ข่าวสาร
ความท้าทายสำคัญในการหาโอกาสลงทุนใหม่ ในธุรกิจพลังงานสะอาดหรือโครงสร้างพื้นฐานที่จะสร้างผลตอบแทนได้ในระดับใกล้เคียงเดิม สำหรับแนวโน้มระยะสั้น คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 2/2569 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าลม Monsoon ในลาวและค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่จะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Low Season ของโรงไฟฟ้าก๊าซและลม
BCPG ปรับกลยุทธ์ขายโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ โบรกฯ หั่นราคาเป้าหมายเหลือ 7 บาท
1 อาทิตย์ 03:38 น.
0 ความเห็น
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี (KSS) ปรับลดคำแนะนำหุ้น BCPG ลงเป็น "ถือ" (Neutral) โดยปรับลดราคาเป้าหมายปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 7.0 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 9.0 บาท) หลังบริษัทตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมด 25% ในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซ Hamilton ในสหรัฐฯ ขนาด 426 MWe ซึ่งแม้จะสร้างกำไรพิเศษก้อนโต แต่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของกำไรปกติในระยะยาวรายละเอียดการปรับโครงสร้างสินทรัพย์
การขายหุ้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใช้สิทธิ Drag-along Rights บังคับให้ BCPG ร่วมขายหุ้นให้แก่ Vistra บนมูลค่า 18.8 พันล้านบาท ซึ่งจะทำให้ BCPG ได้รับเงินสดคืนถึง 13.9 พันล้านบาทในไตรมาส 3/2569 และรับรู้กำไรพิเศษหลังภาษี 1.7 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม KSS ประเมินว่าการสูญเสียสินทรัพย์คุณภาพสูงในสหรัฐฯ จะทำให้กำไรปกติปี 2569-2571 ลดลงเฉลี่ย 34% ส่งผลให้กำไรปกติในช่วง 3 ปีข้างหน้าทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2568 (เดิมคาดเติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี) โดยกำไรที่หายไปจะถูกชดเชยบางส่วนจากการ COD โรงไฟฟ้าโซลาร์ในไต้หวันปี 2570 และการปรับขึ้นของค่าไฟ (Capacity Price) ในโครงการที่เหลืออยู่ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์
KSS มองว่าโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดีที่สุดของ BCPG การขายออกไปจึงเป็นบทสรุปการลงทุน
แม้การขายสินทรัพย์จะทำให้กำไรปกติในอนาคตลดลง แต่ BCPG ยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงินและมีกระแสเงินสดรับคืนจำนวนมากเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต คำแนะนำ "ถือ" จึงเน้นไปที่การรับเงินปันผลเป็นหลัก โดยนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการนำเงินสดที่ได้จากการขายสินทรัพย์ไปต่อยอดโครงการใหม่ๆ ในระยะถัดไปอย่างใกล้ชิดความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น