บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.25
0.03 (2.34%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การเติบโตของอัตรากําไรของทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯต่อเนื่องมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยเฉพาะในกลุ่ม เม็ดพลาสติกคอมปาวด์จากความต้องการสินค้าเพื่อนําไปผลิตสายไฟและสายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ในกลุ่มงานด้าน สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ
ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัว สูงขึ้นในไตรมาสนี้ โดยบริษัทฯมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้วัตถุดิบทดแทนที่สามารถลดต้นทุน การผลิตเพื่อเพิ่มอัตรากําไรขั้นต้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ได้โดยตรง จึงส่งผลให้บริษัทฯมีอัตรากําไรสุทธิทั้งสิ้น 7.86% ของรายได้ของบริษัทฯ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5056 out_tok=2206 at=2026-07-25T08:45:20 -->
# ADB กำไร Q1/2565 พุ่ง 45.2% รับอานิสงส์ดีมานด์ยุโรป-อเมริกา-เอเชียฟื้น
## รายได้รวมโต 35.9% จากยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนขายปรับสูงตามราคาเม็ดพลาสติก
บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ ADB รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 118.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากความต้องการของลูกค้าในตลาดต่างประเทศที่ฟื้นตัว รวมถึงตลาดในประเทศที่เริ่มกลับมาคึกคัก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นตามราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจกำไรของ ADB ในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 45.2% แม้ว่าต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ADB ในไตรมาสนี้คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 35.9%** คิดเป็น 293 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท หรือ 45.2% เป็น 118.8 ล้านบาท ปัจจัยนี้มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจาก **ความต้องการของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่เพิ่มมากขึ้น** โดยเฉพาะการขายต่างประเทศที่เติบโตถึง 37.8% (269.3 ล้านบาท) นอกจากนี้ ตลาดในประเทศยังมีการฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลาย ทำให้ยอดขายในประเทศเติบโต 22.7% (23.7 ล้านบาท) โดยผลิตภัณฑ์ที่เติบโตได้ดีคือกลุ่มถุงและหลอดดูดเครื่องดื่ม
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 40.1% (256 ล้านบาท) เป็นไปตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น และ **ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นเล็กน้อย แต่บริษัทได้พยายามบริหารจัดการโดยการติดตามความเคลื่อนไหวราคาเม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขายและรักษาระดับกำไร รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุน** จากเอกสารระบุว่า ความต้องการของลูกค้าในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ และการฟื้นตัวของตลาดในประเทศก็เป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด บริษัทมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2565 เติบโต 45.2%** แตะ 118.8 ล้านบาท จาก 82.1 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 35.9%** เป็น 1,109.7 ล้านบาท จาก 816.6 ล้านบาท
* **ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น 37.8%** รับอานิสงส์ดีมานด์ในยุโรป อเมริกา และเอเชียฟื้นตัว
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 40.1%** ตามยอดขายและราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น
* **มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 11.3 ล้านบาท** และกำไรจากการปรับปรุงราคาเงินลงทุน 6.9 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ADB รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 118.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,109.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% YoY ขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 899.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.1% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 18.9% ลดลงเล็กน้อยจาก 22.7% ในปีก่อน รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการปรับปรุงมูลค่าเงินลงทุน
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะในยุโรป อเมริกา และเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท
* **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศ:** หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลดีต่อยอดขายในประเทศ
* **การลงทุนในบุคลากรและการวิจัยและพัฒนา:** เพื่อขยายธุรกิจในอนาคต
* **การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต:** เพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติก:** ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก และส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไร แต่ก็มีความผันผวนที่อาจส่งผลเป็นขาดทุนได้
* **ความล่าช้าในการนำเข้าวัตถุดิบ:** ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัท
* การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศ
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* ความคืบหน้าในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะวัตถุดิบนำเข้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนจากการผลิตไม่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่ดี หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่ระบุว่าบริษัทมีการวางแผนการซื้อวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนคำสั่งซื้อปัจจุบัน
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกหลักปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2564 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.7% ใน Q1/2564 เป็น 18.9% ใน Q1/2565 เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้
* **ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 37.8% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 11.3 ล้านบาทในไตรมาสนี้
* **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 8.1% ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป เนื่องจากการนำเข้าวัตถุดิบล่าช้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,009.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีการลงทุนเพิ่มในกองทุนต่างประเทศ 100 ล้านบาท ทำให้เงินสดลดลงและเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 85.1 ล้านบาท สัมพันธ์กับรายได้ที่เพิ่มขึ้น สินค้าคงเหลือลดลง 8.1% ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป เนื่องจากการนำเข้าวัตถุดิบล่าช้า
หนี้สินรวมลดลง 10.3% เป็น 577.2 ล้านบาท หลักๆ มาจากโบนัสค้างจ่ายที่จ่ายไป และเจ้าหนี้การค้าที่ลดลงตามวัตถุดิบที่จ่ายซื้อลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.1% เป็น 2,432.2 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในไตรมาส
## สรุปท้าย
ADB โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2565 เติบโตโดดเด่นจากรายได้จากการขายที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่ฟื้นตัวแรง แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการเพื่อรักษาระดับกำไรได้ในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ควบคู่ไปกับการติดตามการฟื้นตัวของตลาดในประเทศและกลยุทธ์การลดต้นทุนอย่างยั่งยืนของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADB ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
204.21
ล้านบาท
↓ 209.7% YoY
กำไรขั้นต้น
31.53
ล้านบาท
↓ 134.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.44
%
กำไรสุทธิ
4.10
ล้านบาท
↓ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.01
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↓ -209.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -134.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -88.5%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
4.32
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
0.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
28.57
-85.16%
|
192.57
-197.92%
|
-196.66
-138.15%
|
515.44
-2,330.38%
|
-23.11
-137.47%
|
61.68
+13.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.64
-38.03%
|
-17.17
-731.25%
|
2.72
-93.92%
|
44.73
+100.58%
|
22.30
-166.89%
|
-33.34
-35.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-58.78
-73.89%
|
-225.12
-333.43%
|
96.44
-116.59%
|
-581.46
+1,022.29%
|
-51.81
-51.42%
|
-106.64
+161.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-41.01
-28.48%
|
-57.34
-42.35%
|
-99.46
+313.56%
|
-24.05
-55.59%
|
-54.15
-6,396.51%
|
0.86
-95.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.18
+124.80%
|
40.56
-60.05%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|
52.01
+56.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
46.46
-49.05%
|
91.18
+204.54%
|
29.94
-70.51%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|