บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5390 out_tok=2555 at=2026-07-26T11:27:01 -->
# UBE กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 หด 12% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดขายเอทานอลอุตสาหกรรมวูบ
## รายได้รวมโต 2.1% แต่กำไรขั้นต้นหด 17.3% ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนมันสำปะหลังสูง-ยอดขายแป้งเลื่อน
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้รวม 5,141.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลง 12.0% มาอยู่ที่ 179.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการปรับลดลงของปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ UBE ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ปรับลดลง 12.0% YoY มาอยู่ที่ 179.5 ล้านบาท มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 15.6% ในปีก่อน เหลือ 12.7% ในปีนี้ ประกอบกับ **ปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมที่ลดลง** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นมีสาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะมันสำปะหลัง** ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ทำให้ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 5.7% แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 2.1% ก็ตาม ขณะที่ปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมที่ลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากธุรกิจเอทานอล แม้ว่าราคาเอทานอลจะปรับตัวดีขึ้นและปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นจากการผ่อนปรนข้อกำหนดด้านการท่องเที่ยวและราคาน้ำมันดิบที่สูงก็ตาม นอกจากนี้ ยอดสั่งซื้อแป้งมันสำปะหลังทั่วไปถูกเลื่อนออกไปในไตรมาส 4/2565 ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจแป้งปรับตัวลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนมันสำปะหลังที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลัก แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต รวมถึงการคาดการณ์ปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมและแป้งมันสำปะหลังในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การที่ยอดสั่งซื้อแป้งถูกเลื่อนไปไตรมาส 4/2565 อาจบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจแป้งในระยะสั้น ส่วนปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 65 อยู่ที่ 5,141.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% YoY** จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงและราคาเอทานอลที่ปรับตัวดีขึ้น
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 อยู่ที่ 179.5 ล้านบาท ลดลง 12.0% YoY** โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.5% จาก 4.0% ในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 15.6% เป็น 12.7%** เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบมันสำปะหลังที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **รายได้ธุรกิจเอทานอลเพิ่มขึ้น 4.2% YoY** จากปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้ธุรกิจแป้งลดลง 4.6% YoY** เนื่องจากยอดสั่งซื้อถูกเลื่อนไปไตรมาส 4/2565
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 64.8% YoY** จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,141.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจเอทานอลที่รายได้เพิ่มขึ้น 4.2% จากปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและราคาเอทานอลที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและแป้งฟลาวปรับตัวลดลง 4.6% เนื่องจากยอดสั่งซื้อถูกเลื่อนออกไป ขณะที่รายได้จากธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 76.9% จากยอดขายผลิตภัณฑ์กาแฟเป็นหลัก
ในด้านต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 5.7% เป็น 4,489.8 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 15.6% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 12.7% ในงวดนี้ เนื่องจากราคาวัตถุดิบมันสำปะหลังที่ปรับตัวสูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม (SG&A) ลดลง 15.3% มาอยู่ที่ 353.6 ล้านบาท คิดเป็น 6.9% ของรายได้รวม ลดลงจาก 8.3% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการส่งออกและการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง รวมถึงการบริหารจัดการคลังสินค้า
ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 64.8% มาอยู่ที่ 40.7 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 179.5 ล้านบาท ลดลง 12.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.5% ลดลงจาก 4.0%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจแป้ง:** การที่ยอดสั่งซื้อแป้งมันสำปะหลังถูกเลื่อนไปในไตรมาส 4/2565 บ่งชี้ถึงโอกาสในการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจแป้งในระยะสั้น
* **การเติบโตของเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง:** การผ่อนปรนข้อกำหนดด้านการท่องเที่ยวและราคาน้ำมันดิบที่ยังคงสูง เป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณยอดขายและราคาเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง
* **การขยายธุรกิจอื่น:** รายได้จากธุรกิจอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟ แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะมันสำปะหลังที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความไม่แน่นอนของปริมาณยอดขาย:** ปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมที่ลดลง และการเลื่อนยอดสั่งซื้อแป้ง อาจสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของอุปสงค์ในตลาด
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้บริษัทจะมีนโยบายป้องกันความเสี่ยง แต่ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีอยู่และส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบมันสำปะหลัง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักจะมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ปริมาณและราคาขายเอทานอล:** การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบและนโยบายพลังงานของภาครัฐ จะส่งผลต่ออุปสงค์และราคาเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง
* **การฟื้นตัวของยอดขายแป้งมันสำปะหลัง:** การกลับมาของคำสั่งซื้อแป้งมันสำปะหลังในไตรมาส 4/2565 และแนวโน้มในระยะต่อไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในส่วนของธุรกิจเอทานอล แม้ว่าราคาเอทานอลจะได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่สูง แต่ปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมที่ลดลงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ในขณะที่ปริมาณยอดขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว
สำหรับธุรกิจมันสำปะหลังและแป้ง พบว่ารายได้ลดลงเนื่องจากยอดสั่งซื้อถูกเลื่อนออกไป ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าการเลื่อนนี้จะส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและการขายในไตรมาส 4 อย่างไร
ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 5.7% ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนมันสำปะหลังที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการบริหารจัดการที่ดี โดยสัดส่วนต่อรายได้ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งและการบริหารคลังสินค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,136.1 ล้านบาท ลดลง 1.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อวัตถุดิบ และยอดลูกหนี้การค้าที่ลดลง
หนี้สินรวมลดลง 12.1% มาอยู่ที่ 1,301.3 ล้านบาท จากการใช้คืนหนี้เงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.5% มาอยู่ที่ 5,834.8 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
UBE เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปริมาณยอดขายเอทานอลอุตสาหกรรมที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 หดตัวลง 12.0% แม้รายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อยก็ตาม อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของยอดขายแป้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 และแนวโน้มที่ดีของเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UBE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,203.51
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
กำไรขั้นต้น
92.04
ล้านบาท
↓ 35% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.65
%
กำไรสุทธิ
-43.18
ล้านบาท
↓ 1211.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.59
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,204
↓ -15.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
92
↓ -35%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -1211.2%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UBE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
-1.77
ROA (%)
-0.05
Book Value/หุ้น
1.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UBE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,308
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+245
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UBE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,307.58
-47.29%
|
2,480.71
+26.63%
|
1,959.02
+41.68%
|
1,382.74
+33.00%
|
1,039.64
+53.84%
|
675.79
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
244.99
-262.75%
|
-150.53
-593.86%
|
30.48
-125.39%
|
-120.06
+169.25%
|
-44.59
-73.37%
|
-167.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-752.43
-57.69%
|
-1,778.22
-4.90%
|
-1,869.82
+130.57%
|
-810.97
-63.55%
|
-2,224.74
+421.14%
|
-426.90
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
800.14
+44.96%
|
551.96
+361.24%
|
119.67
-73.51%
|
451.72
-136.73%
|
-1,229.68
-1,609.74%
|
81.45
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
486.92
+23.91%
|
392.97
+318.77%
|
93.84
-80.27%
|
475.63
+228.84%
|
144.64
+128.90%
|
63.19
+14.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
867.30
+78.12%
|
486.92
+23.91%
|
392.97
+318.77%
|
93.84
-80.27%
|
475.63
+228.84%
|
144.64
+128.90%
|