บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.25
0.03 (2.34%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การเติบโตของอัตรากําไรของทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯต่อเนื่องมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยเฉพาะในกลุ่ม เม็ดพลาสติกคอมปาวด์จากความต้องการสินค้าเพื่อนําไปผลิตสายไฟและสายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ในกลุ่มงานด้าน สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ
ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัว สูงขึ้นในไตรมาสนี้ โดยบริษัทฯมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้วัตถุดิบทดแทนที่สามารถลดต้นทุน การผลิตเพื่อเพิ่มอัตรากําไรขั้นต้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ได้โดยตรง จึงส่งผลให้บริษัทฯมีอัตรากําไรสุทธิทั้งสิ้น 7.86% ของรายได้ของบริษัทฯ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15287 out_tok=3128 at=2026-07-25T00:47:19 -->
ADB กำไรสุทธิ Q2/66 พลิกขาดทุน เหตุยอดขายเม็ดพลาสติกวูบ-ต้นทุนพุ่ง
ADB Q2/66: รายได้-กำไรหดตัวหนัก จากยอดขายเม็ดพลาสติกสายไฟฟ้าชะลอตัวและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
บริษัท แอ็พพลายดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ ADB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรสุทธิ 0.27 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิ 47.16 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ ADB ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักคือ **การหดตัวของรายได้จากการขายกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์** ซึ่งลดลงถึง 29.53% ในไตรมาส 2/2566 เทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่ลดลงถึง 35.09% ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 47.16 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 0.27 ล้านบาทในปีก่อน
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **รายได้ลดลง:** สาเหตุหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่ลดลงอย่างมาก (112.10 ล้านบาท หรือ 35.09%) เนื่องจากโครงการของการไฟฟ้าขนาดใหญ่ชะลอตัว และระดับราคาเฉลี่ยของเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ปรับตัวลดลงตามราคาเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ เม็ดพลาสติกคอมพาวด์เกรดใช้งานทั่วไปก็ลดลงเช่นกัน (34.09 ล้านบาท) จากการชะลอตัวของการส่งออก ขณะที่ผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรมและยาแนวก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
* **ต้นทุนสูงขึ้น:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ต้นทุนขายกลับเพิ่มขึ้นในบางส่วน โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ที่ได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ (เรซิ่นและสารเติมแต่ง) ที่ผันผวนและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 74.13% (40.38 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน การบริหารจัดการ และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์จำนวน 27.60 ล้านบาท
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการชะลอตัวของยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลเป็นผลจากโครงการภาครัฐที่รอการอนุมัติ ซึ่งอาจกลับมาได้ในอนาคต และมีการขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น แต่การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวนมาก และการแข่งขันด้านราคาในกลุ่มยาแนว รวมถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 47.16 ล้านบาท** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เทียบกับกำไร 0.27 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 23.48%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เหลือ 842.18 ล้านบาท โดยหลักมาจากกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์
* **ยอดขายเม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลลดลง 50.07%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 จากการชะลอตัวของโครงการภาครัฐ
* **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** เป็น 9.50% จาก 8.62% ในปีก่อน แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่บริหารจัดการได้ดีในกลุ่มกาวและยาแนว
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 74.13%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ส่วนใหญ่จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 27.60 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 65.59%** จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 842.18 ล้านบาท ลดลง 23.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ โดยเฉพาะสำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่ลดลงถึง 50.07% เนื่องจากโครงการสาธารณูปโภคของรัฐบาลชะลอตัว นอกจากนี้ เม็ดพลาสติกคอมพาวด์เกรดใช้งานทั่วไปก็ลดลง 35.61% จากราคาสินค้าที่ปรับตัวลง ขณะที่เม็ดพลาสติกสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 21.64 ล้านบาท รายได้จากกลุ่มธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและยาแนวปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 143.65 ล้านบาท เป็น 151.45 ล้านบาท
ในด้านต้นทุนขาย กลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์มีต้นทุนลดลง 30.96% ขณะที่กลุ่มกาวและยาแนวลดลง 17.35% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 8.62% เป็น 9.50%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 52.04% โดยค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 22.09% ตามยอดขายที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 74.13% ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 27.60 ล้านบาทสำหรับลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 65.59% จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 47.16 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เทียบกับกำไรสุทธิ 0.27 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ทางการแพทย์:** มีการขยายกำลังการผลิตเพิ่ม 2 สายการผลิต รวมเป็น 5 สายการผลิต และได้รับการรับรองจากคู่ค้าหลัก คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ในอนาคต
* **การขยายตลาดผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรม:** มุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพิ่มเติม เช่น ไนจีเรีย ปากีสถาน เวียดนาม เมียนมาร์ กัมพูชา เนปาล สิงคโปร์
* **โครงการภาครัฐที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** การรอการอนุมัติโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคใหม่ๆ จากรัฐบาลชุดใหม่ อาจส่งผลดีต่อยอดขายเม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจ:** ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนว
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันที่สูงขึ้นจากผู้ผลิตในประเทศจีนและคู่แข่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มยาแนว
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเรซิ่น สารเติมแต่ง และราคาพลังงานที่ผันผวน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้นของเม็ดพลาสติกคอมพาวด์
* **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวนมากสะท้อนถึงความเสี่ยงในการเรียกเก็บหนี้จากลูกค้ารายใหญ่
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของยอดขายเม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล:** ขึ้นอยู่กับการอนุมัติโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ
* **ผลประกอบการของกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกทางการแพทย์:** หลังจากการขยายกำลังการผลิต
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะเรซิ่น สารเติมแต่ง และพลังงาน
* **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** และผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ยาแนว:** และความสามารถในการรักษาอัตรากำไร
* **การขยายตลาดผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรมในต่างประเทศ:**
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการชะลอตัวของปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติกคอมพาวด์
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการชะลอตัวของยอดขายโครงการภาครัฐ
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีความผันผวนของราคาเรซิ่น สารเติมแต่ง และราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตเม็ดพลาสติกคอมพาวด์
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 9.50% จาก 8.62% ในปีก่อน โดยกลุ่มกาวและยาแนวมี GPM เพิ่มขึ้น แต่กลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** ยอดขายส่งออกผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ลดลง โดยเฉพาะไปยังแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคาจากจีน
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนในตารางงบกำไรขาดทุน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือสุทธิลดลง 89.20 ล้านบาท จากการปรับลดการสั่งซื้อวัตถุดิบ และการลดปริมาณสินค้าคงเหลือ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลงจาก 1,626.39 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 1,488.83 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2566 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงจากการลดลงของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า
* **หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 982.06 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 802.24 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2566 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 643.73 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 506.58 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2566 เนื่องมาจากผลการดำเนินงานที่ขาดทุน
* **กระแสเงินสด:** มีกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 118.03 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า มีการใช้เงินสดลงทุน 5.86 ล้านบาทในการซื้อเครื่องจักร และใช้เงินสดจัดหาเงิน 118.34 ล้านบาทจากการชำระคืนเงินกู้
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** ลดลงจาก 1.93 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 1.50 เท่า ณ 30 มิ.ย. 2566
## สรุปท้าย
ADB เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 จากการหดตัวของรายได้หลักในกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวนมาก แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากการบริหารจัดการในกลุ่มกาวและยาแนว และมีโอกาสจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และการขยายตลาดกาว แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขัน และความผันผวนของวัตถุดิบ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADB ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
204.21
ล้านบาท
↓ 209.7% YoY
กำไรขั้นต้น
31.53
ล้านบาท
↓ 134.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.44
%
กำไรสุทธิ
4.10
ล้านบาท
↓ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.01
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↓ -209.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -134.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -88.5%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
4.32
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
0.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
28.57
-85.16%
|
192.57
-197.92%
|
-196.66
-138.15%
|
515.44
-2,330.38%
|
-23.11
-137.47%
|
61.68
+13.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.64
-38.03%
|
-17.17
-731.25%
|
2.72
-93.92%
|
44.73
+100.58%
|
22.30
-166.89%
|
-33.34
-35.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-58.78
-73.89%
|
-225.12
-333.43%
|
96.44
-116.59%
|
-581.46
+1,022.29%
|
-51.81
-51.42%
|
-106.64
+161.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-41.01
-28.48%
|
-57.34
-42.35%
|
-99.46
+313.56%
|
-24.05
-55.59%
|
-54.15
-6,396.51%
|
0.86
-95.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.18
+124.80%
|
40.56
-60.05%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|
52.01
+56.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
46.46
-49.05%
|
91.18
+204.54%
|
29.94
-70.51%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|