บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.25
0.03 (2.34%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การเติบโตของอัตรากําไรของทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯต่อเนื่องมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยเฉพาะในกลุ่ม เม็ดพลาสติกคอมปาวด์จากความต้องการสินค้าเพื่อนําไปผลิตสายไฟและสายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ในกลุ่มงานด้าน สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ
ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัว สูงขึ้นในไตรมาสนี้ โดยบริษัทฯมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้วัตถุดิบทดแทนที่สามารถลดต้นทุน การผลิตเพื่อเพิ่มอัตรากําไรขั้นต้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ได้โดยตรง จึงส่งผลให้บริษัทฯมีอัตรากําไรสุทธิทั้งสิ้น 7.86% ของรายได้ของบริษัทฯ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8083 out_tok=2570 at=2026-07-25T05:57:52 -->
# ADB กำไรสุทธิ Q3/65 หดตัว 29% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าใช้จ่ายขายเพิ่ม
## รายได้รวมโต 1.93% แต่ GPM ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารพุ่งดันกำไรสุทธิลดลง
บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ ADB รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 117.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 29.17% มาอยู่ที่ 9.22 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ ADB ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจากการที่ **ต้นทุนขายและบริการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น (GPM) และกำไรสุทธิโดยรวม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนขายและบริการที่สูงขึ้น:** แม้รายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อย แต่ต้นทุนขายและบริการกลับเพิ่มขึ้นถึง 2.92% ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 41.07% ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาอยู่ที่ 40.49% ในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามีสาเหตุมาจาก **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** และต้นทุนงานบริการที่เพิ่มขึ้น
2. **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่พุ่งสูง:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 53.50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ **เพิ่มขึ้นของเงินเดือนและผลประโยชน์ของพนักงานฝ่ายขาย** รวมถึง **ค่าใช้จ่ายโฆษณาประชาสัมพันธ์และการส่งเสริมการขาย** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
3. **ผลกระทบต่อกำไรสุทธิ:** เมื่อรวมผลกระทบจาก GPM ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 ลดลง 29.17% มาอยู่ที่ 9.22 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจผันผวนได้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากการลงทุนเพื่อสร้างยอดขาย ซึ่งหากสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ก็อาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่หากยอดขายไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ ก็อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรต่อไปได้ ต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การตลาดของบริษัทในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลง 29.17% YoY** อยู่ที่ 9.22 ล้านบาท จาก 13.02 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/65 เพิ่มขึ้น 1.93% YoY** อยู่ที่ 117.04 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากยอดขายระบบป้องกันฟ้าผ่าและ Solution & Innovation
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 41.07% เป็น 40.49% เนื่องจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายพุ่งสูงขึ้น 53.50% YoY** จากการเพิ่มเงินเดือนพนักงานขายและค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 34.17%** จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและเพื่อรองรับยอดขาย
* **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 30.95%** จากการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 117.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีโครงสร้างรายได้ที่น่าสนใจคือ ยอดขายสินค้าระบบป้องกันฟ้าผ่าเพิ่มขึ้น 27.82% และรายได้จาก Solution & Innovation เพิ่มขึ้น 15.85% ในขณะที่ยอดขายสินค้าระบบต่อลงดินลดลง 28.71% ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 5.10% แต่ยอดขายต่างประเทศลดลง 14.60%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 2.92% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 41.07% เป็น 40.49% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 53.50% ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ลดลง 29.17% มาอยู่ที่ 9.22 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 20.21% อยู่ที่ 389.26 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 3.62% มาอยู่ที่ 34.40 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 29.57% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 43.12% เป็น 38.69% และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 34.14%
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายระบบป้องกันฟ้าผ่า:** การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของยอดขายสินค้าระบบป้องกันฟ้าผ่า สะท้อนถึงความต้องการของตลาดและความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
* **การเติบโตของ Solution & Innovation:** รายได้จากส่วนนี้ที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
* **การบริหารจัดการลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพ:** การลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น แสดงถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ดีขึ้น
* **การลงทุนในอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่:** การก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่บ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย:** หากการลงทุนในค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาดไม่สามารถสร้างยอดขายที่เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจเป็นแรงกดดันต่อผลกำไร
* **ยอดขายต่างประเทศที่ลดลง:** การลดลงของยอดขายในตลาดต่างประเทศอาจเป็นสัญญาณที่ต้องพิจารณาถึงปัจจัยภายนอกหรือการแข่งขันในตลาดนั้นๆ
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาระดอกเบี้ยและโครงสร้างทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* ประสิทธิภาพของการลงทุนในค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาดในการสร้างยอดขาย
* การฟื้นตัวของยอดขายในตลาดต่างประเทศ
* ความคืบหน้าของการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ และผลกระทบต่อกระแสเงินสดและภาระดอกเบี้ย
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับยอดขายที่คาดการณ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดขายระบบต่อลงดินลดลง อาจบ่งชี้ถึง Utilization ที่ลดลงในส่วนนี้
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ยอดขายระบบป้องกันฟ้าผ่าเพิ่มขึ้น อาจสะท้อนถึง Order Book ที่แข็งแกร่งในส่วนนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อต้นทุนขายและบริการ และอัตรากำไรขั้นต้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 41.07% เป็น 40.49% ใน Q3/65 และลดลงจาก 43.12% เป็น 38.69% ใน 9 เดือนแรกของปี 2565
* **ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศใน Q3/65 ลดลง 14.60% และใน 9 เดือนแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้น 18.17%
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 34.17% จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและเพื่อรองรับยอดขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 816.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.20% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12.87% จากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 34.17% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 24.00% จากการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 67.28% มาอยู่ที่ 291.17 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.66% มาอยู่ที่ 525.17 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ADB ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แม้รายได้รวมจะยังเติบโตได้เล็กน้อยจากยอดขายระบบป้องกันฟ้าผ่าและ Solution & Innovation การลงทุนในอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่เป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่ก็ส่งผลให้หนี้สินเพิ่มขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบ ประสิทธิภาพของการใช้จ่ายด้านการตลาด และการบริหารจัดการหนี้สินอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADB ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
204.21
ล้านบาท
↓ 209.7% YoY
กำไรขั้นต้น
31.53
ล้านบาท
↓ 134.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.44
%
กำไรสุทธิ
4.10
ล้านบาท
↓ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.01
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↓ -209.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -134.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -88.5%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
4.32
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
0.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
28.57
-85.16%
|
192.57
-197.92%
|
-196.66
-138.15%
|
515.44
-2,330.38%
|
-23.11
-137.47%
|
61.68
+13.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.64
-38.03%
|
-17.17
-731.25%
|
2.72
-93.92%
|
44.73
+100.58%
|
22.30
-166.89%
|
-33.34
-35.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-58.78
-73.89%
|
-225.12
-333.43%
|
96.44
-116.59%
|
-581.46
+1,022.29%
|
-51.81
-51.42%
|
-106.64
+161.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-41.01
-28.48%
|
-57.34
-42.35%
|
-99.46
+313.56%
|
-24.05
-55.59%
|
-54.15
-6,396.51%
|
0.86
-95.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.18
+124.80%
|
40.56
-60.05%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|
52.01
+56.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
46.46
-49.05%
|
91.18
+204.54%
|
29.94
-70.51%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|