TSC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TSC
บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.00
+0.10 (+0.67%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6044 out_tok=2255 at=2026-07-26T10:54:09 --> # TSC กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 17.7% รับยอดขายฟื้น-ต้นทุนลด ## รายได้-กำไรโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนขายลดหนุนมาร์จิ้น บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ TSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 68.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.18 ล้านบาท หรือ 17.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TSC ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ส่งผลโดยตรงต่อยอดขาย ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 5.78%** (จาก 620.82 ล้านบาท เป็น 656.72 ล้านบาท) และ **การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 15.63% เป็น 18.83%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 17.7% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเป็นผลโดยตรงจากการ **ฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับแรงหนุนจากการผลิตรถยนต์นั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยชี้ว่าการผลิตรถยนต์นั่งในเดือนพฤษภาคม 2566 เพิ่มขึ้น 16.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดผลิต 5 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 6.72% ส่วนการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นนั้น เกิดจากการ **ลดลงของต้นทุนขาย 1.79%** เมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการลดลงของต้นทุนค่าแรง 1.06% และต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ 0.35% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวหลังจากภาวะต่างๆ คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19, การปิดเมืองเซี่ยงไฮ้, และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังส่งผลต่อการขาดแคลนชิ้นส่วนและภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ บริษัทได้มีการปรับแผนการดำเนินงานให้ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งหากอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องและบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีแนวโน้มที่ผลประกอบการจะดีขึ้นได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิเติบโต 17.7% YoY:** ไตรมาส 3/66 มีกำไรสุทธิ 68.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 59.17 ล้านบาทในไตรมาส 3/65 * **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 5.78% YoY:** อยู่ที่ 656.72 ล้านบาท เทียบกับ 620.82 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 15.63% เป็น 18.83% * **ต้นทุนขายลดลง:** เมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อ GPM * **อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 656.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่เริ่มกลับมาผลิตได้มากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายลดลงเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนค่าแรงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 15.63% เป็น 18.83% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 17.7% มาอยู่ที่ 68.93 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาด * **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยเพิ่มอัตรากำไรและสร้างความสามารถในการแข่งขัน * **การปรับแผนการดำเนินงานให้ทันต่อสถานการณ์:** ช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมได้ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ผลกระทบจาก COVID-19, สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังคงส่งผลต่อการผลิตและการบริโภค * **การขาดแคลนชิ้นส่วน:** ปัญหาการขาดแคลนไมโครชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการผลิตยานยนต์ * **ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่:** อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในไตรมาสถัดไป * สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และผลกระทบต่อการผลิต * ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน * การปรับตัวของบริษัทต่อสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังมีความไม่แน่นอน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **การใช้กำลังการผลิต (Utilization):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 5.78% และอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว บ่งชี้ว่าโรงงานของ TSC มีการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่สูงขึ้น **คำสั่งซื้อ (Order Book):** การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์บ่งชี้ถึงแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดของ Order Book โดยตรง **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบลดลง 1.79% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 15.63% เป็น 18.83% เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและการลดลงของต้นทุนขาย **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศเป็นปัจจัยหลัก **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย 2.14 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงข้อมูลสินค้าคงคลังในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,173.82 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 2,231.46 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 หนี้สินรวมอยู่ที่ 676.03 ล้านบาท ลดลงจาก 763.15 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.45 เท่า ซึ่งลดลงจาก 0.52 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น ส่วนของเจ้าของรวมอยู่ที่ 1,497.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,468.31 ล้านบาท อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) อยู่ที่ 1.90 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.75 เท่า บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้น โดยมีลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่สูงขึ้น ## สรุปท้าย TSC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 17.7% เป็นผลจากปัจจัยบวกหลักคือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ช่วยหนุนยอดขายให้เติบโตขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่น แม้จะยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่การที่บริษัทสามารถปรับตัวและบริหารจัดการได้ดี ทำให้มีโอกาสต่อเนื่องในการเติบโต หากอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงฟื้นตัวต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,219.76 ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
271.64 ล้านบาท
↑ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.27 %
กำไรสุทธิ
155.45 ล้านบาท
↑ 26.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.74 %
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,220
↓ -11.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
272
↑ + 8.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
155
↑ + 26.8% YoY
D/E Ratio
0.54

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,219.76
-11.12%
1,372.29
-6.46%
1,467.10
+4.34%
1,406.11
+8.70%
1,293.62
+13.26%
1,142.21
-24.46%
กำไรขั้นต้น —
271.64
+8.18%
251.09
-3.92%
261.34
+19.81%
218.14
+2.05%
213.76
+42.59%
149.91
-46.89%
ค่าใช้จ่ายรวม —
149.72
-3.59%
155.29
+16.94%
132.79
+2.12%
130.03
-3.79%
135.15
+16.21%
116.30
-35.19%
กำไรสุทธิ —
155.45
+26.80%
122.59
-3.81%
127.45
+22.23%
104.27
+8.35%
96.23
+136.18%
40.74
-62.15%
กำไรต่อหุ้น —
0.60
+26.69%
0.47
-3.87%
0.49
+22.44%
0.40
+8.38%
0.37
+135.67%
0.16
-62.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
22.27
+21.69%
18.30
+2.75%
17.81
+14.83%
15.51
-6.11%
16.52
+25.91%
13.12
-29.73%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
12.27
+8.39%
11.32
+25.08%
9.05
-2.16%
9.25
-11.48%
10.45
+2.65%
10.18
-14.24%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
12.74
+42.67%
8.93
+2.76%
8.69
+17.12%
7.42
-0.27%
7.44
+108.40%
3.57
-49.86%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
2.87
+441.51%
0.53
-83.33%
3.18
+172.77%
-4.37
-1,020.51%
-0.39
+84.21%
-2.47
-113.41%
ROE(%) —
22.25
+16.80%
19.05
+6.13%
17.95
+34.96%
13.30
-11.21%
14.98
-21.36%
19.05
ROA(%) —
15.70
+17.96%
13.31
+9.37%
12.17
+32.86%
9.16
-13.26%
10.56
-20.66%
13.31
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.40
-9.09%
0.44
-6.38%
0.47
-12.96%
0.54
+17.39%
0.46
+4.55%
0.44
P/E —
11.55
-13.68%
13.38
-4.36%
13.99
-20.87%
17.68
+11.26%
15.89
-56.95%
36.91
+156.14%
P/BV —
2.54
-1.17%
2.57
+2.80%
2.50
+4.60%
2.39
+0.84%
2.37
+22.80%
1.93
BV —
6.06
+2.19%
5.93
-1.17%
6.00
+0.84%
5.95
-2.94%
6.13
+1.16%
6.06
-4.27%
YIELD(%) —
7.79
-1.27%
7.89
-1.38%
8.00
+13.64%
7.04
+2.03%
6.90
+61.59%
4.27
-47.93%
ราคาหุ้น —
15.40
+1.32%
15.20
+1.33%
15.00
+5.63%
14.20
-2.07%
14.50
+23.93%
11.70
-4.10%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
22.25
ROA (%)
15.70
Book Value/หุ้น
5.84

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,179.58
+3.14%
1,143.66
-2.11%
1,168.25
-7.34%
1,260.85
+7.07%
1,177.58
+13.53%
1,037.25
-10.33%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,018.94
-4.92%
1,071.61
-4.40%
1,120.94
+0.33%
1,119.26
-2.06%
1,142.82
+0.20%
1,140.55
-3.65%
รวมสินทรัพย์ —
2,198.52
-0.76%
2,215.26
-3.23%
2,289.19
-3.74%
2,380.11
+2.57%
2,320.41
+6.55%
2,177.80
-6.95%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
494.49
-4.52%
515.09
-11.99%
585.23
-16.97%
704.83
+17.80%
598.33
+15.74%
516.97
-16.92%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
129.70
-17.86%
160.69
+11.00%
144.77
+13.40%
129.67
-0.86%
130.80
+49.64%
87.41
+18.06%
รวมหนี้สิน —
624.19
-7.63%
675.77
-7.43%
730.00
-12.31%
834.50
+14.45%
729.13
+20.64%
604.38
-13.20%
รวมส่วนของเจ้าของ —
0.00
0.00
0.00
1,545.61
-2.87%
1,591.28
+1.14%
1,573.42
-4.31%
D/E — — — —
0.54
0.46
0.38
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
22.25
19.05
17.95
13.30
14.98
19.05
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
15.70
13.31
12.17
9.16
10.56
13.31
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.39
2.22
2.00
1.79
1.97
2.22
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.24
1.55
1.32
1.06
1.01
1.55
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
62.84
67.31
0.00
0.00
63.26
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
32.65
30.64
0.00
0.00
32.94
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
90.07
91.65
0.00
0.00
83.50
0.00
วงจรเงินสด —
5.42
6.30
0.00
0.00
12.70
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-260
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-3.81
-95.07%
-77.30
+189.19%
-26.73
-60.28%
-67.29
-26.24%
-91.23
-155.03%
165.78
-57.82%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-259.67
+241.36%
-76.07
-50.88%
-154.85
+192.06%
-53.02
-114.15%
374.58
-598.18%
-75.19
-281.75%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
209.00
+0.40%
208.16
-21.23%
264.26
+68.44%
156.89
+19.64%
131.13
-325.19%
-58.23
-81.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-4.07
-107.43%
54.80
+34.64%
40.70
+11.23%
36.59
-91.17%
414.48
+1,181.24%
32.35
-73.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
345.77
+47.66%
234.17
+18.31%
197.93
+11.50%
177.52
-62.69%
475.85
+7.29%
443.50
+37.62%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
197.76
-42.81%
345.77
+47.66%
234.17
+18.31%
197.93
+11.50%
177.52
-62.69%
475.85
+7.29%