เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
AAV ฝ่ามรสุมต้นทุนน้ำมันพุ่ง จับตาฟื้นตัวแกร่งปี 2570-2571
ข่าวสาร

AAV ฝ่ามรสุมต้นทุนน้ำมันพุ่ง จับตาฟื้นตัวแกร่งปี 2570-2571

AAV P/E 8.11 YIELD 0.00
เมื่อวาน 03:34 น. 0 ความเห็น

ไฮไลท์สำคัญ

โบรกเกอร์ FSSIA ออกบทวิเคราะห์หุ้น AAV โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยลบจากผลประกอบการปี 2569 ไปมากแล้ว แม้คาดการณ์ว่าบริษัทจะมีผลขาดทุนหลักในปีนี้ แต่สถานะกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่งและไม่เกิดวิกฤติเหมือนช่วงโควิด-19 โดยแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 1.36 บาท อิงวิธีประเมินมูลค่า EV/EBITDA ปี 2569 ที่ 10.5 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีของบริษัทที่ 11.3 เท่า

เจาะลึกสถานะการเงินและแนวโน้มธุรกิจ

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าไตรมาส 2/2569 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีจากราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้น โดยประเมินผลขาดทุนหลักในไตรมาสนี้ไว้ที่ 2.05 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3/2569 และกลับมาทำกำไรได้ในไตรมาส 4/2569 สำหรับภาพรวมปี 2569 คาดว่าจะมีผลขาดทุนหลัก 1.47 พันล้านบาท แต่ EBITDA ยังเป็นบวกที่ 5.68 พันล้านบาท ก่อนจะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 324 ล้านบาทในปี 2570 และเพิ่มขึ้นเป็น 1.88 พันล้านบาทในปี 2571 โดยมีปัจจัยหนุนจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสาร และราคาเชื้อเพลิงที่คาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวลดลง

ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์

จุดที่น่าสนใจคือการฟื้นตัวในอนาคตจะไม่พึ่งพาการขยายฝูงบินหรือกำลังการผลิตที่รุนแรง แต่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและอัตรากำไร (Margin) เป็นหลัก โดยคาดว่า EBITDA Margin จะขยายตัวจาก 11.9% ในปี 2569 เป็น 17.2% ในปี 2570 และ 20.0% ในปี 2571 นอกจากนี้ บริษัทยังมีสภาพคล่องเพียงพอและสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดี สะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมัน การแข่งขันด้านราคา และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจไม่เป็นไปตามคาด

บทสรุปการลงทุน

FSSIA มองว่าตลาดอาจยังมองข้ามศักยภาพการทำกำไรของ AAV ในระยะกลาง (ปี 2570-2571) ไป ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน โดยราคาเป้าหมายที่ 1.36 บาท มี Upside จากราคาปิดปัจจุบันประมาณ 22.5% ทั้งนี้ การฟื้นตัวของกำไรจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ (Key Driver) ที่จะช่วยปรับมูลค่าหุ้น (Re-rating) ในอนาคต โดยนักลงทุนควรให้ความสำคัญกับแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มากกว่าขนาดของผลขาดทุนในไตรมาส 2/2569

ยังไม่มีความคิดเห็น