บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
51.00
+0.50 (+0.99%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้ จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตด้วยตนเองซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อ ตลอดจนค่าใช้จ่ายบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้จากการขายรวมจํานวน 17,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% โดยรายได้การรับจ้างจัดจําหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้น 47.9% จากผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและกลุ่มผู้บริโภคที่ขยายตัวมากขึ้น
ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในกลุ่มอื่นๆ ทดแทนการปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดําเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองตามการ ชะลอตัวของสภาวะเศรษฐกิจท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่มีอยู่ตลอดทั้งปี
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6418 out_tok=2408 at=2026-07-25T12:49:09 -->
# CBG กำไร Q1/2566 ดิ่ง 60% สวนทางรายได้ทรงตัว รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่ม
## รายได้รวมทรงตัวแต่กำไรสุทธิหดหนัก เหตุต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานพุ่งกระทบ GPM ขณะค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มกดดันผลประกอบการ
บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 4,124 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้จากการดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองลดลง 17% ขณะที่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้บุคคลภายนอกเพิ่มขึ้น 4% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 264 ล้านบาท ลดลงถึง 60% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาดที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ CBG ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลง 60% YoY มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 31% ในปีก่อน เหลือ 25% ในไตรมาสนี้ ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายขายและบริหาร** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายส่งเสริมการตลาดและค่าสนับสนุนสโมสรฟุตบอล
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อหลัก รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขาย ทำให้ GPM ลดลงจาก 31% ใน Q1/2565 เหลือ 25% ใน Q1/2566 แม้ว่ารายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองจะลดลง 17% แต่การที่ GPM หดตัวลงมากก็เป็นปัจจัยกดดันกำไรขั้นต้นโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายขายเพิ่มขึ้น 8% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนสโมสรฟุตบอลในเวียดนาม เพื่อสร้างแบรนด์ในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเล็กน้อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม:** ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง แต่ก็มีสัญญาณว่าต้นทุนอาจเริ่มทรงตัวหรือลดลงในอนาคต ขณะที่ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการตลาดและการสร้างแบรนด์ในต่างประเทศนั้นเป็นกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ ซึ่งคาดว่าจะยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าการปรับขึ้นราคาขายของคู่แข่งหลักในประเทศอาจช่วยหนุนส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้ในประเทศให้ดีขึ้นในระยะต่อไป ส่วนตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ CLMV และจีน คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในระยะอันใกล้ ดังนั้น ผลประกอบการในไตรมาสถัดไปอาจดีขึ้น แต่การฟื้นตัวของ GPM จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 60% YoY:** อยู่ที่ 264 ล้านบาท จาก 660 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 14% YoY:** อยู่ที่ 4,124 ล้านบาท โดยรายได้จากการผลิตภายใต้แบรนด์ตนเองลดลง 17% แต่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 4%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** เหลือ 25% จาก 31% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายเพิ่มขึ้น 8% YoY:** จากการลงทุนด้านการตลาดและการสนับสนุนสโมสรฟุตบอล
* **รายได้ในประเทศลดลง 9% YoY:** หลักจากยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวแดงลดลง แต่มีสัญญาณดีขึ้นในเดือนมีนาคม
* **รายได้ส่งออกลดลง 23% YoY:** โดยเฉพาะจากกลุ่ม CLMV และจีน ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 4,124 ล้านบาท ลดลง 14% YoY โดยรายได้จากการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองลดลง 17% YoY มาจากทั้งในประเทศ (-9% YoY) และต่างประเทศ (-23% YoY) ขณะที่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้บุคคลภายนอกเพิ่มขึ้น 4% YoY จากการขยายช่องทางหน่วยรถเงินสด กำไรขั้นต้นรวมลดลง 31% YoY อยู่ที่ 1,017 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 25% จาก 31% YoY ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 0.3% YoY อยู่ที่ 729 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายขายเพิ่มขึ้น 8% YoY จากการตลาดและสนับสนุนกีฬา ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 14% YoY ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 47% YoY จากทิศทางดอกเบี้ยนโยบายและหุ้นกู้ที่ออกใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 264 ล้านบาท ลดลง 60% YoY
## โอกาส
* **การปรับขึ้นราคาขายของคู่แข่งในประเทศ:** อาจส่งผลดีต่อส่วนแบ่งทางการตลาดของคาราบาวแดงในประเทศที่เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นในเดือนมีนาคม
* **การขยายช่องทางจัดจำหน่าย:** ความสำเร็จของหน่วยรถเงินสดที่เข้าถึงร้านค้าปลีกกว่า 180,000 ร้านค้าทั่วประเทศ หนุนรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** ICUK ในอังกฤษมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
* **การฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ:** คาดการณ์ว่ายอดขายในกลุ่มประเทศ CLMV และจีนจะเริ่มฟื้นตัวในระยะอันใกล้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอย:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภคในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** ยังคงรุนแรง แม้คู่แข่งจะปรับขึ้นราคา
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรจากการส่งออก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** จะมีทิศทางลดลงหรือทรงตัวในไตรมาสถัดไปหรือไม่
* **การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศ:** จากการปรับขึ้นราคาของคู่แข่ง และผลจากการทำกิจกรรมการตลาด
* **การกลับมาเติบโตของยอดขายในตลาด CLMV และจีน:** หลังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจถดถอย
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดและการสร้างแบรนด์ในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในตลาดอังกฤษ
* **ผลประกอบการของบริษัท เอเชียแปซิฟิกกลาส จำกัด (APG):** หลังการปรับปรุงโฉมผลิตภัณฑ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume:** ยอดขายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองลดลง -17% YoY โดยในประเทศลดลง -9% YoY และต่างประเทศลดลง -23% YoY ซึ่งเป็นผลจากสภาวะตลาดและเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ตาม ยอดขายในพม่าและลาวเพิ่มขึ้น QoQ อย่างมีนัยสำคัญ
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 31% เป็น 25% YoY
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 4% YoY จากการขยายช่องทางหน่วยรถเงินสดที่เข้าถึงร้านค้าปลีกจำนวนมาก
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลง 172 ล้านบาทเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้จากการส่งออกลดลง 23% YoY โดยเฉพาะจาก CLMV และจีน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,116 ล้านบาท ลดลง 923 ล้านบาท จากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,287 ล้านบาท ลดลง 1,187 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นเป็นหลัก ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 264 ล้านบาท เป็น 10,829 ล้านบาท สะท้อนกำไรสุทธิในไตรมาส
## สรุปท้าย
CBG เผชิญแรงกดดันด้านผลกำไรอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2566 จากอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการตลาด แม้รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 60% YoY ได้ อย่างไรก็ตาม สัญญาณบวกจากการปรับขึ้นราคาของคู่แข่งในประเทศ และการคาดการณ์การฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ อาจเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในระยะถัดไป แต่การบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นจะเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CBG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,667.42
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
กำไรขั้นต้น
1,472.75
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.99
%
กำไรสุทธิ
142.43
ล้านบาท
↓ 81.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.51
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,667
↓ -5.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,473
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
142
↓ -81.8%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CBG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
16.99
ROA (%)
16.61
Book Value/หุ้น
14.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CBG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,470
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+225
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CBG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,469.72
+21.08%
|
-2,039.75
+22.98%
|
-1,658.64
-11.53%
|
-1,874.88
-5.31%
|
-1,980.11
-344.37%
|
810.30
-48.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
224.58
+4.16%
|
215.62
-51.45%
|
444.10
+32.27%
|
335.75
-51.76%
|
696.06
-141.68%
|
-1,670.17
+286.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,285.06
-50.39%
|
2,590.43
+161.69%
|
989.90
-48.01%
|
1,904.00
+0.39%
|
1,896.69
+1,715.19%
|
104.49
-106.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-938.02
-221.25%
|
773.64
-427.05%
|
-236.55
-165.43%
|
361.54
-39.35%
|
596.06
+156,757.89%
|
0.38
-99.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|
961.95
+599.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,482.91
+7.14%
|
1,384.14
+16.91%
|
1,183.95
+26.48%
|
936.05
-17.47%
|
1,134.25
+19.83%
|
946.55
-1.60%
|