บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
24.30
0.20 (0.82%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12449 out_tok=3100 at=2026-07-27T08:38:00 -->
# SCG Q2/2564 กำไรพุ่ง 83% รับอานิสงส์ปิโตรเคมี-ส่วนแบ่งบริษัทร่วม
## รายได้-กำไรโตแรงจากราคาเคมีภัณฑ์-ส่วนแบ่งบริษัทร่วมหนุน ขณะที่ธุรกิจก่อสร้างยังทรงตัว
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 17,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ที่สูงขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 133,555 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY สะท้อนภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรของ SCG ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจเคมิคอลส์** ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสำหรับงวดถึง 128% YoY และ **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 287% YoY** โดยเฉพาะในธุรกิจเคมิคอลส์ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมของบริษัทเติบโตถึง 83% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจเคมิคอลส์:** ได้รับแรงหนุนจาก **ส่วนต่างราคา (Spread) ของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะ PVC-EDC/C2 ที่เพิ่มขึ้น 31% QoQ และ BD-Naphtha ที่เพิ่มขึ้น 28% QoQ ปัจจัยหลักมาจากอุปทานที่จำกัดจากการหยุดผลิตของผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากสภาพอากาศหนาวจัด ประกอบกับการฟื้นตัวของอุปสงค์ในช่วงฤดูร้อน นอกจากนี้ ราคาขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้รายได้จากการขายของธุรกิจเคมิคอลส์เติบโตถึง 75% YoY
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 8,455 ล้านบาท YoY โดย 66% มาจากธุรกิจเคมิคอลส์ ซึ่งสะท้อนถึงผลประกอบการที่ดีของบริษัทร่วมที่ SCG ถือหุ้นอยู่ โดยเฉพาะโครงการปิโตรเคมีขนาดใหญ่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาความผันผวนของราคาเคมีภัณฑ์**
* **ธุรกิจเคมิคอลส์:** แม้ว่าส่วนต่างราคาจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในบางผลิตภัณฑ์เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (เช่น HDPE-Naphtha) แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับสูง และคาดว่าปัจจัยด้านอุปทานที่จำกัดจะยังคงส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและ Naphtha รวมถึงการกลับมาผลิตของผู้ผลิตรายอื่น อาจส่งผลต่อส่วนต่างราคาในอนาคตได้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การลงทุนในโครงการปิโตรเคมีครบวงจรขนาดใหญ่ เช่น Long Son Petrochemicals (LSP) และแผนการลงทุนในโครงการที่ 2 ในอินโดนีเซีย จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทร่วมอาจผันผวนตามสภาวะตลาด
* **ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง:** มีแนวโน้มทรงตัว โดยความต้องการในประเทศอ่อนตัวลง แต่ได้แรงหนุนจากการส่งออกและการปรับปรุงซ่อมแซม
โดยรวมแล้ว ปัจจัยบวกจากธุรกิจเคมิคอลส์และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป แต่ความผันผวนของราคา commodity และสภาวะเศรษฐกิจโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 83% YoY แตะ 17,136 ล้านบาท** จาก 9,364 ล้านบาทใน Q2/2563
* **รายได้จากการขาย Q2/2564 โต 39% YoY แตะ 133,555 ล้านบาท**
* **EBITDA Q2/2564 โต 39% YoY แตะ 32,051 ล้านบาท**
* **ธุรกิจเคมิคอลส์ทำกำไรโดดเด่น:** กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 128% YoY จากส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ที่สูงขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 287% YoY แตะ 11,405 ล้านบาท** โดยส่วนใหญ่มาจากธุรกิจเคมิคอลส์
* **ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง:** รายได้โต 9% YoY แต่กำไรลดลง 12% QoQ เนื่องจากความต้องการในประเทศอ่อนตัว
* **จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 8.5 บาท/หุ้น** จากผลประกอบการครึ่งปีแรก
## ภาพรวมผลประกอบการ
SCG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 17,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% YoY และ 15% QoQ รายได้จากการขายอยู่ที่ 133,555 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY และ 9% QoQ EBITDA อยู่ที่ 32,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY และ 35% QoQ อัตรากำไร EBITDA Margin อยู่ที่ 20% ทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้นจาก 19% ในไตรมาสก่อนหน้า สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรสุทธิอยู่ที่ 32,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 96% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรม:** ส่งผลดีต่อราคาขายและปริมาณการขายสินค้าเคมีภัณฑ์
* **การลงทุนในโครงการปิโตรเคมีขนาดใหญ่:** เช่น LSP และโครงการในอินโดนีเซีย จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
* **การขยายธุรกิจแพคเกจจิ้ง:** โดยเฉพาะการเข้าซื้อหุ้นใน Duy Tan Plastics Manufacturing Corporation ในเวียดนาม
* **การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง:** เช่น CCUS และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
* **การให้ความช่วยเหลือ SMEs และการสนับสนุนด้านสาธารณสุข:** สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ Naphtha และเคมีภัณฑ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคาและกำไร
* **ปัญหาการขนส่ง:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณขายและต้นทุน
* **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่และการกลับมาใช้มาตรการควบคุมอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และกำลังการผลิต
* **ความต้องการซีเมนต์ในประเทศที่อ่อนตัว:** แม้จะมีการส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการภาคเอกชนและครัวเรือนยังคงหดตัว
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ:** การกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กรอาจเพิ่มต้นทุนให้กับธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์:** โดยเฉพาะ HDPE และ PP ในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าของโครงการ LSP และการลงทุนในอินโดนีเซีย:** รวมถึงผลประกอบการของบริษัทร่วม
* **สถานการณ์การส่งออกของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง:** และการปรับตัวต่อความต้องการในประเทศ
* **ผลกระทบจากปัญหาการขนส่งและต้นทุนค่าระวาง:** ต่อธุรกิจแพคเกจจิ้งและเคมิคอลส์
* **การดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG):** และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**หมายเหตุ:** เอกสารที่ให้มาเป็นของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุ (Materials) ไม่ใช่กลุ่มธุรกิจการเงิน/ธนาคาร/ประกัน/หลักทรัพย์ ดังนั้น การวิเคราะห์ตามจุดโฟกัส sector ที่ให้มาจึงไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม จะทำการวิเคราะห์ตามข้อมูลที่มีในเอกสาร
**ธุรกิจเคมิคอลส์:**
* **รายได้จากการขาย:** Q2/2564 อยู่ที่ 60,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% YoY และ 18% QoQ
* **EBITDA:** Q2/2564 อยู่ที่ 15,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% YoY และ 42% QoQ
* **EBITDA from Operations:** Q2/2564 อยู่ที่ 12,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% YoY และ 14% QoQ
* **กำไรสำหรับงวด:** Q2/2564 อยู่ที่ 10,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128% YoY และ 18% QoQ
* **ปัจจัยขับเคลื่อน:** ส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ที่สูงขึ้น (เช่น PVC-EDC/C2, BD-Naphtha) และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง:**
* **รายได้จากการขาย:** Q2/2564 อยู่ที่ 46,416 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 12% QoQ
* **EBITDA:** Q2/2564 อยู่ที่ 6,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ใกล้เคียง QoQ
* **กำไรสำหรับงวด:** Q2/2564 อยู่ที่ 2,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% YoY แต่ลดลง 12% QoQ
* **ปัจจัยขับเคลื่อน:** ยอดส่งออกสินค้าไปยังตลาดอาเซียนและตลาดอื่น ๆ เพิ่มขึ้น และความต้องการสินค้าผลิตภัณฑ์ก่อสร้างตามงานปรับปรุงซ่อมแซมภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความต้องการซีเมนต์ในประเทศอ่อนตัวลง
**ธุรกิจแพคเกจจิ้ง:**
* **รายได้จากการขาย:** Q2/2564 อยู่ที่ 29,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% YoY และ 10% QoQ
* **EBITDA:** Q2/2564 อยู่ที่ 5,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY และ 6% QoQ
* **กำไรสำหรับงวด:** Q2/2564 อยู่ที่ 2,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY และ 6% QoQ
* **ปัจจัยขับเคลื่อน:** การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **หนี้สินสุทธิ:** ณ สิ้น Q2/2564 อยู่ที่ 178,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,611 ล้านบาทจาก Q1/2564
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA:** อยู่ที่ 1.9 เท่า คงที่เมื่อเทียบกับ Q1/2564
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (ไม่รวมโครงการลงทุนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง):** อยู่ที่ 0.9 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก Q1/2564
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ครึ่งปีแรก 2564 อยู่ที่ 3,385 ล้านบาท ลดลงจาก 3,587 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.8%
* **รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุน:** ครึ่งปีแรก 2564 อยู่ที่ 34,544 ล้านบาท โดย 70% เป็นของธุรกิจเคมิคอลส์
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ครึ่งปีแรก 2564 EBITDA อยู่ที่ 55,716 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจ่ายรวม 56,315 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SCG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 อย่างน่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 83% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากธุรกิจเคมิคอลส์ที่ได้รับอานิสงส์จากส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ที่สูงขึ้น และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม แม้ว่าธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างจะเผชิญความท้าทายจากความต้องการในประเทศที่อ่อนตัว แต่การส่งออกและการปรับปรุงซ่อมแซมยังคงช่วยประคองรายได้ไว้ได้ ด้านฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคา commodity และสถานการณ์การขนส่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
43.73
ล้านบาท
↓ 99.6% YoY
กำไรขั้นต้น
16,641.10
ล้านบาท
↑ 48.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
38,053.34
%
กำไรสุทธิ
1,344.96
ล้านบาท
↑ 41% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3,075.54
%
D/E Ratio
4.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
44
↓ -99.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
16,641
↑ + 48.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,345
↑ + 41%
YoY
D/E Ratio
4.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.72
ROE (%)
13.50
ROA (%)
2.55
Book Value/หุ้น
32.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
288.22
-98.90%
|
26,241.80
+16.70%
|
22,486.97
+562.22%
|
3,395.68
-163.85%
|
-5,318.33
+33.24%
|
-3,991.51
-201.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.21
-35.02%
|
-4.94
-116.42%
|
30.08
+38.43%
|
21.73
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
169.00
+14,855.75%
|
1.13
-99.76%
|
476.99
-49.90%
|
952.03
+142.77%
|
392.15
-28.25%
|
546.57
-71.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,166.58
-87.18%
|
32,494.01
+41.31%
|
22,994.04
+426.25%
|
4,369.45
-192.27%
|
-4,735.61
-360.53%
|
1,817.66
-83.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10,522.58
-34.58%
|
16,083.83
+26.83%
|
12,681.08
+66.05%
|
7,636.77
-5.39%
|
8,072.22
-39.95%
|
13,441.88
+36.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,682.62
-36.49%
|
10,522.58
-34.58%
|
16,083.83
+26.83%
|
12,681.08
+66.05%
|
7,636.77
-5.39%
|
8,072.22
-39.95%
|