UV
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UV
บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.88
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 1 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6330 out_tok=2970 at=2026-07-26T12:20:10 --> # UV Q1/2565: กำไรสุทธิพุ่ง 163% รับแรงหนุนธุรกิจใหม่-อสังหาฯฟื้น ## รายได้รวมโตเกือบ 4 เท่าตัวจากธุรกิจใหม่-อสังหาฯโอนได้ตามนัด ขณะที่ต้นทุนพุ่งตามราคาพลังงาน บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 57.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 21.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน ประกอบกับการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UV ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน** โดยเฉพาะธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Cogeneration) ซึ่งเข้ามาเสริมรายได้หลักให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับ **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้น** จากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Anil Sathorn 12 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ธุรกิจใหม่:** การเข้าลงทุนในบริษัทพัฒนาอินเตอร์คูล จำกัด (PIC) ผู้ผลิตตู้แช่เชิงพาณิชย์ และบริษัท อีสเทอร์น โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (E-COGEN) ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ทำให้ UV มีรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย PIC เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 และ E-COGEN ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ส่งผลให้ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการลงทุนธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์ 273.6 ล้านบาท และธุรกิจโรงไฟฟ้า 2,235.4 ล้านบาท นอกจากนี้ ธุรกิจสังกะสีออกไซด์ยังมีรายได้เพิ่มขึ้น 54.4 ล้านบาท สอดคล้องกับราคาโลหะ LME ที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่า * **อสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 123.0 ล้านบาท หรือ 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการ Anil Sathorn 12 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการขายบริการและให้เช่าเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 300% หรือ 2,422.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการหยุดดำเนินการเพื่อซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า 96.4 ล้านบาท และค่าก๊าซที่เป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน เนื่องจากฝ่ายจัดการมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลของรายได้และลดการพึ่งพิงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว การลงทุนในธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจะช่วยสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่อง (Recurring Income) ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนค่าก๊าซที่ผันผวนจากสถานการณ์สงครามอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ในอนาคต ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Anil Sathorn 12 จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในระยะสั้น แต่สำหรับงวด 6 เดือน รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กลับปรับลดลง 12% เนื่องจากลูกค้าชะลอการโอนกรรมสิทธิ์และธนาคารปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้ออย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ Q1/65 พุ่ง 163% YoY** แตะ 57.0 ล้านบาท จาก 21.7 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้หลัก Q1/65 โต 289% YoY** แตะ 3,627.6 ล้านบาท จาก 999.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้ธุรกิจใหม่ * **ธุรกิจใหม่หนุนรายได้หลัก:** รายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 604.5% YoY จากธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม * **อสังหาฯ ฟื้นตัว:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 25% YoY จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Anil Sathorn 12 * **ต้นทุนพุ่งแรง:** ต้นทุนจากการขายบริการและให้เช่าเพิ่มขึ้น 300% YoY จากต้นทุนโรงไฟฟ้าและค่าก๊าซที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเมื่อเทียบกับรายได้:** สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 13% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 4% ในไตรมาสนี้ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,718.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 271.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 999.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้หลักจากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 604.5% และรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 25% ขณะที่ต้นทุนจากการขายบริการและให้เช่าเพิ่มขึ้น 300% จาก 777.2 ล้านบาท เป็น 3,229.2 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 215% จาก 44.4 ล้านบาท เป็น 140.8 ล้านบาท (ตัวเลขกำไรขั้นต้นในตารางคือ 398.4 ล้านบาท และ 126.4 ล้านบาท ซึ่งอาจมีการคำนวณที่แตกต่างจากที่ระบุในเนื้อหา) ต้นทุนจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 48% จาก 167.3 ล้านบาท เป็น 247.4 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในงวด 3 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 57.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 21.7 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,881.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,912.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้หลักจากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 401.5% และรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 12% ต้นทุนจากการขายบริการและให้เช่าเพิ่มขึ้น 188% จาก 1,451.9 ล้านบาท เป็น 4,188.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 119% จาก 122.6 ล้านบาท เป็น 269.6 ล้านบาท (ตัวเลขกำไรขั้นต้นในตารางคือ 578.9 ล้านบาท และ 264.3 ล้านบาท) ต้นทุนจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 21% จาก 343.7 ล้านบาท เป็น 416.0 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ (10.2) ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 90.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำรายการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่จำนวน 74.4 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยลดลง ## โอกาส * **การเติบโตจากธุรกิจใหม่:** การลงทุนในธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม จะช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และกระจายความเสี่ยงของรายได้ * **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Anil Sathorn 12 เป็นสัญญาณบวกต่อการรับรู้รายได้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ * **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนค่าก๊าซจะสูงขึ้น แต่การมีโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมอาจช่วยบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้นในระยะยาว * **ราคาโลหะที่สูงขึ้น:** ส่งผลดีต่อรายได้ของธุรกิจสังกะสีออกไซด์ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาค่าก๊าซสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าของธุรกิจโรงไฟฟ้า อาจกระทบต่ออัตรากำไร * **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 และความกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือน อาจส่งผลให้ลูกค้าชะลอการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ และธนาคารปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้น * **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนการหยุดดำเนินการเพื่อซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น * **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาพลังงานและค่าก๊าซ:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้า * **ยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการ Anil Sathorn 12 และโครงการในอนาคต * **ผลประกอบการของธุรกิจใหม่:** การเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์และโรงไฟฟ้า * **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าและต้นทุนการขาย * **สถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** ที่จะส่งผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคธุรกิจโดยรวม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **การโอนกรรมสิทธิ์:** โครงการ Anil Sathorn 12 เริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 123.0 ล้านบาท หรือ 25% YoY อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวม 6 เดือน รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กลับลดลง 105.5 ล้านบาท หรือ 12% YoY เนื่องจากลูกค้าชะลอการโอนกรรมสิทธิ์และปัญหาการอนุมัติสินเชื่อ * **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ * **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการเปิดโครงการใหม่ * **อัตราการเช่า (Occupancy Rate) / ผลตอบแทนค่าเช่า (Rental Yield):** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลส่วนนี้ โดยรายได้จากการให้เช่าและบริการมีจำนวนน้อยมาก * **ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่กล่าวถึงต้นทุนค่าก๊าซที่สูงขึ้นซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้า * **D/E Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล D/E Ratio * **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในเชิงลึก เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน ## สรุปท้าย UV ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 163% จากการรับรู้รายได้ของธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุนอย่างเต็มที่ ประกอบกับการฟื้นตัวของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าก๊าซที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต การกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีรายได้ประจำจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงและต่อเนื่องให้กับผลประกอบการของบริษัทในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UV ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,563.70 ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,142.54 ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.11 %
กำไรสุทธิ
44.42 ล้านบาท
↑ 1282.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.59 %
D/E Ratio
1.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,564
↓ -6.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,143
↓ -9.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 1282.6% YoY
D/E Ratio
1.50

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UV

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
7,563.70
-6.46%
8,085.78
-10.70%
9,054.93
+50.11%
6,032.19
+75.99%
3,427.63
+4.40%
3,283.18
-78.98%
กำไรขั้นต้น —
1,142.54
-9.28%
1,259.40
-2.67%
1,293.96
+111.23%
612.59
+122.09%
275.83
-54.17%
601.89
-84.87%
ค่าใช้จ่ายรวม —
753.30
+17.52%
641.02
-35.35%
991.50
+32.33%
749.29
+14.89%
652.17
+4.31%
625.24
-74.75%
กำไรสุทธิ —
44.42
+1,282.57%
3.21
-98.48%
211.03
+208.78%
-194.01
-743.06%
30.17
+7.08%
28.17
-97.96%
กำไรต่อหุ้น —
0.02
+1,050.00%
0.00
-98.18%
0.11
+208.91%
-0.10
-731.25%
0.02
+6.67%
0.02
-97.93%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
15.11
-3.02%
15.58
+9.03%
14.29
+40.65%
10.16
+26.21%
8.05
-56.08%
18.33
-28.06%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.96
+25.60%
7.93
-27.58%
10.95
-11.84%
12.42
-34.73%
19.03
-0.05%
19.04
+20.05%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
0.59
+1,375.00%
0.04
-98.28%
2.33
+172.36%
-3.22
-465.91%
0.88
+2.33%
0.86
-90.29%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
1.02
+391.43%
-0.35
-537.50%
0.08
0.00
-100.00%
79.60
0.00
-100.00%
ROE(%) —
-0.41
-305.00%
0.20
-95.74%
4.69
+196.84%
1.58
+409.68%
0.31
+55.00%
0.20
ROA(%) —
3.13
+4.33%
3.00
-32.28%
4.43
+80.82%
2.45
+456.82%
0.44
-85.33%
3.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.50
-7.41%
1.62
-7.43%
1.75
-9.79%
1.94
+218.03%
0.61
-62.35%
1.62
P/E —
-100.00
-177.87%
128.42
+1,550.64%
7.78
-76.77%
33.49
-85.95%
238.29
+164.83%
89.98
+1,065.54%
P/BV —
0.15
-42.31%
0.26
-27.78%
0.36
-30.77%
0.52
-24.64%
0.69
+13.11%
0.61
-45.05%
BV —
5.60
-2.61%
5.75
-1.71%
5.85
+3.72%
5.64
+3.11%
5.47
+13.25%
4.83
-16.58%
YIELD(%) —
0.00
-100.00%
6.04
+40.79%
4.29
+180.39%
1.53
+255.81%
0.43
-36.76%
0.68
-95.61%
ราคาหุ้น —
0.85
-42.95%
1.49
-29.05%
2.10
-28.57%
2.94
-21.81%
3.76
+27.89%
2.94
-54.42%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.50
ROE (%)
-0.41
ROA (%)
3.13
Book Value/หุ้น
5.59

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UV

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
13,684.06
-8.53%
14,961.34
-11.41%
16,846.63
-3.40%
17,438.80
+17.07%
14,895.97
+4.49%
14,255.93
-10.05%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
22,994.62
-3.00%
23,704.26
-1.93%
24,171.93
+7.84%
22,193.59
+980.36%
2,054.28
-62.70%
3,538.14
-3.87%
รวมสินทรัพย์ —
36,678.67
-5.14%
38,665.60
-5.83%
41,018.55
+2.93%
39,632.39
+133.82%
16,950.24
-14.23%
17,794.07
-8.89%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
12,318.28
+9.11%
11,298.48
-1.79%
11,866.54
+6.58%
11,133.59
+126.19%
4,922.25
+29.88%
3,789.93
-7.85%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
9,705.25
-23.21%
12,629.42
-13.79%
14,246.12
-6.07%
14,998.96
+879.10%
1,531.91
-69.90%
4,717.17
+10.62%
รวมหนี้สิน —
22,023.53
-7.96%
23,927.90
-8.51%
26,112.66
-0.71%
26,132.55
+304.89%
6,454.17
-27.32%
8,507.10
+1.55%
รวมส่วนของเจ้าของ —
14,655.14
-0.56%
14,737.70
-1.13%
14,905.89
+9.99%
13,499.84
+28.62%
10,496.08
-3.56%
9,286.97
-16.72%
D/E —
1.50
1.62
1.75
1.94
0.61
0.92
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-0.41
0.20
4.69
1.58
0.31
0.20
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.13
3.00
4.43
2.45
0.44
3.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.11
1.32
1.42
1.57
3.03
1.32
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.17
0.24
0.18
0.33
0.53
0.24
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
44.53
39.57
0.00
0.00
95.41
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
190.48
226.96
0.00
0.00
1,399.71
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
47.78
44.78
0.00
0.00
64.00
0.00
วงจรเงินสด —
187.22
221.75
0.00
0.00
1,431.12
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-765
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+583
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UV

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-764.62
+50.21%
-509.03
-43.70%
-904.11
+1,546.23%
-54.92
-94.63%
-1,022.91
-1,794.40%
60.37
-100.74%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
582.65
+677.07%
74.98
-88.63%
659.55
-83.24%
3,935.21
+16,957.69%
23.07
-63.35%
62.94
-99.11%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
603.32
+43.64%
420.03
+91.44%
219.40
-108.60%
-2,550.89
-659.79%
455.69
-130.47%
-1,495.35
-138.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
420.04
-2,778.83%
-15.68
-40.99%
-26.57
-101.92%
1,385.30
-354.59%
-544.13
-60.34%
-1,372.03
-149.02%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
787.65
+11.29%
707.77
-4.15%
738.43
-68.04%
2,310.26
-19.06%
2,854.39
-32.46%
4,226.42
+196.03%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
551.84
-29.94%
787.65
+11.29%
707.77
-4.15%
738.43
-68.04%
2,310.26
-19.06%
2,854.39
-32.46%