บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายรวมจะทรงตัวอยู่ที่ 4,707 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลงและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจส่งออกยังคงเผชิญความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยเฉพาะประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CBG ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโต 11% YoY มาจาก **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด** ประกอบกับการ **ปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าที่ดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง** แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะทรงตัว และรายได้จากธุรกิจส่งออกจะลดลงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลักเริ่มทยอยปรับตัวลดลง:** แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างน้ำตาลจะยังคงเป็นปัจจัยกดดัน แต่การปรับตัวลดลงของวัตถุดิบหีบห่อหลักบางชนิด รวมถึงการปรับปรุง Product Mix ของสินค้าที่ดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหาร:** บริษัทฯ มีการทำแผนควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวมลดลงถึง 20% YoY โดยค่าใช้จ่ายขายลดลง 14% YoY และค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 32% YoY ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการขายที่ลดลงเล็กน้อย สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน
* **การเติบโตของรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย:** รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น 22% YoY จากความหลากหลายและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม รวมถึงการกระจายสินค้าผ่านหน่วยรถเงินสดที่มีประสิทธิภาพ
* **ปัจจัยกดดันจากธุรกิจส่งออก:** ยอดขายในต่างประเทศลดลง 28% YoY โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV และจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยด้านฤดูกาล รวมถึงความไม่แน่นอนในการอนุญาตนำเข้าสินค้าในเมียนมา และการฟื้นตัวอย่างจำกัดของตลาดจีน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี และมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป แต่ปัจจัยกดดันจากธุรกิจส่งออกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในประเทศเมียนมาที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างการลงทุนในบริษัทร่วมทุนและจัดตั้งโรงงานผลิตเพื่อลดความไม่แน่นอนในการนำเข้าสินค้า อย่างไรก็ตาม การลงทุนนี้มีมูลค่าไม่สูงมากนัก และบริษัทฯ ยังคงติดตามประเมินความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ส่วนการฟื้นตัวของตลาดจีนยังคงจำกัด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY:** เป็นผลจากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
* **รายได้จากการขายรวม 4,707 ล้านบาท ทรงตัว YoY:** รายได้จากการดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองลดลง 14% YoY แต่ชดเชยด้วยรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 22% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย:** อยู่ที่ 27% จาก 29% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักเพิ่มขึ้น แต่กำไรขั้นต้นของสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเองเริ่มปรับตัวดีขึ้น QoQ
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 20% YoY:** สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด
* **ธุรกิจส่งออกเผชิญแรงกดดัน:** ยอดขายต่างประเทศลดลง 28% YoY โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV และจีน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 4,707 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองอยู่ที่ 2,798 ล้านบาท ลดลง 14% YoY และ 7% QoQ ซึ่งได้รับผลกระทบหลักจากยอดขายธุรกิจต่างประเทศ ในขณะที่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกเพิ่มขึ้น 22% YoY เป็น 1,450 ล้านบาท จากประสิทธิภาพการกระจายสินค้าผ่านช่องทางหน่วยรถเงินสด และรายได้จากการขายอื่นเพิ่มขึ้น 254% YoY เป็น 398 ล้านบาท จากการผลิตและขายขวดแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียมให้แก่บุคคลภายนอก
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 1,262 ล้านบาท ลดลง 7% YoY คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 27% ลดลงจาก 29% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำตาล และการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ตามยอดขาย
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวมอยู่ที่ 655 ล้านบาท ลดลง 20% YoY และ 8% QoQ คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการขายรวมที่ 14% ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการทำแผนควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 70% YoY เป็น 51 ล้านบาท จากทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่สูงขึ้นและการเบิกเงินกู้เพิ่ม
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง 22% YoY เป็น 80 ล้านบาท คิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริง 13% จากการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 10% QoQ
## โอกาส
* **การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย:** การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายช่องทางการค้าแบบดั้งเดิม (Traditional trade) และการกระจายผ่านช่องทางหน่วยรถเงินสดที่มีความแข็งแกร่ง จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรจากการรับจ้างจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ เช่น เบียร์คาราบาวและเบียร์ตะวันแดงในไตรมาส 4/2566
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ในประเทศ:** กลยุทธ์การคงราคาขายปลีกที่ 10 บาท และกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับไทยรัฐ ช่วยกระตุ้นการรับรู้และผลักดันยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวแดงในประเทศ
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเริ่มขยายการขายสินค้าไปยังประเทศใหม่ๆ มากขึ้นจากการออกงานนิทรรศการแสดงสินค้า และการเติบโตของยอดขายในกลุ่มประเทศอัฟกานิสถานและตะวันออกกลาง
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่:** การปรับปรุงโฉมผลิตภัณฑ์และพัฒนาสูตรใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟกระป๋อง คาดว่าจะวางจำหน่ายภายในสิ้นปี 2566
* **การผลิตบรรจุภัณฑ์:** การผลิตและขายขวดแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียมให้แก่คู่ค้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการออกสินค้าใหม่ในช่วงไตรมาส 4/2566
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในต่างประเทศ:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายในประเทศกัมพูชา และตลาดจีนที่ยังฟื้นตัวจำกัด
* **ความไม่แน่นอนในการอนุญาตนำเข้าสินค้าและปัจจัยด้านฤดูกาลในเมียนมา:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่แน่นอน
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลักผันผวน:** แม้บางชนิดจะเริ่มลดลง แต่ต้นทุนน้ำตาลยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** การรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศยังคงต้องใช้ความพยายามทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง
* **สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศอังกฤษ:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายของ ICUK
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการไตรมาส 4/2566:** โดยเฉพาะรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายเบียร์คาราบาวและเบียร์ตะวันแดง
* **แนวโน้มยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** การฟื้นตัวของตลาด CLMV, จีน และการบริหารจัดการความเสี่ยงในเมียนมา
* **การปรับตัวของต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะน้ำตาล และวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์กาแฟกระป๋องสูตรใหม่:** และผลตอบรับจากตลาด
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดี
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำตาล ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน แต่ก็มีวัตถุดิบหีบห่อหลักบางชนิดที่ทยอยปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ
* **Volume:** ยอดขายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองลดลง 14% YoY โดยธุรกิจต่างประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ลดลง ในขณะที่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 22% YoY จากการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 29% เป็น 27% YoY แต่กำไรขั้นต้นของสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเองค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
* **ช่องทางขาย:** การกระจายสินค้าผ่านช่องทางหน่วยรถเงินสดมีประสิทธิภาพสูง ช่วยผลักดันรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย และการเข้าถึงร้านค้าปลีกทั่วประเทศ
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลง 613 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนการบริหารจัดการสต็อกที่ดีขึ้น หรือการลดการผลิตในบางส่วน
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายส่งออกลดลง 28% YoY โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV และจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยเฉพาะประเทศ
* **ฤดูกาลผลิต:** มีการกล่าวถึงปัจจัยด้านฤดูกาลที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายในกัมพูชาและเมียนมา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,567 ล้านบาท ลดลง 472 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากสินค้าคงเหลือที่ลดลง 613 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,862 ล้านบาท ลดลง 612 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน แต่มีการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 140 ล้านบาท เป็น 10,705 ล้านบาท สะท้อนกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
## สรุปท้าย
CBG สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโต 11% ในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด รวมถึงการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง แม้รายได้รวมจะทรงตัวและธุรกิจส่งออกยังคงเผชิญความท้าทาย โอกาสในการเติบโตจากการรับจ้างจัดจำหน่ายสินค้าใหม่และการขยายตลาดในประเทศยังคงมีอยู่ แต่ความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนในบางตลาดต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CBG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,667.42
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
กำไรขั้นต้น
1,472.75
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.99
%
กำไรสุทธิ
142.43
ล้านบาท
↓ 81.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.51
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,667
↓ -5.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,473
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
142
↓ -81.8%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CBG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
16.99
ROA (%)
16.61
Book Value/หุ้น
14.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CBG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,470
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+225
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CBG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,469.72
+21.08%
|
-2,039.75
+22.98%
|
-1,658.64
-11.53%
|
-1,874.88
-5.31%
|
-1,980.11
-344.37%
|
810.30
-48.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
224.58
+4.16%
|
215.62
-51.45%
|
444.10
+32.27%
|
335.75
-51.76%
|
696.06
-141.68%
|
-1,670.17
+286.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,285.06
-50.39%
|
2,590.43
+161.69%
|
989.90
-48.01%
|
1,904.00
+0.39%
|
1,896.69
+1,715.19%
|
104.49
-106.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-938.02
-221.25%
|
773.64
-427.05%
|
-236.55
-165.43%
|
361.54
-39.35%
|
596.06
+156,757.89%
|
0.38
-99.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|
961.95
+599.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,482.91
+7.14%
|
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|