บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.25
0.03 (2.34%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก การเติบโตของอัตรากําไรของทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯต่อเนื่องมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยเฉพาะในกลุ่ม เม็ดพลาสติกคอมปาวด์จากความต้องการสินค้าเพื่อนําไปผลิตสายไฟและสายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ในกลุ่มงานด้าน สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ
ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัว สูงขึ้นในไตรมาสนี้ โดยบริษัทฯมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้วัตถุดิบทดแทนที่สามารถลดต้นทุน การผลิตเพื่อเพิ่มอัตรากําไรขั้นต้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ได้โดยตรง จึงส่งผลให้บริษัทฯมีอัตรากําไรสุทธิทั้งสิ้น 7.86% ของรายได้ของบริษัทฯ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10457 out_tok=2641 at=2026-07-25T06:26:17 -->
# ADB กำไรสุทธิ Q2/65 พลิกบวกหลังต้นทุนบริการลด แต่ภาพรวม 6 เดือนกำไรหด เหตุต้นทุนเหล็กพุ่ง
## รายได้รวม Q2/65 เติบโต 23.48% รับอานิสงส์งานเอกชน ขณะที่ 6 เดือนแรกกำไรสุทธิลดลง 1.66% จากแรงกดดันราคาวัตถุดิบ
บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ ADB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 463.076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.48% โดยมีปัจจัยหนุนจากงานประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิลดลง 1.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ ADB ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 23.48%** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนขายที่ปรับสูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 พลิกกลับมาเติบโตได้ 6.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2565 **แรงกดดันจากราคาเหล็กที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง 1.66%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ในไตรมาส 2 ปี 2565:** การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจาก **การประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชน** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 22.25% และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 24.10% แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะปรับเพิ่มขึ้น 3.14% แต่การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่า ทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 19.06% (ลดลงเล็กน้อย 3.14%) และเมื่อรวมกับการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2.34% ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 เติบโตได้
**สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2565:** สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงมาจาก **ราคาเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสภาวะตลาดโลก** ทำให้ต้นทุนขายปรับเพิ่มขึ้น 4.32% แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.77% แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่มากกว่าส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 19.31% (ลดลง 3.22%) ประกอบกับต้นทุนบริการที่ลดลงเล็กน้อยเพียง 0.14% ทำให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกหดตัวลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับผลประกอบการ Q2/65 ที่ดีขึ้น) / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม (สำหรับแรงกดดันต้นทุน)**
การเติบโตของรายได้ในไตรมาส 2 มาจากการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับจังหวะการประมูลงาน อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะเหล็กที่ยังคงปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสภาวะตลาดโลก เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 เติบโต 23.48%** แตะ 463.076 ล้านบาท จากการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ภาคเอกชน
* **กำไรสุทธิ Q2/65 พลิกบวก 6.91%** เป็น 32.001 ล้านบาท หรือ 0.11 บาทต่อหุ้น
* **ภาพรวม 6 เดือนแรกปี 65 กำไรสุทธิลดลง 1.66%** เหลือ 52.059 ล้านบาท หรือ 0.18 บาทต่อหุ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.62% ใน 6 เดือนแรก** จากราคาเหล็กวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้นต่อเนื่อง
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/65 ลดลง 3.14%** เหลือ 19.06% และ **6 เดือนแรก ลดลง 3.22%** เหลือ 19.31%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.34% ใน Q2/65** และ 0.24% ใน 6 เดือนแรก
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 463.076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.48% โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 22.25% และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 24.10% ซึ่งเป็นผลมาจากการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชน รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 138.49% ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 3.14% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 87.109 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 19.06% ลดลง 3.14% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.34% ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.91% เป็น 32.001 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.11 บาท
สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 845.112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.77% โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 1.20% แต่รายได้จากการให้บริการลดลง 1.70% ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 3.22% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงเป็น 161.605 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 19.31% ลดลง 3.22% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 0.24% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดหกเดือนลดลง 1.66% เป็น 52.059 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.18 บาท
## โอกาส
* **การประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชน:** เป็นปัจจัยหนุนรายได้ที่สำคัญในไตรมาส 2 และอาจมีต่อเนื่องหากบริษัทสามารถคว้างานใหม่ๆ ได้
* **การบริหารต้นทุนบริการ:** การที่ต้นทุนบริการปรับลดลงในไตรมาส 2 เป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการภายใน
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กและวัตถุดิบอื่นๆ:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความสามารถในการส่งต่อต้นทุนไปยังราคาขาย:** การปรับขึ้นราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **การประมูลงานใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชน เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนบริการ:** เพื่อชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนขาย
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยที่อาจมีผลต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบบางส่วน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 22.25% ใน Q2/65 บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่การกล่าวถึง "การประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชน" เป็นสัญญาณบวกต่อ Backlog
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขายอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงทั้งใน Q2/65 และ 6 เดือนแรกปี 65 สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 74.572 ล้านบาทในงบดุล ณ 30 มิ.ย. 65 ซึ่งอาจสะท้อนการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิต หรือการผลิตที่รอการขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,504.901 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128.346 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลัง หนี้สินรวมอยู่ที่ 450.405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146.450 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่ยังไม่ครบกำหนดชำระ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ณ 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 0.22 เท่า (คำนวณจาก หนี้สินรวม 450.405 / ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,054.496)
กระแสเงินสดสุทธิปลายงวดเพิ่มขึ้นเป็น 626.359 ล้านบาท จาก 176.696 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงาน 106.089 ล้านบาท และกิจกรรมการลงทุน 64.742 ล้านบาท ขณะที่กิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 89.327 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเงินปันผลและซื้อหุ้นคืน
## สรุปท้าย
ADB ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโตได้จากแรงหนุนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการประมูลงานภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง และกดดันผลประกอบการภาพรวม 6 เดือนแรกให้หดตัวลง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านไปยังราคาขายในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADB ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
204.21
ล้านบาท
↓ 209.7% YoY
กำไรขั้นต้น
31.53
ล้านบาท
↓ 134.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.44
%
กำไรสุทธิ
4.10
ล้านบาท
↓ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.01
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
204
↓ -209.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -134.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -88.5%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
4.32
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
0.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
28.57
-85.16%
|
192.57
-197.92%
|
-196.66
-138.15%
|
515.44
-2,330.38%
|
-23.11
-137.47%
|
61.68
+13.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.64
-38.03%
|
-17.17
-731.25%
|
2.72
-93.92%
|
44.73
+100.58%
|
22.30
-166.89%
|
-33.34
-35.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-58.78
-73.89%
|
-225.12
-333.43%
|
96.44
-116.59%
|
-581.46
+1,022.29%
|
-51.81
-51.42%
|
-106.64
+161.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-41.01
-28.48%
|
-57.34
-42.35%
|
-99.46
+313.56%
|
-24.05
-55.59%
|
-54.15
-6,396.51%
|
0.86
-95.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.18
+124.80%
|
40.56
-60.05%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|
52.01
+56.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
46.46
-49.05%
|
91.18
+204.54%
|
29.94
-70.51%
|
101.52
+68.16%
|
60.37
+90.56%
|
31.68
-39.09%
|