บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4691 out_tok=3495 at=2026-07-26T12:18:10 -->
# UBE กำไร Q1/65 พุ่ง 205% รับธุรกิจเอทานอลฟื้น-ต้นทุนการเงินลด
## รายได้รวมโต 36% สวนทางไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งแรงจากปัจจัยหนุนหลัก 2 ด้าน
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,538.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 115.6 ล้านบาท เติบโตถึง 204.8% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจเอทานอลและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UBE ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจเอทานอลและการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงิน** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ UBE ในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 204.8% หรือ 77.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่:
1. **รายได้ธุรกิจเอทานอลที่เติบโต 53.0%** จาก 597.0 ล้านบาท เป็น 913.3 ล้านบาท
2. **ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 58.7%** จาก 36.1 ล้านบาท เหลือ 14.9 ล้านบาท
แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 35.9% แต่หากพิจารณาแยกตามธุรกิจ พบว่ารายได้จากธุรกิจเอทานอลเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ในขณะที่รายได้จากแป้งมันสำปะหลังลดลง 27.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจเอทานอลฟื้นตัว:** ฝ่ายจัดการระบุว่า การฟื้นตัวของรายได้เอทานอลเกิดจากการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงกลับมาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้เอทานอลกลับลดลง 20.4% เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงและแป้งมันสำปะหลังทั่วไปลดลงหลังช่วงเทศกาล
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** แม้รายได้เอทานอลจะฟื้นตัว แต่ต้นทุนขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 39.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบมันเส้นตามความต้องการในจีน ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ลดลงจาก 17.2% ในปีก่อนหน้า เป็น 15.3% ในไตรมาสนี้
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** การลดลงของต้นทุนทางการเงินเกิดจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ
* **การเติบโตของแป้งมูลค่าสูง:** ฝ่ายจัดการระบุว่า กำไรสุทธิที่เติบโตยังได้แรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจแป้งที่มีสัดส่วนการจำหน่ายแป้งออร์แกนิคซึ่งเป็นสินค้ามูลค่าสูงเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
แม้ว่ากำไรสุทธิจะเติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาสนี้ แต่การฟื้นตัวของรายได้เอทานอลนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการฟื้นตัวจากการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว นอกจากนี้ รายได้เอทานอลและแป้งมันสำปะหลังกลับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาลและหลังเทศกาล
ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบมันเส้นมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการในจีน ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป การลดลงของต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจน แต่การเติบโตของแป้งออร์แกนิคต้องพิจารณาถึงความสามารถในการรักษาอัตรากำไรและปริมาณขายในระยะยาว
ดังนั้น ทิศทางผลประกอบการในอนาคตยังคงต้องจับตาปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบ ปริมาณการขายในแต่ละธุรกิจ และแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่ส่งผลต่ออุปสงค์เอทานอล
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 204.8% YoY:** อยู่ที่ 115.6 ล้านบาท จาก 37.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 35.9% YoY:** อยู่ที่ 1,538.0 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจเอทานอล
* **ธุรกิจเอทานอลฟื้นตัว:** รายได้เพิ่มขึ้น 53.0% YoY เป็น 913.3 ล้านบาท จากการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 58.7% YoY:** เหลือ 14.9 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **กำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 15.3% จาก 17.2% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบมันเส้นปรับตัวสูงขึ้น
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 12.5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากสต็อกวัตถุดิบมันเส้นและแป้งมันสำปะหลัง
* **หนี้สินระยะสั้นเพิ่มขึ้น:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 53.2% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 UBE มีรายได้จากการขายรวม 1,538.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งเป็นการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยธุรกิจเอทานอลที่ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้รวมกลับลดลง 20.4% เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงและแป้งมันสำปะหลังทั่วไปลดลงหลังช่วงเทศกาล
ต้นทุนขายในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,303.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.1% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.2% ในปีก่อนหน้า เหลือ 15.3% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบมันเส้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 118.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% YoY สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย
ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 58.7% YoY เหลือเพียง 14.9 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น
ผลลัพธ์คือ กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 115.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 204.8% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.5% โดยฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตนี้มาจากธุรกิจแป้งที่มีสัดส่วนการจำหน่ายแป้งออร์แกนิคเพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเป็นหลัก
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจเอทานอล:** การผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ทั่วโลกและในประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ซึ่งน่าจะหนุนความต้องการใช้เอทานอลในภาคพลังงานและภาคอุตสาหกรรม
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง:** การเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายแป้งออร์แกนิค ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่าแป้งทั่วไป เป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรและรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของต้นทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงสร้างหนี้สิน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลกำไรในระยะยาว
* **รายได้จากธุรกิจอื่น:** การมีรายได้จากธุรกิจอื่น เช่น กระแสไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ เมล็ดกาแฟ และสารปรับปรุงดินอินทรีย์ ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้เสริม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบมันเส้นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการในตลาดโลก เป็นความเสี่ยงที่อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **ความไม่แน่นอนของอุปสงค์เอทานอล:** แม้จะมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ แต่ความต้องการใช้เอทานอลอาจยังมีความผันผวน ขึ้นอยู่กับนโยบายพลังงานของแต่ละประเทศ และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **การแข่งขันในตลาดแป้งมันสำปะหลัง:** ตลาดแป้งมันสำปะหลังมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะแป้งทั่วไป ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณขายและราคาขาย
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ในอนาคตได้
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ โดยเฉพาะวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์แป้ง อาจสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ชะลอตัว หรือการบริหารจัดการสต็อกที่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบมันเส้น:** จับตาการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบมันเส้นในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท
* **ปริมาณการขายและราคาขายเอทานอล:** ติดตามแนวโน้มอุปสงค์เอทานอลทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนโยบายพลังงานที่อาจส่งผลต่อราคา
* **สัดส่วนการขายแป้งออร์แกนิค:** ประเมินความสามารถในการรักษาและเพิ่มสัดส่วนการขายแป้งมูลค่าสูง และอัตรากำไรที่ทำได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของภาระดอกเบี้ยจ่าย และโครงสร้างหนี้สินของบริษัท
* **ระดับสินค้าคงเหลือ:** สังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงของระดับสินค้าคงเหลือ และผลกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 ธุรกิจเอทานอลของ UBE แสดงสัญญาณการฟื้นตัว โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 53.0% YoY จาก 597.0 ล้านบาท เป็น 913.3 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้เอทานอลกลับลดลง 20.4% สะท้อนถึงปัจจัยด้านฤดูกาลและผลกระทบหลังช่วงเทศกาล
ในส่วนของธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง รายได้ลดลง 27.2% YoY จาก 517.1 ล้านบาท เป็น 586.6 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าปริมาณการจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังทั่วไปลดลงหลังช่วงเทศกาล อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีสัดส่วนการจำหน่ายแป้งออร์แกนิคซึ่งเป็นสินค้ามูลค่าสูงเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากปริมาณขายที่ลดลงได้บางส่วน
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 39.1% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.2% เป็น 15.3% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบมันเส้นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการในจีน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรที่สำคัญ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.9% YoY สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย
ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 58.7% YoY เหลือ 14.9 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างโดดเด่น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,131.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการเก็บสต็อกวัตถุดิบมันเส้นเพื่อรองรับการผลิตเอทานอล และปริมาณแป้งมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,267.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการจัดหาวัตถุดิบช่วงฤดูกาล ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 5,864.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการบันทึกกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะสั้นและสินค้าคงเหลือบ่งชี้ถึงความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
UBE ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 204.8% YoY เป็น 115.6 ล้านบาท แรงขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจเอทานอลที่ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบมันเส้น และรายได้จากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังทั่วไปลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทิศทางในอนาคตยังคงต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอุปสงค์เอทานอล รวมถึงการรักษาอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อประเมินความต่อเนื่องของการเติบโต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UBE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,203.51
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
กำไรขั้นต้น
92.04
ล้านบาท
↓ 35% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.65
%
กำไรสุทธิ
-43.18
ล้านบาท
↓ 1211.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.59
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,204
↓ -15.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
92
↓ -35%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -1211.2%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UBE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
-1.77
ROA (%)
-0.05
Book Value/หุ้น
1.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UBE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,308
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+245
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UBE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,307.58
-47.29%
|
2,480.71
+26.63%
|
1,959.02
+41.68%
|
1,382.74
+33.00%
|
1,039.64
+53.84%
|
675.79
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
244.99
-262.75%
|
-150.53
-593.86%
|
30.48
-125.39%
|
-120.06
+169.25%
|
-44.59
-73.37%
|
-167.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-752.43
-57.69%
|
-1,778.22
-4.90%
|
-1,869.82
+130.57%
|
-810.97
-63.55%
|
-2,224.74
+421.14%
|
-426.90
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
800.14
+44.96%
|
551.96
+361.24%
|
119.67
-73.51%
|
451.72
-136.73%
|
-1,229.68
-1,609.74%
|
81.45
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
486.92
+23.91%
|
392.97
+318.77%
|
93.84
-80.27%
|
475.63
+228.84%
|
144.64
+128.90%
|
63.19
+14.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
867.30
+78.12%
|
486.92
+23.91%
|
392.97
+318.77%
|
93.84
-80.27%
|
475.63
+228.84%
|
144.64
+128.90%
|