MASTER ผลงานผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นครึ่งปีหลังโตเด่นรับไฮซีซั่น
สรุปภาพรวมผลประกอบการ
บล.เอเซียพลัส (ASPS) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ MASTER โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 65 ล้านบาท เติบโต 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 6.3% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ซึ่งเป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการปรับ Product Mix ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับ 53.8% จาก 51.6% ในไตรมาส 1/2569
วิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์รายได้และแนวโน้มการเติบโต
แม้รายได้รวมจะยังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อของลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะกัมพูชาและอินโดนีเซียที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจและค่าเงิน แต่รายได้จากลูกค้าชาวไทยยังคงแข็งแกร่งลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 251 ล้านบาท หรือเติบโต 12% YoY โดยมองว่า ผลการดำเนินงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดการณ์ว่าช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) จะเติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์จากการเดินทางระหว่างประเทศและการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ
ข้อสังเกตด้านการบริหารจัดการและความเสี่ยง
จุดเด่นที่น่าสนใจคือการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A/Sales ที่ลดลงเหลือ 38.7% รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากพาร์ทเนอร์ที่พลิกกลับมาเป็นบวก 9 ล้านบาท สะท้อนถึงคุณภาพกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้าน ESG โดยเฉพาะในมิติของจริยธรรมทางการแพทย์และความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์เชิงลบอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและราคาหุ้นได้รวดเร็วกว่าอุตสาหกรรมอื่น
คำแนะนำการลงทุน
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมอิงวิธี DCF ไว้ที่ 12.00 บาท ซึ่งคิดเป็น Upside ประมาณ 40% จากราคาปัจจุบัน โดยมองว่าการบริหารต้นทุนที่เข้มงวดและการกลับมาของลูกค้าต่างชาติจะเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของบริษัทในระยะถัดไป