TSC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TSC
บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.00
+0.10 (+0.67%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4478 out_tok=2099 at=2026-07-26T10:23:20 --> # TSC Q2/2565 กำไรสุทธิหดตัวเล็กน้อย 2.51% เหตุต้นทุนขายพุ่ง สวนทางยอดผลิตรถยนต์ฟื้นตัว ## รายได้จากการขายเติบโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่แรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบฉุดกำไรขั้นต้น บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ TSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 620.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะได้รับปัจจัยบวกจากยอดผลิตรถยนต์ที่ปรับตัวดีขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อย 0.45% มาอยู่ที่ 59.17 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TSC ในไตรมาส 2/2565 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนขายที่เพิ่มสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ก็ตาม โดยกำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 4.47 ล้านบาท หรือ 7.49% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า อัตราส่วนต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.10% ในไตรมาส 2/2564 มาอยู่ที่ 15.62% ในไตรมาส 2/2565 (ข้อมูลจากตารางอัตราส่วนกำไรขั้นต้น) แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 2.51% เป็น 620.70 ล้านบาท เนื่องจากยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 2.36% ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2565 เทียบกับปีก่อน แต่ปัจจัยลบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาขาดแคลนไมโครชิป การแพร่ระบาดของ COVID-19 และราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนการดำเนินการให้ทันต่อทุกการเปลี่ยนแปลง ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การขาดแคลนชิ้นส่วน อาจเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขายเติบโต 2.51%** แตะ 620.70 ล้านบาท หนุนโดยยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น * **กำไรสุทธิลดลง 7.49%** มาอยู่ที่ 59.17 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายที่สูงขึ้น * **อัตราส่วนกำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว** จาก 19.10% เป็น 15.62% * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น** เป็น 0.52 เท่า จาก 0.47 เท่า ในปีก่อน * **ยอดผลิตรถยนต์นั่งลดลงเล็กน้อย** ในช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 620.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.51% จาก 605.51 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลงจาก 80.90% เป็น 84.38% ของรายได้จากการขาย ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะทรงตัวเมื่อเทียบกับรายได้ก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 59.17 ล้านบาท ลดลง 7.49% จาก 63.22 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณบวกต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัท * **การปรับแผนการดำเนินงาน:** ความสามารถในการปรับแผนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภายนอก ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น * **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตรถยนต์ในระยะต่อไป * **ปัญหาขาดแคลนไมโครชิปและชิ้นส่วน:** ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจทำให้การผลิตชะงักงัน * **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการบริโภค ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (เช่น เหล็ก) และผลกระทบต่อต้นทุนขาย * ทิศทางยอดผลิตรถยนต์ในประเทศและต่างประเทศ * สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ * การปรับตัวของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้) * ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 2.36% บ่งชี้ว่าอาจมีการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุว่าเต็มกำลังการผลิตหรือไม่ * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 2.51% สะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามา * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นและกดดัน GPM * **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 19.10% เป็น 15.62% * **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออก * **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงคลัง:** อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนที่ลดลงเล็กน้อย (1.75 เท่า จาก 1.89 เท่า) และการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าจากการซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่อาจมีการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิต ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,233.63 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 2,261.80 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ที่ 1,106.39 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 765.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 719.12 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 630.73 ล้านบาท ส่วนของเจ้าของรวมอยู่ที่ 1,468.31 ล้านบาท ลดลงจาก 1,542.68 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.47 เท่า เป็น 0.52 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการสั่งซื้อสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นและการตั้งประมาณการผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น ## สรุปท้าย TSC ในไตรมาส 2/2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ก็ตาม แม้ฝ่ายจัดการจะพยายามปรับแผนการดำเนินงาน แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้นต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,219.76 ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
271.64 ล้านบาท
↑ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.27 %
กำไรสุทธิ
155.45 ล้านบาท
↑ 26.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.74 %
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,220
↓ -11.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
272
↑ + 8.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
155
↑ + 26.8% YoY
D/E Ratio
0.54

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,219.76
-11.12%
1,372.29
-6.46%
1,467.10
+4.34%
1,406.11
+8.70%
1,293.62
+13.26%
1,142.21
-24.46%
กำไรขั้นต้น —
271.64
+8.18%
251.09
-3.92%
261.34
+19.81%
218.14
+2.05%
213.76
+42.59%
149.91
-46.89%
ค่าใช้จ่ายรวม —
149.72
-3.59%
155.29
+16.94%
132.79
+2.12%
130.03
-3.79%
135.15
+16.21%
116.30
-35.19%
กำไรสุทธิ —
155.45
+26.80%
122.59
-3.81%
127.45
+22.23%
104.27
+8.35%
96.23
+136.18%
40.74
-62.15%
กำไรต่อหุ้น —
0.60
+26.69%
0.47
-3.87%
0.49
+22.44%
0.40
+8.38%
0.37
+135.67%
0.16
-62.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
22.27
+21.69%
18.30
+2.75%
17.81
+14.83%
15.51
-6.11%
16.52
+25.91%
13.12
-29.73%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
12.27
+8.39%
11.32
+25.08%
9.05
-2.16%
9.25
-11.48%
10.45
+2.65%
10.18
-14.24%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
12.74
+42.67%
8.93
+2.76%
8.69
+17.12%
7.42
-0.27%
7.44
+108.40%
3.57
-49.86%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
2.87
+441.51%
0.53
-83.33%
3.18
+172.77%
-4.37
-1,020.51%
-0.39
+84.21%
-2.47
-113.41%
ROE(%) —
22.25
+16.80%
19.05
+6.13%
17.95
+34.96%
13.30
-11.21%
14.98
-21.36%
19.05
ROA(%) —
15.70
+17.96%
13.31
+9.37%
12.17
+32.86%
9.16
-13.26%
10.56
-20.66%
13.31
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.40
-9.09%
0.44
-6.38%
0.47
-12.96%
0.54
+17.39%
0.46
+4.55%
0.44
P/E —
11.55
-13.68%
13.38
-4.36%
13.99
-20.87%
17.68
+11.26%
15.89
-56.95%
36.91
+156.14%
P/BV —
2.54
-1.17%
2.57
+2.80%
2.50
+4.60%
2.39
+0.84%
2.37
+22.80%
1.93
BV —
6.06
+2.19%
5.93
-1.17%
6.00
+0.84%
5.95
-2.94%
6.13
+1.16%
6.06
-4.27%
YIELD(%) —
7.79
-1.27%
7.89
-1.38%
8.00
+13.64%
7.04
+2.03%
6.90
+61.59%
4.27
-47.93%
ราคาหุ้น —
15.40
+1.32%
15.20
+1.33%
15.00
+5.63%
14.20
-2.07%
14.50
+23.93%
11.70
-4.10%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
22.25
ROA (%)
15.70
Book Value/หุ้น
5.84

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,179.58
+3.14%
1,143.66
-2.11%
1,168.25
-7.34%
1,260.85
+7.07%
1,177.58
+13.53%
1,037.25
-10.33%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,018.94
-4.92%
1,071.61
-4.40%
1,120.94
+0.33%
1,119.26
-2.06%
1,142.82
+0.20%
1,140.55
-3.65%
รวมสินทรัพย์ —
2,198.52
-0.76%
2,215.26
-3.23%
2,289.19
-3.74%
2,380.11
+2.57%
2,320.41
+6.55%
2,177.80
-6.95%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
494.49
-4.52%
515.09
-11.99%
585.23
-16.97%
704.83
+17.80%
598.33
+15.74%
516.97
-16.92%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
129.70
-17.86%
160.69
+11.00%
144.77
+13.40%
129.67
-0.86%
130.80
+49.64%
87.41
+18.06%
รวมหนี้สิน —
624.19
-7.63%
675.77
-7.43%
730.00
-12.31%
834.50
+14.45%
729.13
+20.64%
604.38
-13.20%
รวมส่วนของเจ้าของ —
0.00
0.00
0.00
1,545.61
-2.87%
1,591.28
+1.14%
1,573.42
-4.31%
D/E — — — —
0.54
0.46
0.38
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
22.25
19.05
17.95
13.30
14.98
19.05
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
15.70
13.31
12.17
9.16
10.56
13.31
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.39
2.22
2.00
1.79
1.97
2.22
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.24
1.55
1.32
1.06
1.01
1.55
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
62.84
67.31
0.00
0.00
63.26
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
32.65
30.64
0.00
0.00
32.94
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
90.07
91.65
0.00
0.00
83.50
0.00
วงจรเงินสด —
5.42
6.30
0.00
0.00
12.70
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-260
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-3.81
-95.07%
-77.30
+189.19%
-26.73
-60.28%
-67.29
-26.24%
-91.23
-155.03%
165.78
-57.82%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-259.67
+241.36%
-76.07
-50.88%
-154.85
+192.06%
-53.02
-114.15%
374.58
-598.18%
-75.19
-281.75%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
209.00
+0.40%
208.16
-21.23%
264.26
+68.44%
156.89
+19.64%
131.13
-325.19%
-58.23
-81.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-4.07
-107.43%
54.80
+34.64%
40.70
+11.23%
36.59
-91.17%
414.48
+1,181.24%
32.35
-73.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
345.77
+47.66%
234.17
+18.31%
197.93
+11.50%
177.52
-62.69%
475.85
+7.29%
443.50
+37.62%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
197.76
-42.81%
345.77
+47.66%
234.17
+18.31%
197.93
+11.50%
177.52
-62.69%
475.85
+7.29%