MASTER กำไรสุทธิ Q2/2569 โต 22.9% YoY รับอานิสงส์ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าหนุน
รายได้หลักยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันและกำลังซื้อ แต่บริหารต้นทุน-กำไรจากธุรกิจร่วมค้าดันกำไรสุทธิฟื้นตัวชัดเจนจากไตรมาสก่อน
บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิ 64.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6.3% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลจะอยู่ที่ 456.61 ล้านบาท ลดลง 7.7% YoY เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในกลุ่มบริการดูแลผิวพรรณ รวมถึงรายได้จากลูกค้ากัมพูชาที่ลดลง แต่บริษัทสามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิได้สำเร็จจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างโดดเด่นของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตสวนทางกับรายได้หลัก คือ "การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า" และ "การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน" โดยส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 9.09 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 1.41 ล้านบาทในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 53.8% ในไตรมาสนี้ จาก 51.6% ในไตรมาส 1/2569
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- การฟื้นตัวของกิจการร่วมค้า: บริษัท กรวินโฮลดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้ารายใหญ่ พลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไรและจ่ายเงินปันผลให้บริษัทฯ ส่งผลบวกโดยตรงต่อบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุน
- การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย: บริษัทมีการปรับโครงสร้างกำลังคนและลดค่าใช้จ่ายพนักงาน รวมถึงค่าที่ปรึกษา ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 17.5% (งวด 6 เดือน) นอกจากนี้ยังมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง 20.8%
- แรงกดดันด้านรายได้: รายได้จากการศัลยกรรมและดูแลผิวพรรณได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ทำให้รายได้รวมลดลง 7.7% YoY
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วนแต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก:
- ปัจจัยบวก: ฤดูกาลของธุรกิจที่ครึ่งปีหลังโดยเฉพาะไตรมาส 4 มักเป็นช่วงที่มีรายได้สูงที่สุดของปี รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าที่มีแนวโน้มดีขึ้น
- ปัจจัยที่ต้องติดตาม: การแข่งขันด้านราคาในอุตสาหกรรมยังคงรุนแรง และความผันผวนของรายได้จากลูกค้าต่างชาติ (เช่น กัมพูชา) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก ทั้งนี้บริษัทมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าในตลาดใหม่และการเพิ่มสัดส่วนบริการที่มีมาร์จินสูงเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2569: 64.86 ล้านบาท (+22.9% YoY, +6.3% QoQ)
- รายได้รวม Q2/2569: 456.61 ล้านบาท (-7.7% YoY, +4.6% QoQ)
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้นเป็น 53.8% ใน Q2/2569 เทียบกับ 51.6% ใน Q1/2569
- ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า: พลิกเป็นบวก 9.09 ล้านบาท (จากขาดทุน 1.41 ล้านบาทใน Q2/2568)
- ต้นทุนทางการเงิน: ลดลง 20.8% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากไตรมาส 1/2569 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส แม้รายได้รวมจะยังต่ำกว่าปีก่อน แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้
โอกาส
- การเติบโตของกลุ่มบริการสุขภาพเพศชาย (Men's Health) และบริการดูแลหลังการผ่าตัด (After-care) ซึ่งมีการแข่งขันด้านราคาต่ำกว่า
- แนวโน้มความต้องการหัตถการแก้ไข (Revision Surgery) ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณหัตถการสะสมในตลาด
- การขยายฐานลูกค้าต่างชาติไปยังตลาดใหม่เพื่อทดแทนตลาดเดิมที่ชะลอตัว
ความเสี่ยง
- การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในกลุ่มบริการดูแลผิวพรรณ (Filler, Botox, เลเซอร์)
- กำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวและสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้านที่กระทบรายได้ลูกค้าต่างชาติ
- ต้นทุนการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การฟื้นตัวของรายได้ในครึ่งปีหลังตามฤดูกาล (โดยเฉพาะ Q4)
- ผลการดำเนินงานของกิจการร่วมค้าที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา (คิน คอร์ปอเรชั่น และ ทวิงเกิ้ล สตาร์)
- ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขันด้านราคา
- การบริหารจัดการต้นทุนการเข้าถึงลูกค้าใหม่ (CAC) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้: ศัลยกรรมยังเป็นรายได้หลัก (79.9% ของรายได้รวม) แต่ลดลง 8.4% YoY ในขณะที่รายได้ดูแลหลังศัลยกรรมเติบโตโดดเด่น +33.8% YoY
- ต้นทุน: ค่าตอบแทนแพทย์ลดลงตามรายได้ แต่ค่ายาและเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้นสวนทางกับรายได้เนื่องจากต้นทุนสินค้าสูงขึ้น
- ฐานะการเงิน: แข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ต่ำเพียง 0.23 เท่า และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง 202.04 ล้านบาทในงวด 6 เดือน
สรุปท้าย
MASTER ผ่านจุดต่ำสุดของปีมาแล้วในไตรมาส 1/2569 โดยไตรมาส 2/2569 เริ่มเห็นการฟื้นตัวของกำไรสุทธิผ่านการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า แม้รายได้หลักจะยังถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน แต่ด้วยกลยุทธ์การเน้นบริการมาร์จินสูงและฤดูกาลของธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้แนวโน้มผลประกอบการมีทิศทางที่น่าติดตามต่อไป