บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4478 out_tok=2099 at=2026-07-26T10:23:20 -->
# TSC Q2/2565 กำไรสุทธิหดตัวเล็กน้อย 2.51% เหตุต้นทุนขายพุ่ง สวนทางยอดผลิตรถยนต์ฟื้นตัว
## รายได้จากการขายเติบโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่แรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบฉุดกำไรขั้นต้น
บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ TSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 620.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะได้รับปัจจัยบวกจากยอดผลิตรถยนต์ที่ปรับตัวดีขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อย 0.45% มาอยู่ที่ 59.17 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TSC ในไตรมาส 2/2565 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนขายที่เพิ่มสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ก็ตาม โดยกำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 4.47 ล้านบาท หรือ 7.49% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า อัตราส่วนต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.10% ในไตรมาส 2/2564 มาอยู่ที่ 15.62% ในไตรมาส 2/2565 (ข้อมูลจากตารางอัตราส่วนกำไรขั้นต้น) แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 2.51% เป็น 620.70 ล้านบาท เนื่องจากยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 2.36% ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2565 เทียบกับปีก่อน แต่ปัจจัยลบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาขาดแคลนไมโครชิป การแพร่ระบาดของ COVID-19 และราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนการดำเนินการให้ทันต่อทุกการเปลี่ยนแปลง ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การขาดแคลนชิ้นส่วน อาจเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 2.51%** แตะ 620.70 ล้านบาท หนุนโดยยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิลดลง 7.49%** มาอยู่ที่ 59.17 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายที่สูงขึ้น
* **อัตราส่วนกำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว** จาก 19.10% เป็น 15.62%
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น** เป็น 0.52 เท่า จาก 0.47 เท่า ในปีก่อน
* **ยอดผลิตรถยนต์นั่งลดลงเล็กน้อย** ในช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 620.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.51% จาก 605.51 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลงจาก 80.90% เป็น 84.38% ของรายได้จากการขาย ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะทรงตัวเมื่อเทียบกับรายได้ก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 59.17 ล้านบาท ลดลง 7.49% จาก 63.22 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณบวกต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัท
* **การปรับแผนการดำเนินงาน:** ความสามารถในการปรับแผนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภายนอก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตรถยนต์ในระยะต่อไป
* **ปัญหาขาดแคลนไมโครชิปและชิ้นส่วน:** ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจทำให้การผลิตชะงักงัน
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการบริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (เช่น เหล็ก) และผลกระทบต่อต้นทุนขาย
* ทิศทางยอดผลิตรถยนต์ในประเทศและต่างประเทศ
* สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์
* การปรับตัวของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้)
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 2.36% บ่งชี้ว่าอาจมีการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุว่าเต็มกำลังการผลิตหรือไม่
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 2.51% สะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามา
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นและกดดัน GPM
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 19.10% เป็น 15.62%
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนที่ลดลงเล็กน้อย (1.75 เท่า จาก 1.89 เท่า) และการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าจากการซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่อาจมีการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,233.63 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 2,261.80 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ที่ 1,106.39 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 765.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 719.12 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 630.73 ล้านบาท ส่วนของเจ้าของรวมอยู่ที่ 1,468.31 ล้านบาท ลดลงจาก 1,542.68 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.47 เท่า เป็น 0.52 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการสั่งซื้อสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นและการตั้งประมาณการผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
TSC ในไตรมาส 2/2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ก็ตาม แม้ฝ่ายจัดการจะพยายามปรับแผนการดำเนินงาน แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้นต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,219.76
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
271.64
ล้านบาท
↑ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.27
%
กำไรสุทธิ
155.45
ล้านบาท
↑ 26.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.74
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,220
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
272
↑ + 8.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
155
↑ + 26.8%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
22.25
ROA (%)
15.70
Book Value/หุ้น
5.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-260
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3.81
-95.07%
|
-77.30
+189.19%
|
-26.73
-60.28%
|
-67.29
-26.24%
|
-91.23
-155.03%
|
165.78
-57.82%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-259.67
+241.36%
|
-76.07
-50.88%
|
-154.85
+192.06%
|
-53.02
-114.15%
|
374.58
-598.18%
|
-75.19
-281.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
209.00
+0.40%
|
208.16
-21.23%
|
264.26
+68.44%
|
156.89
+19.64%
|
131.13
-325.19%
|
-58.23
-81.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4.07
-107.43%
|
54.80
+34.64%
|
40.70
+11.23%
|
36.59
-91.17%
|
414.48
+1,181.24%
|
32.35
-73.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
345.77
+47.66%
|
234.17
+18.31%
|
197.93
+11.50%
|
177.52
-62.69%
|
475.85
+7.29%
|
443.50
+37.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
197.76
-42.81%
|
345.77
+47.66%
|
234.17
+18.31%
|
197.93
+11.50%
|
177.52
-62.69%
|
475.85
+7.29%
|