บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.98
0.03 (2.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7969 out_tok=2782 at=2026-07-26T12:37:53 -->
# UV กำไร Q2/2565 พลิกบวกแรง รับอานิสงส์ธุรกิจใหม่-อสังหาฯ โอนได้ดี
## รายได้-กำไรโตโดดเด่นจากธุรกิจใหม่-อสังหาฯ โอนโครงการหนุน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการปรับสมดุลรายได้สู่ธุรกิจที่มีความต่อเนื่อง
บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนมามีกำไรสุทธิ 304.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 57.4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน ประกอบกับการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทำได้ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ UV ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 304.9 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 57.4 ล้านบาทใน Q2/2564) มาจาก **การรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน ได้แก่ ธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม** ควบคู่ไปกับการ **ฟื้นตัวของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์** โดยเฉพาะโครงการเดนิมจตุจักร และอนิลสาทร 12
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจใหม่:** การเข้าลงทุนในธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์ (PIC) และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (E-COGEN) ตั้งแต่ปลายปี 2564 ทำให้บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้และกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าที่สร้างรายได้หลักถึง 2,680.2 ล้านบาท และธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์ที่สร้างรายได้ 264.6 ล้านบาท ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพิงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว
* **อสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการเดนิมจตุจักรที่เริ่มโอนในเดือนพฤษภาคม และโครงการอนิลสาทร 12 ที่โอนต่อเนื่อง ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นถึง 1,691.8 ล้านบาท หรือ 511% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยทั้งสองโครงการมีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นจาก 16% เป็น 30%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุชัดเจนว่าการลงทุนในธุรกิจใหม่มีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลของรายได้และเพิ่มรายได้ที่มีความต่อเนื่อง (Recurring Income) ในระยะยาว ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการในอนาคต ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การโอนโครงการที่ได้รับการตอบรับดีและมีอัตรากำไรสูง จะยังคงเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 พลิกบวก 304.9 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 57.4 ล้านบาทใน Q2/2564
* **รายได้รวม Q2/2565 พุ่ง 5,519.3 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 629% YoY จาก 765.8 ล้านบาท
* **รายได้หลัก Q2/2565 โต 629% YoY** แตะ 5,505.9 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ธุรกิจใหม่ (โรงไฟฟ้า, ตู้แช่) และการโอนโครงการอสังหาฯ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/2565 อยู่ที่ 12%** เพิ่มขึ้นจาก 3% ใน Q2/2564 โดยธุรกิจโรงไฟฟ้า GPM 11.2% และธุรกิจตู้แช่ GPM 28.7% ส่วนอสังหาฯ GPM 30%
* **ต้นทุนขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลง** จาก 19% ใน Q2/2564 เหลือ 9% ใน Q2/2565 แม้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 304.9 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 57.4 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 5,519.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 629% จาก 765.8 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้หลักมาจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน ได้แก่ ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม และธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์ รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 12% จาก 3% ในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 294.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 32.5 ล้านบาทในปีก่อน แม้จะมีต้นทุนการหยุดดำเนินการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า 96.4 ล้านบาท และต้นทุนที่เกี่ยวกับการซื้อบริษัทย่อย 74.4 ล้านบาท รายได้หลักเพิ่มขึ้น 316% เป็น 10,273.4 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ธุรกิจใหม่และอสังหาริมทรัพย์
## โอกาส
* **การกระจายความเสี่ยงรายได้:** การลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าและตู้แช่เชิงพาณิชย์ ช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และลดการพึ่งพิงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **การโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** โครงการเดนิมจตุจักรและอนิลสาทร 12 มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และได้รับการตอบรับที่ดี คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้และกำไรในระยะสั้นถึงกลาง
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** ธุรกิจโรงไฟฟ้าและตู้แช่เชิงพาณิชย์มีศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ทำให้หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.89 เท่า ซึ่งอาจเพิ่มภาระดอกเบี้ย
* **ความผันผวนของราคาโลหะ:** ธุรกิจสังกะสีออกไซด์ยังคงผูกกับราคาตลาด LME ซึ่งอาจมีความผันผวน
* **ปัจจัยมหภาค:** ความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยและการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** การรับรู้ต้นทุนของธุรกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจใหม่:** โดยเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ GPM อยู่ที่ 11.2% และธุรกิจตู้แช่ที่ GPM 28.7%
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** เนื่องจาก D/E ratio ที่ปรับสูงขึ้น
* **ความคืบหน้าการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** และการเปิดตัวโครงการใหม่
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ที่มีส่วนทำให้เกิดขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การบริหารจัดการต้นทุนการหยุดดำเนินการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** และผลกระทบต่อกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ปรับเพิ่มขึ้น 1,691.8 ล้านบาท หรือ 511% YoY จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดนิมจตุจักร (เริ่มโอน พ.ค. 65) และโครงการอนิลสาทร 12
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อสังหาริมทรัพย์:** อยู่ที่ 30% เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปีก่อน เนื่องจากโครงการเดนิมจตุจักรและอนิลสาทร 12 มี GPM ค่อนข้างสูง
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 1,128.1 ล้านบาท หรือ 405% YoY สอดคล้องกับการโอนโครงการ
* **Presale/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลส่วนนี้โดยตรง แต่การโอนโครงการที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึง backlog ที่มีอยู่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 39,454.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133% จาก 30 ก.ย. 64 (16,950.2 ล้านบาท) ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ (โรงไฟฟ้า, ตู้แช่) ทำให้สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นมาก
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 25,799.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 300% จาก 30 ก.ย. 64 (6,454.1 ล้านบาท) ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 13,654.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จาก 30 ก.ย. 64 (10,496.1 ล้านบาท)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ณ 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 1.89 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.61 เท่า ณ 30 ก.ย. 64
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.51 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.45 เท่า ณ 30 ก.ย. 64
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน, หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินบ่งชี้ถึงการใช้เงินกู้ยืมเพื่อการลงทุน
## สรุปท้าย
UV ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พลิกจากขาดทุนมามีกำไรสุทธิ 304.9 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุนอย่างธุรกิจโรงไฟฟ้าและตู้แช่เชิงพาณิชย์ ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ประจำ ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตรากำไรสูง แม้ว่าการลงทุนดังกล่าวจะส่งผลให้ D/E Ratio ปรับสูงขึ้น แต่ศักยภาพในการสร้างรายได้ต่อเนื่องของธุรกิจใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินและปัจจัยมหภาคยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UV ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
7,563.70
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,142.54
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.11
%
กำไรสุทธิ
44.42
ล้านบาท
↑ 1282.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.59
%
D/E Ratio
1.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,564
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,143
↓ -9.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 1282.6%
YoY
D/E Ratio
1.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.50
ROE (%)
-0.41
ROA (%)
3.13
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-765
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+583
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-764.62
+50.21%
|
-509.03
-43.70%
|
-904.11
+1,546.23%
|
-54.92
-94.63%
|
-1,022.91
-1,794.40%
|
60.37
-100.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
582.65
+677.07%
|
74.98
-88.63%
|
659.55
-83.24%
|
3,935.21
+16,957.69%
|
23.07
-63.35%
|
62.94
-99.11%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
603.32
+43.64%
|
420.03
+91.44%
|
219.40
-108.60%
|
-2,550.89
-659.79%
|
455.69
-130.47%
|
-1,495.35
-138.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
420.04
-2,778.83%
|
-15.68
-40.99%
|
-26.57
-101.92%
|
1,385.30
-354.59%
|
-544.13
-60.34%
|
-1,372.03
-149.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
787.65
+11.29%
|
707.77
-4.15%
|
738.43
-68.04%
|
2,310.26
-19.06%
|
2,854.39
-32.46%
|
4,226.42
+196.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
551.84
-29.94%
|
787.65
+11.29%
|
707.77
-4.15%
|
738.43
-68.04%
|
2,310.26
-19.06%
|
2,854.39
-32.46%
|