TSC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TSC
บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.20
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4478 out_tok=2148 at=2026-07-26T11:23:35 --> # TSC กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลงเล็กน้อย 0.85% รับต้นทุนขายพุ่ง ขณะรายได้จากการขายเติบโต 2.51% ## รายได้จากการขายขยายตัวตามการผลิตรถยนต์ แต่ต้นทุนขายที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไรขั้นต้น บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ TSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 58.75 ล้านบาท ลดลง 4.47 ล้านบาท หรือ 0.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 2.51% เป็น 620.70 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TSC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตราส่วนกำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะยังคงเติบโตได้เล็กน้อยก็ตาม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **อัตราส่วนต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น** ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 19.10% ในไตรมาส 3/2564 เป็น 15.62% ในไตรมาส 3/2565 หรือลดลง 3.48% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 2.51% ก็ตาม ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 4.47 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า อัตราส่วนต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมของอุตสาหกรรมที่เผชิญกับ **ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน** และปัญหา **การขาดแคลนชิ้นส่วน** เช่น ไมโครชิป ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตยานยนต์ทั่วโลก แม้ว่ายอดผลิตรถยนต์นั่งจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 แต่สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การบริโภคที่ลดลง และการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนการดำเนินการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ปัจจัยกดดันที่กล่าวมา เช่น สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาขาดแคลนไมโครชิป และราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ยังคงเป็นความท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปในอนาคต การฟื้นตัวเต็มที่ของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขายเติบโต 2.51%** เป็น 620.70 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น * **กำไรสุทธิลดลง 0.85%** อยู่ที่ 58.75 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายที่สูงขึ้น * **อัตราส่วนกำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 3.48%** อยู่ที่ 15.62% จาก 19.10% ในปีก่อน * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย** เป็น 0.52 เท่า จาก 0.47 เท่า ในปีก่อน * **อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) ลดลง** เป็น 1.75 เท่า จาก 1.89 เท่า ในปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 620.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 80.90% เป็น 84.38% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 58.75 ล้านบาท ลดลง 0.85% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น:** แม้จะเผชิญความท้าทาย แต่การผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้จากการขาย * **การปรับแผนการดำเนินการ:** บริษัทมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนการดำเนินการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด ## ความเสี่ยง * **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ * **ปัญหาขาดแคลนไมโครชิปและชิ้นส่วน:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการผลิตรถยนต์และอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต * **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น * **การบริโภคที่ลดลง:** จากผลกระทบของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ และการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก * สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ * การปรับตัวของยอดผลิตรถยนต์ในประเทศและต่างประเทศ * ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายของบริษัท * ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกต่ออุปสงค์ยานยนต์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดย GPM ลดลงจาก 19.10% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 15.62% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโต 2.51% เป็น 620.70 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาขาดแคลนไมโครชิป และราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม ในด้านฐานะทางการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.52 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการสั่งซื้อสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นและการตั้งประมาณการผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดลงของส่วนของเจ้าของ ขณะที่อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) ปรับลดลงเป็น 1.75 เท่า เนื่องจากเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบที่สูงขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,233.63 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 2,261.80 ล้านบาท ในปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ที่ 1,106.39 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 765.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 719.12 ล้านบาท ในปีก่อน โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 630.73 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของเจ้าของรวมลดลงมาอยู่ที่ 1,468.31 ล้านบาท จาก 1,542.68 ล้านบาท ในปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.52 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.47 เท่า ในปีก่อน และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) อยู่ที่ 1.75 เท่า ลดลงจาก 1.89 เท่า ในปีก่อน ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ TSC ในไตรมาส 3 ปี 2565 สะท้อนถึงความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้เล็กน้อยจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เริ่มฟื้นตัว การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิดจะเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,219.76 ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
271.64 ล้านบาท
↑ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.27 %
กำไรสุทธิ
155.45 ล้านบาท
↑ 26.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.74 %
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,220
↓ -11.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
272
↑ + 8.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
155
↑ + 26.8% YoY
D/E Ratio
0.54

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,219.76
-11.12%
1,372.29
-6.46%
1,467.10
+4.34%
1,406.11
+8.70%
1,293.62
+13.26%
1,142.21
-24.46%
กำไรขั้นต้น
271.64
+8.18%
251.09
-3.92%
261.34
+19.81%
218.14
+2.05%
213.76
+42.59%
149.91
-46.89%
ค่าใช้จ่ายรวม
149.72
-3.59%
155.29
+16.94%
132.79
+2.12%
130.03
-3.79%
135.15
+16.21%
116.30
-35.19%
กำไรสุทธิ
155.45
+26.80%
122.59
-3.81%
127.45
+22.23%
104.27
+8.35%
96.23
+136.18%
40.74
-62.15%
กำไรต่อหุ้น
0.60
+26.69%
0.47
-3.87%
0.49
+22.44%
0.40
+8.38%
0.37
+135.67%
0.16
-62.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
22.27
+21.69%
18.30
+2.75%
17.81
+14.83%
15.51
-6.11%
16.52
+25.91%
13.12
-29.73%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
12.27
+8.39%
11.32
+25.08%
9.05
-2.16%
9.25
-11.48%
10.45
+2.65%
10.18
-14.24%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
12.74
+42.67%
8.93
+2.76%
8.69
+17.12%
7.42
-0.27%
7.44
+108.40%
3.57
-49.86%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
2.87
+441.51%
0.53
-83.33%
3.18
+172.77%
-4.37
-1,020.51%
-0.39
+84.21%
-2.47
-113.41%
ROE(%)
22.25
+16.80%
19.05
+6.13%
17.95
+34.96%
13.30
-11.21%
14.98
-21.36%
19.05
ROA(%)
15.70
+17.96%
13.31
+9.37%
12.17
+32.86%
9.16
-13.26%
10.56
-20.66%
13.31
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.40
-9.09%
0.44
-6.38%
0.47
-12.96%
0.54
+17.39%
0.46
+4.55%
0.44
P/E
11.55
-13.68%
13.38
-4.36%
13.99
-20.87%
17.68
+11.26%
15.89
-56.95%
36.91
+156.14%
P/BV
2.54
-1.17%
2.57
+2.80%
2.50
+4.60%
2.39
+0.84%
2.37
+22.80%
1.93
BV
6.06
+2.19%
5.93
-1.17%
6.00
+0.84%
5.95
-2.94%
6.13
+1.16%
6.06
-4.27%
YIELD(%)
7.79
-1.27%
7.89
-1.38%
8.00
+13.64%
7.04
+2.03%
6.90
+61.59%
4.27
-47.93%
ราคาหุ้น
15.40
+1.32%
15.20
+1.33%
15.00
+5.63%
14.20
-2.07%
14.50
+23.93%
11.70
-4.10%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
22.25
ROA (%)
15.70
Book Value/หุ้น
5.84

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,179.58
+3.14%
1,143.66
-2.11%
1,168.25
-7.34%
1,260.85
+7.07%
1,177.58
+13.53%
1,037.25
-10.33%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,018.94
-4.92%
1,071.61
-4.40%
1,120.94
+0.33%
1,119.26
-2.06%
1,142.82
+0.20%
1,140.55
-3.65%
รวมสินทรัพย์
2,198.52
-0.76%
2,215.26
-3.23%
2,289.19
-3.74%
2,380.11
+2.57%
2,320.41
+6.55%
2,177.80
-6.95%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
494.49
-4.52%
515.09
-11.99%
585.23
-16.97%
704.83
+17.80%
598.33
+15.74%
516.97
-16.92%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
129.70
-17.86%
160.69
+11.00%
144.77
+13.40%
129.67
-0.86%
130.80
+49.64%
87.41
+18.06%
รวมหนี้สิน
624.19
-7.63%
675.77
-7.43%
730.00
-12.31%
834.50
+14.45%
729.13
+20.64%
604.38
-13.20%
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
0.00
0.00
1,545.61
-2.87%
1,591.28
+1.14%
1,573.42
-4.31%
D/E
0.54
0.46
0.38
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
22.25
19.05
17.95
13.30
14.98
19.05
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
15.70
13.31
12.17
9.16
10.56
13.31
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.39
2.22
2.00
1.79
1.97
2.22
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.24
1.55
1.32
1.06
1.01
1.55
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
62.84
67.31
0.00
0.00
63.26
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
32.65
30.64
0.00
0.00
32.94
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
90.07
91.65
0.00
0.00
83.50
0.00
วงจรเงินสด
5.42
6.30
0.00
0.00
12.70
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-260
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-3.81
-95.07%
-77.30
+189.19%
-26.73
-60.28%
-67.29
-26.24%
-91.23
-155.03%
165.78
-57.82%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-259.67
+241.36%
-76.07
-50.88%
-154.85
+192.06%
-53.02
-114.15%
374.58
-598.18%
-75.19
-281.75%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
209.00
+0.40%
208.16
-21.23%
264.26
+68.44%
156.89
+19.64%
131.13
-325.19%
-58.23
-81.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-4.07
-107.43%
54.80
+34.64%
40.70
+11.23%
36.59
-91.17%
414.48
+1,181.24%
32.35
-73.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
345.77
+47.66%
234.17
+18.31%
197.93
+11.50%
177.52
-62.69%
475.85
+7.29%
443.50
+37.62%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
197.76
-42.81%
345.77
+47.66%
234.17
+18.31%
197.93
+11.50%
177.52
-62.69%
475.85
+7.29%