บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.98
0.03 (2.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6330 out_tok=2970 at=2026-07-26T12:20:10 -->
# UV Q1/2565: กำไรสุทธิพุ่ง 163% รับแรงหนุนธุรกิจใหม่-อสังหาฯฟื้น
## รายได้รวมโตเกือบ 4 เท่าตัวจากธุรกิจใหม่-อสังหาฯโอนได้ตามนัด ขณะที่ต้นทุนพุ่งตามราคาพลังงาน
บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 57.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 21.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน ประกอบกับการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UV ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน** โดยเฉพาะธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Cogeneration) ซึ่งเข้ามาเสริมรายได้หลักให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับ **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้น** จากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Anil Sathorn 12
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจใหม่:** การเข้าลงทุนในบริษัทพัฒนาอินเตอร์คูล จำกัด (PIC) ผู้ผลิตตู้แช่เชิงพาณิชย์ และบริษัท อีสเทอร์น โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (E-COGEN) ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ทำให้ UV มีรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย PIC เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 และ E-COGEN ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ส่งผลให้ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการลงทุนธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์ 273.6 ล้านบาท และธุรกิจโรงไฟฟ้า 2,235.4 ล้านบาท นอกจากนี้ ธุรกิจสังกะสีออกไซด์ยังมีรายได้เพิ่มขึ้น 54.4 ล้านบาท สอดคล้องกับราคาโลหะ LME ที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **อสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 123.0 ล้านบาท หรือ 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการ Anil Sathorn 12 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการขายบริการและให้เช่าเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 300% หรือ 2,422.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการหยุดดำเนินการเพื่อซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า 96.4 ล้านบาท และค่าก๊าซที่เป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน เนื่องจากฝ่ายจัดการมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลของรายได้และลดการพึ่งพิงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว การลงทุนในธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจะช่วยสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่อง (Recurring Income) ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนค่าก๊าซที่ผันผวนจากสถานการณ์สงครามอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ในอนาคต ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Anil Sathorn 12 จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในระยะสั้น แต่สำหรับงวด 6 เดือน รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กลับปรับลดลง 12% เนื่องจากลูกค้าชะลอการโอนกรรมสิทธิ์และธนาคารปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้ออย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ Q1/65 พุ่ง 163% YoY** แตะ 57.0 ล้านบาท จาก 21.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้หลัก Q1/65 โต 289% YoY** แตะ 3,627.6 ล้านบาท จาก 999.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้ธุรกิจใหม่
* **ธุรกิจใหม่หนุนรายได้หลัก:** รายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 604.5% YoY จากธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม
* **อสังหาฯ ฟื้นตัว:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 25% YoY จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Anil Sathorn 12
* **ต้นทุนพุ่งแรง:** ต้นทุนจากการขายบริการและให้เช่าเพิ่มขึ้น 300% YoY จากต้นทุนโรงไฟฟ้าและค่าก๊าซที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเมื่อเทียบกับรายได้:** สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 13% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 4% ในไตรมาสนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,718.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 271.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 999.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้หลักจากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 604.5% และรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 25%
ขณะที่ต้นทุนจากการขายบริการและให้เช่าเพิ่มขึ้น 300% จาก 777.2 ล้านบาท เป็น 3,229.2 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 215% จาก 44.4 ล้านบาท เป็น 140.8 ล้านบาท (ตัวเลขกำไรขั้นต้นในตารางคือ 398.4 ล้านบาท และ 126.4 ล้านบาท ซึ่งอาจมีการคำนวณที่แตกต่างจากที่ระบุในเนื้อหา)
ต้นทุนจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 48% จาก 167.3 ล้านบาท เป็น 247.4 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในงวด 3 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 57.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 21.7 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,881.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,912.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้หลักจากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 401.5% และรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 12%
ต้นทุนจากการขายบริการและให้เช่าเพิ่มขึ้น 188% จาก 1,451.9 ล้านบาท เป็น 4,188.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 119% จาก 122.6 ล้านบาท เป็น 269.6 ล้านบาท (ตัวเลขกำไรขั้นต้นในตารางคือ 578.9 ล้านบาท และ 264.3 ล้านบาท)
ต้นทุนจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 21% จาก 343.7 ล้านบาท เป็น 416.0 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ (10.2) ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 90.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำรายการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่จำนวน 74.4 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยลดลง
## โอกาส
* **การเติบโตจากธุรกิจใหม่:** การลงทุนในธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม จะช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และกระจายความเสี่ยงของรายได้
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Anil Sathorn 12 เป็นสัญญาณบวกต่อการรับรู้รายได้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนค่าก๊าซจะสูงขึ้น แต่การมีโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมอาจช่วยบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้นในระยะยาว
* **ราคาโลหะที่สูงขึ้น:** ส่งผลดีต่อรายได้ของธุรกิจสังกะสีออกไซด์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาค่าก๊าซสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าของธุรกิจโรงไฟฟ้า อาจกระทบต่ออัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 และความกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือน อาจส่งผลให้ลูกค้าชะลอการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ และธนาคารปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนการหยุดดำเนินการเพื่อซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาพลังงานและค่าก๊าซ:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้า
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการ Anil Sathorn 12 และโครงการในอนาคต
* **ผลประกอบการของธุรกิจใหม่:** การเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และโรงไฟฟ้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าและต้นทุนการขาย
* **สถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** ที่จะส่งผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคธุรกิจโดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** โครงการ Anil Sathorn 12 เริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 123.0 ล้านบาท หรือ 25% YoY อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวม 6 เดือน รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กลับลดลง 105.5 ล้านบาท หรือ 12% YoY เนื่องจากลูกค้าชะลอการโอนกรรมสิทธิ์และปัญหาการอนุมัติสินเชื่อ
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ของโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการเปิดโครงการใหม่
* **อัตราการเช่า (Occupancy Rate) / ผลตอบแทนค่าเช่า (Rental Yield):** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลส่วนนี้ โดยรายได้จากการให้เช่าและบริการมีจำนวนน้อยมาก
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่กล่าวถึงต้นทุนค่าก๊าซที่สูงขึ้นซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้า
* **D/E Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล D/E Ratio
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในเชิงลึก เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน
## สรุปท้าย
UV ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 163% จากการรับรู้รายได้ของธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุนอย่างเต็มที่ ประกอบกับการฟื้นตัวของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าก๊าซที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต การกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีรายได้ประจำจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงและต่อเนื่องให้กับผลประกอบการของบริษัทในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UV ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,563.70
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,142.54
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.11
%
กำไรสุทธิ
44.42
ล้านบาท
↑ 1282.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.59
%
D/E Ratio
1.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,564
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,143
↓ -9.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 1282.6%
YoY
D/E Ratio
1.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.50
ROE (%)
-0.41
ROA (%)
3.13
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-765
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+583
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-764.62
+50.21%
|
-509.03
-43.70%
|
-904.11
+1,546.23%
|
-54.92
-94.63%
|
-1,022.91
-1,794.40%
|
60.37
-100.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
582.65
+677.07%
|
74.98
-88.63%
|
659.55
-83.24%
|
3,935.21
+16,957.69%
|
23.07
-63.35%
|
62.94
-99.11%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
603.32
+43.64%
|
420.03
+91.44%
|
219.40
-108.60%
|
-2,550.89
-659.79%
|
455.69
-130.47%
|
-1,495.35
-138.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
420.04
-2,778.83%
|
-15.68
-40.99%
|
-26.57
-101.92%
|
1,385.30
-354.59%
|
-544.13
-60.34%
|
-1,372.03
-149.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
787.65
+11.29%
|
707.77
-4.15%
|
738.43
-68.04%
|
2,310.26
-19.06%
|
2,854.39
-32.46%
|
4,226.42
+196.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
551.84
-29.94%
|
787.65
+11.29%
|
707.77
-4.15%
|
738.43
-68.04%
|
2,310.26
-19.06%
|
2,854.39
-32.46%
|