บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.98
0.03 (2.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10088 out_tok=2739 at=2026-07-26T12:48:07 -->
# UV Q1/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 1,700% รับธุรกิจพลังงาน-บริหารงานก่อสร้างโต
## รายได้หลักโต 13% หนุนกำไรจากการดำเนินงานปกติเพิ่ม 18% ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งแรงจากรายการพิเศษ
บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 510.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,700% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 29.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจพลังงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจบริหารงานก่อสร้างและที่ปรึกษาการลงทุน นอกจากนี้ยังมีผลกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของบริษัทร่วมเข้ามาสนับสนุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ UV ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนมามีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่สูงถึง 510.3 ล้านบาท มาจาก **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจพลังงาน และการรับรู้รายได้จากธุรกิจบริหารงานก่อสร้างและที่ปรึกษาการลงทุนเป็นครั้งแรก** ประกอบกับ **รายการกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของบริษัทร่วม (STI)** ที่เข้ามาเสริม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจพลังงาน:** รายได้หลักจากธุรกิจพลังงานปรับเพิ่มขึ้น 519.5 ล้านบาท หรือ 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากราคาค่าก๊าซเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจพลังงานเพิ่มขึ้นจาก 1% เป็น 12%
* **ธุรกิจบริหารงานก่อสร้างและที่ปรึกษาการลงทุน:** เริ่มรับรู้รายได้และต้นทุนในไตรมาสนี้เป็นไตรมาสแรก (กุมภาพันธ์-มีนาคม) โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28% ซึ่งช่วยเสริมรายได้รวม
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับลดลง 215.7 ล้านบาท หรือ 35% เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดลดลง โดยเฉพาะโครงการอนิลสาทร 12 ที่เริ่มโอนตั้งแต่เดือนมีนาคมปีก่อน
* **ธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์:** รายได้ปรับลดลง 86.2 ล้านบาท หรือ 32% จากผลกระทบต่อเนื่องของโควิด-19 ทำให้ลูกค้าชะลอการเปิดร้านใหม่
* **รายการพิเศษ:** การที่ UV ได้มาซึ่งอำนาจควบคุมในบริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ทำให้เปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย และเริ่มนำงบการเงินของ STI มาจัดทำงบการเงินรวมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ส่งผลให้เกิด **กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของบริษัทร่วม (STI) จำนวน 642.1 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยเฉพาะ**
* **ธุรกิจพลังงาน:** คาดว่ารายได้และกำไรจะยังคงได้รับผลดีจากราคาค่าก๊าซเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ธุรกิจบริหารงานก่อสร้างและที่ปรึกษาการลงทุน:** การรับรู้รายได้และต้นทุนจะดำเนินต่อไปตามสัญญาที่มีอยู่ ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้ประจำ (Recurring Income)
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์จะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของโครงการและการตอบรับของตลาด ซึ่งอาจมีความผันผวนตามฤดูกาลและสภาวะเศรษฐกิจ
* **รายการกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของ STI:** เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ ณ วันที่บริษัทได้มาซึ่งอำนาจควบคุม ซึ่ง **ไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกัน** ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q1/2566 พุ่ง 510.3 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 1,700% YoY จากขาดทุน 29.6 ล้านบาท
* **รายได้หลัก Q1/2566 เติบโต 13%** แตะ 4,093.7 ล้านบาท จาก 3,627.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก** รายได้เพิ่มขึ้น 519.5 ล้านบาท จากราคาค่าก๊าซเฉลี่ยที่สูงขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจพลังงานเพิ่มจาก 1% เป็น 12%
* **เริ่มรับรู้รายได้ธุรกิจบริหารงานก่อสร้างและที่ปรึกษาการลงทุน** ตั้งแต่ ก.พ. 2566
* **กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของ STI จำนวน 642.1 ล้านบาท** เป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับเพิ่มขึ้น** จาก 10% เป็น 13%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 UV มีรายได้รวม 4,787.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน (3,697.2 ล้านบาท) โดยมีกำไรขั้นต้น 538.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.3% จาก 344.7 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 13% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 908.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 188.0 ล้านบาทในปีก่อน
เมื่อพิจารณากำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ พบว่าอยู่ที่ 510.3 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 29.6 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจพลังงาน ธุรกิจบริหารงานก่อสร้าง และรายการพิเศษจาก STI
สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 รายได้หลักอยู่ที่ 8,507.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% จาก 4,767.4 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 706.1 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 40.9 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจพลังงาน:** จากแนวโน้มราคาค่าก๊าซเฉลี่ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และการรับรู้รายได้เต็มปี
* **การขยายตัวของธุรกิจบริหารงานก่อสร้างและที่ปรึกษาการลงทุน:** จากการเริ่มรับรู้รายได้และต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** เพื่อสร้างความสมดุลของโครงสร้างการลงทุนและเพิ่มรายได้ประจำ (Recurring Income)
* **โอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์:** แม้ปัจจุบันจะชะลอตัว แต่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** ส่งผลต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** เพิ่มต้นทุนทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือน
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาค่าก๊าซเฉลี่ย:** จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรของธุรกิจพลังงาน
* **ความคืบหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** และยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **การปรับโครงสร้างเงินกู้:** เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน
* **ผลประกอบการของ STI:** หลังจากการรวมงบการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ปรับลดลง 215.7 ล้านบาท (35%) ใน Q1/2566 เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดลดลง โดยเฉพาะโครงการอนิลสาทร 12 ที่เริ่มโอนตั้งแต่เดือนมีนาคมปีก่อน
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** ปรับลดลง 140.9 ล้านบาท (33%) สอดคล้องกับรายได้ โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 29% จาก 31% ในปีก่อน
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย (อสังหาฯ):** ปรับลดลง 33.3 ล้านบาท (39%) สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** โครงการเดนิมจตุจักรเริ่มโอนตั้งแต่ พ.ค. 2565 และโครงการบลูสุขุมวิท 105 เริ่มโอน มี.ค. 2566 ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในงวด 6 เดือนเพิ่มขึ้น 581.8 ล้านบาท (72%)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 41,938.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ค่าความนิยมจากการซื้อ STI
หนี้สินรวมอยู่ที่ 26,852.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นที่มีภาระดอกเบี้ยและหนี้สินอื่นจากธุรกิจพลังงาน ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 15,086.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากสิ้นปี 2565 จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.78 เท่า ลดลงจาก 1.94 เท่า ณ สิ้นปี 2565 และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.36 เท่า ลดลงจาก 1.56 เท่า
## สรุปท้าย
UV ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่สูงถึง 510.3 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาค่าก๊าซที่สูงขึ้น และการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจบริหารงานก่อสร้างและที่ปรึกษาการลงทุน ประกอบกับรายการพิเศษจากกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของ STI แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังคงชะลอตัว แต่แนวโน้มการดำเนินงานโดยรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคต เช่น ความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราดอกเบี้ย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UV ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
7,563.70
ล้านบาท
↓ 6.5% YoY
กำไรขั้นต้น
1,142.54
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.11
%
กำไรสุทธิ
44.42
ล้านบาท
↑ 1282.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.59
%
D/E Ratio
1.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,564
↓ -6.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,143
↓ -9.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 1282.6%
YoY
D/E Ratio
1.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.50
ROE (%)
-0.41
ROA (%)
3.13
Book Value/หุ้น
5.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-765
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+583
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-764.62
+50.21%
|
-509.03
-43.70%
|
-904.11
+1,546.23%
|
-54.92
-94.63%
|
-1,022.91
-1,794.40%
|
60.37
-100.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
582.65
+677.07%
|
74.98
-88.63%
|
659.55
-83.24%
|
3,935.21
+16,957.69%
|
23.07
-63.35%
|
62.94
-99.11%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
603.32
+43.64%
|
420.03
+91.44%
|
219.40
-108.60%
|
-2,550.89
-659.79%
|
455.69
-130.47%
|
-1,495.35
-138.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
420.04
-2,778.83%
|
-15.68
-40.99%
|
-26.57
-101.92%
|
1,385.30
-354.59%
|
-544.13
-60.34%
|
-1,372.03
-149.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
787.65
+11.29%
|
707.77
-4.15%
|
738.43
-68.04%
|
2,310.26
-19.06%
|
2,854.39
-32.46%
|
4,226.42
+196.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
551.84
-29.94%
|
787.65
+11.29%
|
707.77
-4.15%
|
738.43
-68.04%
|
2,310.26
-19.06%
|
2,854.39
-32.46%
|