ADB
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ADB
บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.25
0.03 (2.34%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การเติบโตของอัตรากําไรของทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯต่อเนื่องมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยเฉพาะในกลุ่ม เม็ดพลาสติกคอมปาวด์จากความต้องการสินค้าเพื่อนําไปผลิตสายไฟและสายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ในกลุ่มงานด้าน สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัว สูงขึ้นในไตรมาสนี้ โดยบริษัทฯมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้วัตถุดิบทดแทนที่สามารถลดต้นทุน การผลิตเพื่อเพิ่มอัตรากําไรขั้นต้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ได้โดยตรง จึงส่งผลให้บริษัทฯมีอัตรากําไรสุทธิทั้งสิ้น 7.86% ของรายได้ของบริษัทฯ

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13432 out_tok=3768 at=2026-07-25T03:23:17 --> # ADB พลิกขาดทุนสุทธิปี 65 รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าขนส่งแพง ฉุดกำไรขั้นต้นวูบ ## รายได้รวมโต 28% แต่ต้นทุนพุ่งดันกำไรสุทธิหดตัว สวนทางภาพรวมอุตสาหกรรมที่ยังเติบโต บริษัท แอ็พพลายดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ ADB รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 2,166.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.41% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ โดยเฉพาะเกรดทางการแพทย์และสำหรับสายไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์และน้ำมัน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงอย่างมาก และท้ายที่สุดบริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 6.93 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 75.68 ล้านบาทในปี 2564 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ ADB ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากของต้นทุนวัตถุดิบหลักประเภทเคมีภัณฑ์และน้ำมัน รวมถึงค่าขนส่งระหว่างประเทศที่พุ่งสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาวัตถุดิบ ทั้งเรซิ่นและสารเติมแต่ง (Plasticizer) ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2564 ต่อเนื่องมาถึงปี 2565 เนื่องจากความต้องการสินค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาเม็ดพลาสติกก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศที่ปรับสูงขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา จากราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเคมีภัณฑ์นำเข้า โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์: * **กลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก จาก 18.94% ในปี 2564 เหลือ 8.46% ในปี 2565 * **กลุ่มผลิตภัณฑ์กาว:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.40% เหลือ 10.74% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบกลุ่มยางสังเคราะห์ (Synthetic Rubber) และสารละลายประเภท Toluene และ Hydrocarbon ที่ปรับตัวสูงขึ้น * **กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก:** แม้จะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.40% เหลือ 10.48% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งสินค้าในประเทศและต่างประเทศที่แปรผันตามยอดขายและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 84.84% จากการกู้ยืมเพิ่มเพื่อรองรับการขายที่เพิ่มขึ้นและสต็อกวัตถุดิบ ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 6.93 ล้านบาทในปี 2565 **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศก็ปรับสูงขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งในปี 2566 ว่าจะปรับตัวลดลงหรือยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 28.41% สู่ระดับ 2,166.51 ล้านบาท** โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ โดยเฉพาะเกรดทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น 120.62 ล้านบาท และเกรดสำหรับสายไฟฟ้าที่เติบโต 150.19 ล้านบาท * **พลิกขาดทุนสุทธิ 6.93 ล้านบาทในปี 2565** จากกำไรสุทธิ 75.68 ล้านบาทในปี 2564 * **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 13.44% ในปี 2564 เหลือ 9.31% ในปี 2565 โดยทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 10.22%** เป็น 90.88 ล้านบาท จากค่าขนส่งสินค้าในประเทศและต่างประเทศที่สูงขึ้น * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 84.84%** สู่ระดับ 13.66 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพิ่มเพื่อรองรับสต็อกวัตถุดิบและยอดขายที่เพิ่มขึ้น * **การลงทุนในสายการผลิตที่ 4 และ 5 แล้วเสร็จและเริ่มผลิตในไตรมาส 4/2565** เพื่อรองรับความต้องการเม็ดพลาสติกทางการแพทย์ * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น** จาก 1.13 เท่า เป็น 1.53 เท่า ในปี 2565 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัท แอ็พพลายดีบี จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,166.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.41% จาก 1,700.05 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีรายได้จากการขาย 2,154.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.41% จาก 1,678.00 ล้านบาทในปี 2564 การเติบโตของรายได้มาจากยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 30.24% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ทางการแพทย์ที่เติบโต 62.46% และผลิตภัณฑ์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่เติบโต 25.22% นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กมียอดขายเพิ่มขึ้น 19.25% และผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 41.09% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายในปี 2565 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 1,954.06 ล้านบาท จาก 1,403.51 ล้านบาทในปี 2564 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 13.44% ในปี 2564 เหลือ 9.31% ในปี 2565 โดยเฉพาะกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.94% เหลือ 8.46% กลุ่มกาวลดลงจาก 18.40% เหลือ 10.74% และกลุ่มยาแนวลดลงจาก 18.40% เหลือ 10.48% ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 10.22% เป็น 90.88 ล้านบาท จาก 82.45 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย 0.44% เป็น 110.85 ล้านบาท จาก 111.34 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมาก 84.84% เป็น 13.66 ล้านบาท จาก 7.39 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 6.93 ล้านบาทในปี 2565 จากที่เคยมีกำไรสุทธิ 75.68 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ติดลบ 0.32% เทียบกับ 4.45% ในปีก่อนหน้า ## โอกาส * **ความต้องการผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ทางการแพทย์ยังต่อเนื่อง:** แม้จะไม่ได้ระบุถึงการเติบโตในอนาคต แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องและไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 * **การเติบโตของผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกสำหรับสายไฟฟ้า:** ยอดขายกลุ่มนี้เติบโตได้ดีจากการรองรับโครงการภาครัฐบาลและการก่อสร้างภาคเอกชน * **การขยายตลาดผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรมในต่างประเทศ:** บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังประเทศไนจีเรีย บังกลาเทศ ปากีสถาน เวียดนาม เมียนมาร์ กัมพูชา เนปาล และสิงคโปร์ * **การลงทุนในสายการผลิตใหม่:** การติดตั้งสายการผลิตที่ 4 และ 5 แล้วเสร็จและเริ่มผลิตในไตรมาส 4/2565 จะช่วยรองรับความต้องการเม็ดพลาสติกทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์และน้ำมัน:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น และยังไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะลดลง * **ต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศที่สูง:** ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเคมีภัณฑ์นำเข้า และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการขาย * **การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาว:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ * **ความผันผวนทางเศรษฐกิจ:** อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เป็นฐานลูกค้าของบริษัทฯ * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น:** จาก 1.13 เท่า เป็น 1.53 เท่า ในปี 2565 สะท้อนถึงการพึ่งพาเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์และน้ำมัน:** จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นในปีถัดไป * **ค่าระวางเรือและการขนส่งระหว่างประเทศ:** จะส่งผลต่อต้นทุนขายและต้นทุนสินค้า * **ความต้องการผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกทางการแพทย์:** จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในกลุ่มนี้ * **การขยายตลาดผลิตภัณฑ์กาวในต่างประเทศ:** จะเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยง * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** จากการที่บริษัทฯ มีการกู้ยืมเพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **การใช้กำลังการผลิต (Utilization):** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการเดินเครื่องผลิตสายการผลิตที่ 4 และ 5 ที่ติดตั้งเพิ่มเติมแล้วเสร็จและเริ่มผลิตในไตรมาส 4/2565 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเม็ดพลาสติกทางการแพทย์ **คำสั่งซื้อ (Order Book):** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้าในไตรมาสถัดไป และการกู้ยืมเพื่อรองรับการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติม **ราคาขาย (ASP):** มีการกล่าวถึง "ราคาขายสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ที่สูงขึ้น" ซึ่งอาจส่งผลดีต่อรายได้ แต่ก็ถูกหักล้างด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเช่นกัน **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อกำไร โดยราคาเรซิ่น สารเติมแต่ง (Plasticizer) ราคาน้ำมัน ยางสังเคราะห์ (Synthetic Rubber) และสารละลายประเภท Toluene/Hydrocarbon ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงอย่างมากในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ จาก 18.94% เหลือ 8.46% **การส่งออก:** รายได้จากต่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากไนจีเรีย เคนยา บังกลาเทศ เวียดนาม เมียนมาร์ และฟิลิปปินส์ ได้รับประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง **ค่าเงิน (FX):** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 55.23 ล้านบาท เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตสินค้า และการลดปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบลงในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้อายุเฉลี่ยของสินค้าคงเหลือลดลงจาก 96 วัน เป็น 60 วัน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,626.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,454.05 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 1,111.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 925.35 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 514.56 ล้านบาท ลดลงจาก 528.70 ล้านบาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 38.61 ล้านบาท แม้ว่าจะมีกระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมดำเนินงาน (116.35) ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ไปกับการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า แต่บริษัทฯ มีเงินสดรับจากกิจกรรมจัดหาเงิน 196.83 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติม ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 60.48 ล้านบาท เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย โดยมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงจาก 81 วัน ในปี 2564 เป็น 70 วัน ในปี 2565 สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 55.23 ล้านบาท เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิต หนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 962.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 770.51 ล้านบาทในปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้น 285.68 ล้านบาท เพื่อชำระค่าวัตถุดิบและรองรับคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไป เจ้าหนี้การค้าลดลง 18.20 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 39.80 ล้านบาท สู่ระดับ 643.73 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิ 6.93 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล 36.30 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 1.13 เท่า เป็น 1.53 เท่า ในปี 2565 และความสามารถในการชำระดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.84 เท่า เหลือ 0.56 เท่า ## สรุปท้าย ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ ADB โดยรายได้รวมเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ โดยเฉพาะเกรดทางการแพทย์และสำหรับสายไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับค่าขนส่งระหว่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก จนทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ แม้จะมีการลงทุนในสายการผลิตใหม่เพื่อรองรับการเติบโต แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปีถัดไป เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของอัตรากำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADB ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
204.21 ล้านบาท
↓ 209.7% YoY
กำไรขั้นต้น
31.53 ล้านบาท
↓ 134.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.44 %
กำไรสุทธิ
4.10 ล้านบาท
↓ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.01 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↓ -209.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -134.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -88.5% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
204.21
+209.70%
-186.15
+57.27%
-435.61
-185.62%
508.75
+11.40%
456.71
+20.41%
379.29
+0.45%
กำไรขั้นต้น
31.53
+134.80%
-90.59
-153.18%
-35.78
-179.05%
45.26
-2.27%
46.32
-40.25%
77.52
+14.98%
ค่าใช้จ่ายรวม
31.90
+468.68%
-8.65
+89.06%
-79.05
-250.74%
52.44
+8.63%
48.28
-9.66%
53.44
+19.82%
กำไรสุทธิ
4.10
-88.49%
35.61
+10.43%
32.25
+283.64%
-17.56
-671.28%
-2.28
-111.72%
19.44
+18.07%
กำไรต่อหุ้น
0.01
-87.76%
0.05
+11.36%
0.04
+283.33%
-0.02
-700.00%
0.00
-111.11%
0.03
+17.39%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
15.44
-68.28%
48.67
+492.81%
8.21
-7.75%
8.90
-12.23%
10.14
-50.39%
20.44
+14.45%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
15.62
+235.91%
4.65
-74.38%
18.15
+76.04%
10.31
-2.46%
10.57
-24.98%
14.09
+19.31%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.01
+110.51%
-19.13
-158.51%
-7.40
-114.49%
-3.45
-590.00%
-0.50
-109.77%
5.12
+17.43%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.44
-97.77%
19.77
+324.66%
-8.80
+71.52%
-30.90
-78.51%
-17.31
-1,252.34%
-1.28
-254.22%
ROE(%)
4.32
-22.02%
5.54
+173.77%
-7.51
-622.12%
-1.04
-109.13%
11.39
+0.26%
11.36
+522.30%
ROA(%)
3.71
+7,520.00%
-0.05
+97.11%
-1.73
-446.00%
0.50
-93.44%
7.62
-1.04%
7.70
+926.67%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.42
-36.36%
0.66
-51.11%
1.35
-11.76%
1.53
+35.40%
1.13
+21.51%
0.93
-32.12%
P/E
7.36
-42.36%
12.77
12.77
-88.16%
107.81
+636.41%
14.64
+64.31%
8.91
P/BV
0.68
-38.74%
1.11
-11.20%
1.25
-8.76%
1.37
-33.82%
2.07
+117.89%
0.95
+37.68%
BV
0.89
+7.23%
0.83
-1.19%
0.84
-7.69%
0.91
-12.50%
1.04
1.04
+10.64%
YIELD(%)
3.33
+38.75%
2.40
2.40
-45.95%
4.44
+74.12%
2.55
+152.48%
1.01
-34.42%
ราคาหุ้น
0.60
-34.78%
0.92
-12.38%
1.05
-15.32%
1.24
-42.59%
2.16
+118.18%
0.99
+52.31%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
4.32
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
0.94

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
365.04
-29.80%
519.97
-40.92%
880.14
-20.84%
1,111.83
+20.15%
925.35
+32.28%
699.56
+0.06%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
554.79
+3.97%
533.60
+0.57%
530.55
+3.11%
514.56
-2.67%
528.70
-2.84%
544.12
-1.87%
รวมสินทรัพย์
919.83
-12.69%
1,053.57
-25.32%
1,410.69
-13.26%
1,626.39
+11.85%
1,454.05
+16.91%
1,243.68
-0.79%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
234.53
-37.79%
376.99
-48.41%
730.69
-21.25%
927.81
+36.37%
680.35
+41.62%
480.41
-12.22%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
37.51
-10.13%
41.73
-47.44%
79.40
+44.78%
54.84
-39.17%
90.17
-23.54%
117.92
-5.60%
รวมหนี้สิน
272.04
-35.03%
418.73
-48.31%
810.09
-17.56%
982.66
+27.53%
770.51
+28.78%
598.34
-10.99%
รวมส่วนของเจ้าของ
647.79
+2.04%
634.84
+5.70%
600.60
-6.70%
643.73
-5.82%
683.53
+5.92%
645.35
+11.00%
D/E
0.42
0.66
1.35
1.53
1.13
0.93
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
4.32
5.54
-7.51
-1.04
11.39
11.36
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.71
-0.05
-1.73
0.50
7.62
7.70
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.56
1.38
1.20
1.20
1.36
1.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.97
0.91
0.57
0.59
0.66
0.84
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
93.65
123.95
0.00
0.00
82.36
100.90
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
60.25
109.44
0.00
0.00
97.78
92.43
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
61.13
81.59
0.00
0.00
65.19
81.21
วงจรเงินสด
92.78
151.80
0.00
0.00
114.94
112.12
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
28.57
-85.16%
192.57
-197.92%
-196.66
-138.15%
515.44
-2,330.38%
-23.11
-137.47%
61.68
+13.13%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-10.64
-38.03%
-17.17
-731.25%
2.72
-93.92%
44.73
+100.58%
22.30
-166.89%
-33.34
-35.64%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-58.78
-73.89%
-225.12
-333.43%
96.44
-116.59%
-581.46
+1,022.29%
-51.81
-51.42%
-106.64
+161.95%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-41.01
-28.48%
-57.34
-42.35%
-99.46
+313.56%
-24.05
-55.59%
-54.15
-6,396.51%
0.86
-95.31%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
91.18
+124.80%
40.56
-60.05%
101.52
+68.16%
60.37
+90.56%
31.68
-39.09%
52.01
+56.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
46.46
-49.05%
91.18
+204.54%
29.94
-70.51%
101.52
+68.16%
60.37
+90.56%
31.68
-39.09%