ADB
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ADB
บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.25
0.03 (2.34%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การเติบโตของอัตรากําไรของทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯต่อเนื่องมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยเฉพาะในกลุ่ม เม็ดพลาสติกคอมปาวด์จากความต้องการสินค้าเพื่อนําไปผลิตสายไฟและสายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ในกลุ่มงานด้าน สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัว สูงขึ้นในไตรมาสนี้ โดยบริษัทฯมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้วัตถุดิบทดแทนที่สามารถลดต้นทุน การผลิตเพื่อเพิ่มอัตรากําไรขั้นต้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ได้โดยตรง จึงส่งผลให้บริษัทฯมีอัตรากําไรสุทธิทั้งสิ้น 7.86% ของรายได้ของบริษัทฯ

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14919 out_tok=3218 at=2026-07-27T07:53:12 --> # ADB Q2/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 170% รับอานิสงส์ยอดขายเม็ดพลาสติกคอมปาวด์โตแรง ## รายได้รวมโต 62% หนุนกำไรสุทธิพุ่งแรง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยสำคัญ บริษัท แอ็พพลายดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ ADB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 439.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ที่เพิ่มขึ้นถึง 89.53 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิลที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงผลิตภัณฑ์กาวและยาแนวที่มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 43.06 ล้านบาท หรือ 170% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ADB ในไตรมาส 2 ปี 2564 และครึ่งปีแรก คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิล** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 62.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ การเติบโตของผลิตภัณฑ์กาวและยาแนวก็มีส่วนช่วยเสริมรายได้ให้แข็งแกร่งขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์สำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิล มาจากการ **ขยายตัวของยอดขายที่เกี่ยวข้องกับโครงการของการไฟฟ้าขนาดใหญ่** ซึ่งเป็นงานสำหรับโครงการภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ต่อเนื่องมาจากปลายปีก่อนหน้าและเป็นช่วงต้นของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 นอกจากนี้ เม็ดพลาสติกคอมปาวด์เกรดใช้งานทั่วไปและเกรดทางการแพทย์ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มทางการแพทย์ที่จำหน่ายให้กับบริษัท โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ในส่วนของผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรมมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ และผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กก็เติบโตได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกไปยังต่างประเทศ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า ความต้องการสินค้าของลูกค้าในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกา ยังคงมีอยู่ และมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณคำสั่งซื้อและราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ การลงทุนของภาครัฐในงานโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/2564 เติบโต 62.29%** แตะ 439.82 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ * **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2564 พุ่ง 170%** แตะ 66.69 ล้านบาท จาก 23.63 ล้านบาทในปีก่อน * **ยอดขายเม็ดพลาสติกคอมปาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิลโตเด่น** รับอานิสงส์โครงการภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐาน * **ผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กเติบโตดี** โดยเฉพาะการส่งออกไปยังต่างประเทศ * **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น** จากการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** สอดคล้องกับยอดขายที่เติบโต โดยเฉพาะค่าขนส่ง ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 439.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.29% จาก 273.51 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 434.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 166.79 ล้านบาท หรือ 62.29% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ที่เพิ่มขึ้น 89.53 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟฟ้าและสายเคเบิลที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการภาครัฐฯ รวมถึงผลิตภัณฑ์กาวและยาแนวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 848.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.86% จาก 619.96 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 836.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 225.72 ล้านบาท หรือ 36.86% การเติบโตนี้มาจากผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ที่เพิ่มขึ้น 140.96 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟฟ้าและสายเคเบิล และกลุ่มใช้งานทั่วไป รวมถึงผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น จาก 18.11% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีก่อน เป็น 20.72% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 โดยเฉพาะกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 19.29% จาก 16.59% และกลุ่มยาแนวและกาวขนาดเล็กที่เพิ่มขึ้นเป็น 23.50% จาก 20.08% บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2564 จำนวน 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 23.63 ล้านบาทในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 170% โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.86% เทียบกับ 3.81% ในปีก่อน ## โอกาส * **การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิล * **การเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์:** ยอดขายเม็ดพลาสติกคอมปาวด์สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง * **การขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ:** การส่งออกผลิตภัณฑ์กาวและยาแนวไปยังภูมิภาคต่างๆ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต * **การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต:** การผลิตวัตถุดิบสำเร็จรูปซีลิโคนได้เองช่วยควบคุมต้นทุนและเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ยาแนว * **การใช้วัตถุดิบทดแทน:** การค้นหาและใช้วัตถุดิบทดแทนช่วยลดต้นทุนการผลิตและรักษาอัตรากำไร ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ เช่น เรซิ่น สารเติมแต่ง ยางสังเคราะห์ และสารละลายต่างๆ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันจากผู้ผลิตรายอื่นทั้งในและต่างประเทศอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร * **สภาวะเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม * **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ค่าระวางเรือและค่าขนส่งสินค้าทั้งในและต่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขาย ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน และผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ * การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ และการใช้วัตถุดิบทดแทนเพื่อรักษาอัตรากำไร * การขยายตัวของตลาดผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และความสามารถในการตอบสนองความต้องการ * แนวโน้มการส่งออกผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กไปยังตลาดต่างประเทศ * การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **ผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์:** รายได้เติบโตโดดเด่น 89.53 ล้านบาทใน Q2/64 โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟฟ้าและสายเคเบิลที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการภาครัฐฯ และกลุ่มใช้งานทั่วไป รวมถึงกลุ่มทางการแพทย์ที่จำหน่ายให้กับพันธมิตร อัตรากำไรขั้นต้นกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็น 19.29% จากการปรับปรุงคุณสมบัติสินค้าและประสิทธิภาพการผลิต แม้ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์จะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ **ผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรม:** รายได้เติบโต 22.79 ล้านบาทใน Q2/64 จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ และการปรับขนาดการผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.24% ซึ่งค่อนข้างคงที่ แม้ต้นทุนวัตถุดิบกลุ่มยางสังเคราะห์และสารละลายจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ มุ่งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ **ผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก:** รายได้เติบโต 54.46 ล้านบาทใน Q2/64 โดยเฉพาะการส่งออกไปยังต่างประเทศ อัตรากำไรขั้นต้นกลุ่มนี้ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 23.50% จาก 20.08% แม้ต้นทุนวัตถุดิบซิลิโคนจะสูงขึ้น แต่การผลิตวัตถุดิบสำเร็จรูปซีลิโคนได้เองและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยควบคุมต้นทุนและได้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด **โครงสร้างรายได้ตามอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างยังคงเป็นสัดส่วนหลัก (74.02%) ตามมาด้วยยานยนต์ (9.99%) และรองเท้า/เครื่องหนัง (7.72%) **โครงสร้างรายได้ตามภูมิภาค:** รายได้ในประเทศคิดเป็น 77.64% ของรายได้รวม โดยมีการเติบโต 35.37% จากปีก่อน ส่วนรายได้จากต่างประเทศก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกา ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,393.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,243.68 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 49.73 ล้านบาท จากกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 11.77 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 12.19 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงจาก 96 วัน เป็น 85 วัน สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 86.77 ล้านบาท โดยมีการสำรองวัตถุดิบในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่สูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หนี้สินรวมอยู่ที่ 717.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 506.34 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 113.79 ล้านบาท เพื่อรองรับการสั่งซื้อวัตถุดิบและคำสั่งซื้อลูกค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 675.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 645.35 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 1.40 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.32 เท่าในปีก่อน อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratios) ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 20.72% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็น 7.86% อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.22 เท่า เป็น 18.02 เท่า ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ADB ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิล ซึ่งได้รับอานิสงส์จากโครงการภาครัฐฯ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับการเติบโตของผลิตภัณฑ์กาวและยาแนว โดยเฉพาะการส่งออก ทำให้รายได้รวมเติบโตกว่า 62% และกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกพุ่งสูงถึง 170% แม้จะเผชิญความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะจากโครงการภาครัฐฯ และการขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและการแข่งขันในอุตสาหกรรมต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADB ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
204.21 ล้านบาท
↓ 209.7% YoY
กำไรขั้นต้น
31.53 ล้านบาท
↓ 134.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.44 %
กำไรสุทธิ
4.10 ล้านบาท
↓ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.01 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↓ -209.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -134.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -88.5% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
204.21
+209.70%
-186.15
+57.27%
-435.61
-185.62%
508.75
+11.40%
456.71
+20.41%
379.29
+0.45%
กำไรขั้นต้น
31.53
+134.80%
-90.59
-153.18%
-35.78
-179.05%
45.26
-2.27%
46.32
-40.25%
77.52
+14.98%
ค่าใช้จ่ายรวม
31.90
+468.68%
-8.65
+89.06%
-79.05
-250.74%
52.44
+8.63%
48.28
-9.66%
53.44
+19.82%
กำไรสุทธิ
4.10
-88.49%
35.61
+10.43%
32.25
+283.64%
-17.56
-671.28%
-2.28
-111.72%
19.44
+18.07%
กำไรต่อหุ้น
0.01
-87.76%
0.05
+11.36%
0.04
+283.33%
-0.02
-700.00%
0.00
-111.11%
0.03
+17.39%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
15.44
-68.28%
48.67
+492.81%
8.21
-7.75%
8.90
-12.23%
10.14
-50.39%
20.44
+14.45%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
15.62
+235.91%
4.65
-74.38%
18.15
+76.04%
10.31
-2.46%
10.57
-24.98%
14.09
+19.31%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.01
+110.51%
-19.13
-158.51%
-7.40
-114.49%
-3.45
-590.00%
-0.50
-109.77%
5.12
+17.43%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.44
-97.77%
19.77
+324.66%
-8.80
+71.52%
-30.90
-78.51%
-17.31
-1,252.34%
-1.28
-254.22%
ROE(%)
4.32
-22.02%
5.54
+173.77%
-7.51
-622.12%
-1.04
-109.13%
11.39
+0.26%
11.36
+522.30%
ROA(%)
3.71
+7,520.00%
-0.05
+97.11%
-1.73
-446.00%
0.50
-93.44%
7.62
-1.04%
7.70
+926.67%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.42
-36.36%
0.66
-51.11%
1.35
-11.76%
1.53
+35.40%
1.13
+21.51%
0.93
-32.12%
P/E
7.36
-42.36%
12.77
12.77
-88.16%
107.81
+636.41%
14.64
+64.31%
8.91
P/BV
0.68
-38.74%
1.11
-11.20%
1.25
-8.76%
1.37
-33.82%
2.07
+117.89%
0.95
+37.68%
BV
0.89
+7.23%
0.83
-1.19%
0.84
-7.69%
0.91
-12.50%
1.04
1.04
+10.64%
YIELD(%)
3.33
+38.75%
2.40
2.40
-45.95%
4.44
+74.12%
2.55
+152.48%
1.01
-34.42%
ราคาหุ้น
0.60
-34.78%
0.92
-12.38%
1.05
-15.32%
1.24
-42.59%
2.16
+118.18%
0.99
+52.31%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
4.32
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
0.94

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
365.04
-29.80%
519.97
-40.92%
880.14
-20.84%
1,111.83
+20.15%
925.35
+32.28%
699.56
+0.06%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
554.79
+3.97%
533.60
+0.57%
530.55
+3.11%
514.56
-2.67%
528.70
-2.84%
544.12
-1.87%
รวมสินทรัพย์
919.83
-12.69%
1,053.57
-25.32%
1,410.69
-13.26%
1,626.39
+11.85%
1,454.05
+16.91%
1,243.68
-0.79%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
234.53
-37.79%
376.99
-48.41%
730.69
-21.25%
927.81
+36.37%
680.35
+41.62%
480.41
-12.22%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
37.51
-10.13%
41.73
-47.44%
79.40
+44.78%
54.84
-39.17%
90.17
-23.54%
117.92
-5.60%
รวมหนี้สิน
272.04
-35.03%
418.73
-48.31%
810.09
-17.56%
982.66
+27.53%
770.51
+28.78%
598.34
-10.99%
รวมส่วนของเจ้าของ
647.79
+2.04%
634.84
+5.70%
600.60
-6.70%
643.73
-5.82%
683.53
+5.92%
645.35
+11.00%
D/E
0.42
0.66
1.35
1.53
1.13
0.93
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
4.32
5.54
-7.51
-1.04
11.39
11.36
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.71
-0.05
-1.73
0.50
7.62
7.70
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.56
1.38
1.20
1.20
1.36
1.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.97
0.91
0.57
0.59
0.66
0.84
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
93.65
123.95
0.00
0.00
82.36
100.90
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
60.25
109.44
0.00
0.00
97.78
92.43
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
61.13
81.59
0.00
0.00
65.19
81.21
วงจรเงินสด
92.78
151.80
0.00
0.00
114.94
112.12
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
28.57
-85.16%
192.57
-197.92%
-196.66
-138.15%
515.44
-2,330.38%
-23.11
-137.47%
61.68
+13.13%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-10.64
-38.03%
-17.17
-731.25%
2.72
-93.92%
44.73
+100.58%
22.30
-166.89%
-33.34
-35.64%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-58.78
-73.89%
-225.12
-333.43%
96.44
-116.59%
-581.46
+1,022.29%
-51.81
-51.42%
-106.64
+161.95%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-41.01
-28.48%
-57.34
-42.35%
-99.46
+313.56%
-24.05
-55.59%
-54.15
-6,396.51%
0.86
-95.31%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
91.18
+124.80%
40.56
-60.05%
101.52
+68.16%
60.37
+90.56%
31.68
-39.09%
52.01
+56.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
46.46
-49.05%
91.18
+204.54%
29.94
-70.51%
101.52
+68.16%
60.37
+90.56%
31.68
-39.09%