บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.25
0.03 (2.34%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การเติบโตของอัตรากําไรของทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯต่อเนื่องมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยเฉพาะในกลุ่ม เม็ดพลาสติกคอมปาวด์จากความต้องการสินค้าเพื่อนําไปผลิตสายไฟและสายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ในกลุ่มงานด้าน สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ
ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัว สูงขึ้นในไตรมาสนี้ โดยบริษัทฯมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้วัตถุดิบทดแทนที่สามารถลดต้นทุน การผลิตเพื่อเพิ่มอัตรากําไรขั้นต้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ได้โดยตรง จึงส่งผลให้บริษัทฯมีอัตรากําไรสุทธิทั้งสิ้น 7.86% ของรายได้ของบริษัทฯ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=13983 out_tok=1690 at=2026-08-14T04:45:49 -->
# ADB โชว์กำไร Q2/2569 พุ่งแรง 866% รับอานิสงส์ยอดขายเม็ดพลาสติกสายไฟโตกระโดด
## รายได้จากการขายทะยาน 50% หนุนกำไรสุทธิแตะ 41.27 ล้านบาท พร้อมคุมต้นทุนการผลิตและบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ ADB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 280.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 41.27 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 866.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 4.27 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากความต้องการเม็ดพลาสติกคอมปาวด์สำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิลที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามโครงการสาธารณูปโภคและภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและปรับราคาขายสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจรอบนี้คือ การเติบโตของยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกสำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิล (Wire & Cable PVC) ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 119.19% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ความต้องการใช้สายไฟฟ้าในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐ 2) การขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานของภาคเอกชน และ 3) การย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถบริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิตได้ดีขึ้น ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต และมีความสามารถในการปรับราคาขายสินค้าให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบ (ปิโตรเคมี/พีวีซีเรซิ่น) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทันท่วงที ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 13.72% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีก่อน มาอยู่ที่ 23.25% ในช่วงเดียวกันของปีนี้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง เนื่องจากบริษัทมีฐานลูกค้าที่รองรับงานโครงการภาครัฐและเอกชนที่ยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีในอนาคต โดยบริษัทมีกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาอัตรากำไร
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569:** อยู่ที่ 41.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.01 ล้านบาท หรือ +866.51% YoY
* **รายได้จากการขาย:** อยู่ที่ 277.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.29% YoY โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟฟ้าที่โตแรง 119.19%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (6 เดือน):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนมาอยู่ที่ 23.25% จาก 13.72% ในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลงเหลือ 1.62 ล้านบาท (สำหรับ 6 เดือน) จากการลดวงเงินกู้ยืมระยะสั้นและอัตราดอกเบี้ยที่บริหารจัดการได้ดีขึ้น
* **กระแสเงินสด:** มีการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือตามปริมาณคำสั่งซื้อที่เติบโตขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟฟ้าที่กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้และกำไร แม้รายได้จากกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์จะปรับตัวลดลง แต่ก็ถูกชดเชยด้วยการเติบโตของกลุ่มหลักและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชนที่ยังคงมีต่อเนื่อง
* การย้ายฐานการผลิตของต่างชาติเข้ามาในไทยช่วยเพิ่มความต้องการใช้สายไฟฟ้าและสายเคเบิลในนิคมอุตสาหกรรม
* ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost)
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีและน้ำมันดิบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
* ความเสี่ยงจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้ต่างประเทศบางราย
* การแข่งขันในอุตสาหกรรมเม็ดพลาสติกคอมปาวด์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. ความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อในกลุ่มโครงการสาธารณูปโภค
2. แนวโน้มราคาวัตถุดิบพีวีซีเรซิ่นและสารเติมแต่งในตลาดโลก
3. ความสามารถในการบริหารจัดการลูกหนี้การค้าและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
4. ผลกระทบจากค่าขนส่งและค่าไฟฟ้าที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
บริษัทเน้นการผลิตเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ 3 กลุ่มหลัก โดยกลุ่มสายไฟฟ้าและสายเคเบิลมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือทำได้ดีขึ้นโดยมีอายุเฉลี่ยสินค้าคงเหลือลดลงเหลือ 59 วัน (จาก 83 วันในปีก่อน) สะท้อนถึงอัตราการหมุนเวียนของสินค้าที่รวดเร็วขึ้นตามความต้องการของตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,068.92 ล้านบาท หนี้สินรวม 384.37 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับตัวลดลงเหลือ 0.56 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดการพึ่งพาวงเงินกู้ยืมระยะสั้น
## สรุปท้าย
ADB ผ่านไตรมาส 2/2569 ด้วยผลงานที่โดดเด่นจากการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าและสายเคเบิล ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการขยายตัวของงานโครงการภาครัฐและเอกชน แม้จะมีความท้าทายจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน แต่บริษัทสามารถพิสูจน์ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดและฐานะการเงินมีความมั่นคงขึ้นอย่างชัดเจน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADB ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
204.21
ล้านบาท
↓ 209.7% YoY
กำไรขั้นต้น
31.53
ล้านบาท
↓ 134.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.44
%
กำไรสุทธิ
4.10
ล้านบาท
↓ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.01
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↓ -209.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -134.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -88.5%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
4.32
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
0.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
28.57
-85.16%
|
192.57
-197.92%
|
-196.66
-138.15%
|
515.44
-2,330.38%
|
-23.11
-137.47%
|
61.68
+13.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.64
-38.03%
|
-17.17
-731.25%
|
2.72
-93.92%
|
44.73
+100.58%
|
22.30
-166.89%
|
-33.34
-35.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-58.78
-73.89%
|
-225.12
-333.43%
|
96.44
-116.59%
|
-581.46
+1,022.29%
|
-51.81
-51.42%
|
-106.64
+161.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-41.01
-28.48%
|
-57.34
-42.35%
|
-99.46
+313.56%
|
-24.05
-55.59%
|
-54.15
-6,396.51%
|
0.86
-95.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.18
+124.80%
|
40.56
-60.05%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|
52.01
+56.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
46.46
-49.05%
|
91.18
+204.54%
|
29.94
-70.51%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|