บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6180 out_tok=3156 at=2026-07-26T11:12:05 -->
# UBE Q3/2566 พลิกกำไรโต 203.8% รับธุรกิจเอทานอลฟื้น
## รายได้เอทานอลดันกำไรสุทธิพุ่ง ขณะที่ธุรกิจแป้งยังเผชิญแรงกดดันจากอุปทานและคำสั่งซื้อ
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 20.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 203.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 20.0 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 19.2% YoY เหลือ 1,434.7 ล้านบาท โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจเอทานอลที่เติบโตได้ดี ขณะที่ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังยังคงเผชิญความท้าทาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ UBE พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของธุรกิจเอทานอลที่สามารถเพิ่มราคาขายได้ตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้น** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 19.2% YoY เป็น 1,434.7 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นถึง 203.8% YoY เป็น 20.7 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจเอทานอล:** รายได้จากธุรกิจเอทานอลเพิ่มขึ้น 9.6% YoY เป็น 1,007.5 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายเอทานอลปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบหลักคือ กากน้ำตาลและมันสำปะหลังที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น การที่บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาทำให้สามารถรักษาปริมาณขายไว้ได้ แม้ภาพรวมอุปสงค์เอทานอลอาจลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง:** รายได้จากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังลดลงอย่างมากถึง 54.7% YoY เป็น 344.6 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากอุปทานมันสำปะหลังที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบน้ำท่วม และการชะลอคำสั่งซื้อจากประเทศคู่ค้าเนื่องจากมีสินค้าคงคลังสูง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมการส่งออกแป้งมันสำปะหลังของไทยที่ลดลงถึง 27.5% YoY ในช่วง 9 เดือนแรก
* **ต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น:** ต้นทุนขายรวมลดลง 21.9% YoY ในไตรมาส 3/66 สอดคล้องกับปริมาณขายที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นจาก 9.4% ใน Q3’65 เป็น 12.5% ใน Q3’66
* **ค่าใช้จ่ายอื่นและ Idle Capacity Cost:** ในไตรมาส 3/66 มีการบันทึกค่าใช้จ่ายการผลิตภายใต้กำลังการผลิตต่ำกว่าปกติ (Idle Capacity Cost) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายอื่น ทำให้ค่าใช้จ่ายอื่นสูงขึ้น 71.1% YoY เป็น 43.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากปัจจัยบวกในธุรกิจเอทานอลและการบริหารต้นทุนขายที่ดีขึ้นสามารถชดเชยผลกระทบนี้ได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในธุรกิจเอทานอล แต่ธุรกิจแป้งยังไม่ชัดเจน**
* **ธุรกิจเอทานอล:** แนวโน้มราคาวัตถุดิบกากน้ำตาลและมันสำปะหลังที่ปรับตัวสูงขึ้น และความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของ UBE ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจเอทานอลมีโอกาสที่จะรักษาผลประกอบการที่ดีไว้ได้ในระยะสั้นถึงกลาง
* **ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง:** ความท้าทายจากอุปทานมันสำปะหลังที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ และการชะลอคำสั่งซื้อจากตลาดโลก ทำให้แนวโน้มของธุรกิจแป้งยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ต้องติดตามสถานการณ์อุปทานและคำสั่งซื้อจากตลาดโลกอย่างใกล้ชิด
* **ต้นทุนการผลิต:** การบันทึก Idle Capacity Cost ในไตรมาส 3/66 บ่งชี้ถึงการผลิตที่ยังไม่เต็มกำลังในบางส่วน ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนในอนาคตหากไม่สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตหรือการขายได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 พลิกเป็น 20.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 203.8% YoY** จากขาดทุน 20.0 ล้านบาทใน Q3/65
* **รายได้รวม Q3/66 ลดลง 19.2% YoY เหลือ 1,434.7 ล้านบาท** โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังที่ลดลง 54.7% YoY
* **รายได้ธุรกิจเอทานอล Q3/66 เพิ่มขึ้น 9.6% YoY เป็น 1,007.5 ล้านบาท** จากราคาขายที่สูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/66 ดีขึ้นเป็น 12.5%** จาก 9.4% ใน Q3/65 จากการบริหารต้นทุนขายที่ดีขึ้น
* **9M/66 ขาดทุนสุทธิ 112.1 ล้านบาท ลดลง 162.5% YoY** จากขาดทุน 179.5 ล้านบาทใน 9M/65
* **ปริมาณส่งออกแป้งมันสำปะหลังไทย Q3/66 ลดลง 27.5% YoY** สะท้อนความท้าทายของธุรกิจแป้ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 UBE มีรายได้จากการขายรวม 1,434.7 ล้านบาท ลดลง 19.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังถึง 54.7% YoY เป็น 344.6 ล้านบาท เนื่องจากอุปทานมันสำปะหลังที่ลดลงจากปัญหาน้ำท่วม และการชะลอคำสั่งซื้อจากลูกค้า อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจเอทานอลปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.6% YoY เป็น 1,007.5 ล้านบาท จากราคาขายที่สูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบกากน้ำตาลและมันสำปะหลัง
แม้รายได้รวมจะลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในไตรมาส 3/66 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 12.5% จาก 9.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการบันทึกรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง และการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 20.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 203.8% YoY จากที่ขาดทุน 20.0 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 4,186.4 ล้านบาท ลดลง 18.6% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของปริมาณการขายแป้งเนทีฟและแป้งออร์แกนิค ขณะที่รายได้ธุรกิจเอทานอลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.9% YoY จากความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 9.3% ลดลงจาก 13.5% ในปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงลดลง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 112.1 ล้านบาท ลดลง 162.5% YoY จากที่ขาดทุน 179.5 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจเอทานอล:** ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของ UBE เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนรายได้และกำไรของธุรกิจเอทานอลให้เติบโตต่อเนื่อง
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น เป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
* **รายได้จากธุรกิจอื่น:** รายได้จากธุรกิจอื่นที่เพิ่มขึ้น 15.1% YoY ใน 9M/66 จากผลิตภัณฑ์กาแฟเป็นหลัก แสดงให้เห็นถึงการกระจายแหล่งรายได้ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงจากธุรกิจหลัก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น มันสำปะหลัง อาจมีความผันผวนสูงจากปัจจัยฤดูกาล สภาพอากาศ และอุปสงค์-อุปทาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **อุปทานและคำสั่งซื้อแป้งมันสำปะหลัง:** การลดลงของอุปทานมันสำปะหลังจากปัญหาน้ำท่วม และการชะลอคำสั่งซื้อจากตลาดโลก เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อธุรกิจแป้งมันสำปะหลังของบริษัท
* **กำลังการผลิตที่ต่ำกว่าปกติ:** การบันทึกค่าใช้จ่ายการผลิตภายใต้กำลังการผลิตต่ำกว่าปกติ (Idle Capacity Cost) บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ยังไม่เต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนต่อหน่วยหากไม่สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตหรือการขายได้
* **กฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพลังงานชีวภาพอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และราคาเอทานอลในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาหัวมันสำปะหลังสดและกากน้ำตาล จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไรของบริษัท
* **สถานการณ์อุปทานและคำสั่งซื้อแป้งมันสำปะหลัง:** การฟื้นตัวของอุปทานมันสำปะหลัง และแนวโน้มคำสั่งซื้อจากตลาดโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการธุรกิจแป้ง
* **การใช้กำลังการผลิต:** ความสามารถของบริษัทในการเพิ่มปริมาณการผลิตและขาย เพื่อลดผลกระทบจาก Idle Capacity Cost
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความต่อเนื่องของประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **แนวโน้มราคาขายเอทานอล:** การเปลี่ยนแปลงของราคาขายเอทานอลที่อาจได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** ราคาขายเอทานอลปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบกากน้ำตาลและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้ธุรกิจเอทานอล ในขณะที่ราคาหัวมันสำปะหลังสดใน Q3/66 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.33 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 7.4% YoY ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** รายได้ธุรกิจแป้งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงปริมาณขายที่ลดลง โดยปริมาณส่งออกแป้งมันสำปะหลังของไทยลดลง 27.5% YoY ใน 9M/66
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนขายรวมลดลงตามปริมาณขาย แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ยังคงสูงที่ 87.5% ใน Q3/66 และ 90.7% ใน 9M/66 โดยเฉพาะต้นทุนมันสำปะหลังที่สูงขึ้น
* **กำลังการผลิต:** มีการบันทึกค่าใช้จ่ายการผลิตภายใต้กำลังการผลิตต่ำกว่าปกติ (Idle Capacity Cost) ใน Q3/66 และ 9M/66 ซึ่งบ่งชี้ว่าการใช้กำลังการผลิตยังไม่เต็มที่
* **กฎระเบียบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบพลังงานหรือสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบโดยตรงในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,214.1 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2565 หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 21.5% เป็น 1,489.0 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อวัตถุดิบ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4.5% เป็น 5,725.1 ล้านบาท จากผลการดำเนินงาน 9M/66 และการจ่ายเงินปันผล 156.6 ล้านบาท
## สรุปท้าย
UBE พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการฟื้นตัวของธุรกิจเอทานอลที่สามารถส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบไปยังราคาขายได้ ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายที่ดีขึ้น แม้ว่าธุรกิจแป้งมันสำปะหลังจะยังคงเผชิญความท้าทายจากอุปทานที่ลดลงและคำสั่งซื้อที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะแนวโน้มราคาวัตถุดิบและการใช้กำลังการผลิตของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UBE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,203.51
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
กำไรขั้นต้น
92.04
ล้านบาท
↓ 35% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.65
%
กำไรสุทธิ
-43.18
ล้านบาท
↓ 1211.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.59
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,204
↓ -15.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
92
↓ -35%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -1211.2%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UBE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
-1.77
ROA (%)
-0.05
Book Value/หุ้น
1.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UBE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,308
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+245
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UBE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,307.58
-47.29%
|
2,480.71
+26.63%
|
1,959.02
+41.68%
|
1,382.74
+33.00%
|
1,039.64
+53.84%
|
675.79
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
244.99
-262.75%
|
-150.53
-593.86%
|
30.48
-125.39%
|
-120.06
+169.25%
|
-44.59
-73.37%
|
-167.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-752.43
-57.69%
|
-1,778.22
-4.90%
|
-1,869.82
+130.57%
|
-810.97
-63.55%
|
-2,224.74
+421.14%
|
-426.90
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
800.14
+44.96%
|
551.96
+361.24%
|
119.67
-73.51%
|
451.72
-136.73%
|
-1,229.68
-1,609.74%
|
81.45
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
486.92
+23.91%
|
392.97
+318.77%
|
93.84
-80.27%
|
475.63
+228.84%
|
144.64
+128.90%
|
63.19
+14.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
867.30
+78.12%
|
486.92
+23.91%
|
392.97
+318.77%
|
93.84
-80.27%
|
475.63
+228.84%
|
144.64
+128.90%
|