บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6043 out_tok=2455 at=2026-07-26T11:18:45 -->
# TSC กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 51.4% รับผลบวกอัตราแลกเปลี่ยน-รายได้โต
## รายได้รวมโต 10.7% YoY แม้เผชิญขาดแคลนวัตถุดิบ แต่กำไรสุทธิพุ่งแรงจากผลบวกค่าเงิน
บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ TSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกกลับมาเป็นบวก ประกอบกับรายได้จากการขายที่เติบโตได้ดีท่ามกลางความท้าทายของการขาดแคลนวัตถุดิบในอุตสาหกรรม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TSC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การพลิกกลับมามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 15 ล้านบาท** เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 54 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ **รายได้จากการขายที่เติบโต 10.7%** เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเกิดจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยค่าเฉลี่ยเงินเหรียญสหรัฐฯ ต่อเงินบาทอยู่ที่ 31.83 บาท เทียบกับ 32.91 บาท ในไตรมาส 2 ปี 2563 ซึ่งส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรจากรายการดังกล่าว ในส่วนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น แม้จะเผชิญปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบทั่วทั้งอุตสาหกรรม แต่ความต้องการจากลูกค้าในอุตสาหกรรมหลัก เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใยแก้วนําแสง, อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม, และอุตสาหกรรมยานยนต์ ยังคงแข็งแกร่ง ทำให้บริษัทสามารถรักษาและเพิ่มยอดขายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่ายไร้สาย, ระบบควบคุมอุตสาหกรรม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และการขนส่งสาธารณะ, และอุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ากำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจะส่งผลบวกอย่างมากในไตรมาสนี้ แต่ปัจจัยดังกล่าวมีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดค่าเงินในแต่ละช่วงเวลา สำหรับรายได้ที่เติบโตได้ดีท่ามกลางการขาดแคลนวัตถุดิบนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าความต้องการจากลูกค้าหลักยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งอาจมีแนวโน้มต่อเนื่องได้หากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม การขาดแคลนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 51.4% YoY:** อยู่ที่ 165 ล้านบาท จาก 109 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563
* **รายได้รวมเติบโต 10.7% YoY:** อยู่ที่ 3,831 ล้านบาท จาก 4,174 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563
* **กำไรขั้นต้นลดลง 9.9% YoY:** อยู่ที่ 309 ล้านบาท จาก 343 ล้านบาท แม้รายได้เพิ่มขึ้น
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนพลิกเป็นกำไร:** จากขาดทุน 54 ล้านบาท เป็นกำไร 15 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น:** จากการขาดแคลนวัตถุดิบและรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินระยะยาวลดลง:** ขณะที่เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ TSC มีรายได้จากการขายรวม 3,831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 8.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนวัตถุดิบทั่วทั้งอุตสาหกรรม แม้ว่าความต้องการจากลูกค้าจะยังคงแข็งแกร่งก็ตาม
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 309 ล้านบาท ลดลง 9.9% YoY และ 10.4% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 8.0% จาก 8.2% ในไตรมาส 2 ปี 2563
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 51.4% YoY และ 11.5% QoQ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 15 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เทียบกับการขาดทุน 54 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ความต้องการในอุตสาหกรรมหลักยังแข็งแกร่ง:** โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่ายไร้สาย, ระบบควบคุมอุตสาหกรรม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และการขนส่งสาธารณะ, และอุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดี โดยเพิ่มขึ้นเพียง 1.9% YoY
* **การลดลงของหนี้สินระยะยาว:** แสดงถึงการบริหารจัดการโครงสร้างหนี้ที่ดี
## ความเสี่ยง
* **การขาดแคลนวัตถุดิบทั่วทั้งอุตสาหกรรม:** เป็นปัจจัยกดดันการดำเนินงานและอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะส่งผลบวก แต่ก็อาจกลับมาเป็นปัจจัยกดดันได้ในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า:** อาจสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสต็อกและการเรียกเก็บเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการขาดแคลนวัตถุดิบ:** จะคลี่คลายลงเมื่อใด และส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบอย่างไร
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** จะส่งผลบวกหรือลบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า:** จะสามารถลดลงได้หรือไม่
* **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก:** จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงความต้องการจากลูกค้าที่ยังคงแข็งแกร่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบทั่วทั้งอุตสาหกรรม
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 8.0% ลดลงเล็กน้อยจาก 8.2% ในไตรมาส 2 ปี 2563
* **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่รายได้จากการขายในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ มีการเติบโต
* **ค่าเงิน:** มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำไรสุทธิ จากการพลิกกลับมามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 291 ล้านบาท (งบการเงินรวม) หรือ 658 ล้านบาท (งบเฉพาะกิจการ) จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 งบการเงินรวม มีสินทรัพย์หมุนเวียนรวม 9,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 701 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 516 ล้านบาท
หนี้สินหมุนเวียนรวมอยู่ที่ 6,966 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 448 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 899 ล้านบาท ส่งผลให้เงินทุนหมุนเวียนลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2,420 ล้านบาท
หนี้สินระยะยาวลดลงสุทธิ 135 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 45 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล
สำหรับงบการเงินเฉพาะกิจการ มีสินทรัพย์หมุนเวียนรวม 7,397 ล้านบาท หนี้สินหมุนเวียนรวม 5,456 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียน 1,941 ล้านบาท หนี้สินระยะยาว 20 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 4,089 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TSC ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตได้อย่างโดดเด่นถึง 51.4% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการกลับมามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับรายได้จากการขายที่ยังคงเติบโตได้ดีท่ามกลางความท้าทายของการขาดแคลนวัตถุดิบในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,219.76
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
271.64
ล้านบาท
↑ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.27
%
กำไรสุทธิ
155.45
ล้านบาท
↑ 26.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.74
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,220
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
272
↑ + 8.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
155
↑ + 26.8%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
22.25
ROA (%)
15.70
Book Value/หุ้น
5.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-260
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3.81
-95.07%
|
-77.30
+189.19%
|
-26.73
-60.28%
|
-67.29
-26.24%
|
-91.23
-155.03%
|
165.78
-57.82%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-259.67
+241.36%
|
-76.07
-50.88%
|
-154.85
+192.06%
|
-53.02
-114.15%
|
374.58
-598.18%
|
-75.19
-281.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
209.00
+0.40%
|
208.16
-21.23%
|
264.26
+68.44%
|
156.89
+19.64%
|
131.13
-325.19%
|
-58.23
-81.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4.07
-107.43%
|
54.80
+34.64%
|
40.70
+11.23%
|
36.59
-91.17%
|
414.48
+1,181.24%
|
32.35
-73.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
345.77
+47.66%
|
234.17
+18.31%
|
197.93
+11.50%
|
177.52
-62.69%
|
475.85
+7.29%
|
443.50
+37.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
197.76
-42.81%
|
345.77
+47.66%
|
234.17
+18.31%
|
197.93
+11.50%
|
177.52
-62.69%
|
475.85
+7.29%
|