STECON โชว์กำไร Q2/26 พุ่งแรงรับอานิสงส์ปันผลพิเศษจาก GULF
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 911 ล้านบาท โดยเป็นกำไรหลัก 910 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 461% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 370% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับปัจจัยบวกสำคัญจากเงินปันผลรับจาก GULF ที่รวมปันผลพิเศษเข้ามาด้วย
เจาะลึกผลประกอบการและการลงทุน
ในส่วนของรายได้รวมอยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 30% QoQ จากการเร่งตัวของงานก่อสร้างหลายโครงการ รวมถึงงาน Data Center โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GM) อยู่ที่ 7.4% แม้จะลดลงจากไตรมาส 1/2569 ที่ 7.8% แต่ถือเป็นระดับปกติใหม่ของบริษัท ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) สามารถควบคุมได้ดีขึ้นโดยอยู่ที่ 3.2% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 11% QoQ และดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 9% QoQ ซึ่งสะท้อนถึงภาพการลงทุนที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
ข้อสังเกตจากมุมมองโบรกเกอร์
บล.บัวหลวง (BLS) ระบุว่าแนวโน้มกำไรหลักในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น YoY จากรายได้และอัตรากำไร แต่จะลดลง QoQ เนื่องจากฐานที่สูงในไตรมาส 2/2569 ทั้งนี้ โบรกเกอร์ได้ให้คำแนะนำ "ซื้อ" โดยกำหนดราคาเป้าหมายที่ 21 บาท แต่ได้ลดระดับความน่าสนใจลงเมื่อเทียบกับหุ้น CK เนื่องจากธีมการลงทุนใน Data Center เริ่มถูกลดทอนความสนใจลงจากแนวโน้มภาครัฐที่ชะลอการให้โครงการใหม่ และทิศทางกลุ่มรับเหมาฯ กำลังเปลี่ยนไปสู่โครงการภาครัฐประเภท PPP ซึ่ง CK อาจมีความโดดเด่นมากกว่า
สรุปภาพรวมการลงทุน
แม้ STECON จะมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/2569 จากรายได้อื่นที่เข้ามาช่วยหนุน แต่ในระยะถัดไปนักลงทุนควรจับตาการเติบโตจากธุรกิจรับเหมาหลักเป็นสำคัญ โดยคาดการณ์กำไรหลักปี 2569 จะเติบโต 49% YoY ก่อนจะลดลง 18% YoY ในปี 2570 เนื่องจากเงินปันผลจาก GULF จะปรับตัวลดลงตามรอบปกติ นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงเรื่องภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน และการปรับเปลี่ยนธีมการลงทุนในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่เน้นโครงการภาครัฐมากขึ้น