บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
0.03 (2.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4064 out_tok=2217 at=2026-07-26T09:26:07 -->
# TPLAS ปี 2565 กำไรสุทธิหด 12.66% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM
## รายได้ขายโต 10.8% แต่ต้นทุนพุ่งแซงหน้า ฉุดกำไรสุทธิลดลง สวนทางราคาขายเฉลี่ยที่ปรับขึ้น
บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 560.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 12.66% มาอยู่ที่ 29.62 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TPLAS ในปี 2565 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ 10.80% ก็ตาม โดยกำไรสุทธิโดยรวมลดลง 12.66%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นในปี 2565 เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.56% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าบางประเภทจะเพิ่มขึ้นก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบนี้ส่งผลโดยตรงให้กำไรขั้นต้นลดลง 1.27% แม้ว่าราคาขายสินค้าเฉลี่ยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบก็ตาม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 7.30% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและมูลค่าลดลงของสินค้า ก็เป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมผลกำไรสุทธิให้ลดลงไปอีก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การที่ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นนั้นเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในปี 2565 ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ราคาวัตถุดิบมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลก อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ แต่การที่กำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นนี้ อาจเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ตามสภาวะเศรษฐกิจและตลาดโลก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2565 เติบโต 10.80%** มาอยู่ที่ 560.41 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 12.66%** อยู่ที่ 29.62 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นลดลง 1.27%** อยู่ที่ 92.95 ล้านบาท เป็นผลโดยตรงจากราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.56%** เป็น 467.46 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.30%** เป็น 62.12 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและมูลค่าลดลงของสินค้าที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 560.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.80% จาก 505.79 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้น ประกอบกับปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าปริมาณการขายฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารจะลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 13.56% เป็น 467.46 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 1.27% มาอยู่ที่ 92.95 ล้านบาท นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.30% เป็น 62.12 ล้านบาท จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและมูลค่าลดลงของสินค้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 29.62 ล้านบาท ลดลง 12.66% จาก 33.91 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าเฉลี่ย:** แม้จะมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การปรับราคาขายได้สะท้อนความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง
* **ปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารที่เพิ่มขึ้น:** แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้ที่ยังคงเติบโต ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท
* **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและมูลค่าลดลงของสินค้าที่เพิ่มขึ้น:** บ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้า หรือการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่อาจมีปัญหา ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **ปริมาณการขายฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารที่ลดลง:** อาจสะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดดังกล่าว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนขายของบริษัท
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* ทิศทางปริมาณการขายสินค้าแต่ละประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่มียอดขายลดลง
* การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและมูลค่าลดลงของสินค้า ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือไม่
* กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
สำหรับ TPLAS ในปี 2565 การดำเนินงานในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ว่าบริษัทจะสามารถปรับราคาขายสินค้าเฉลี่ยให้สูงขึ้นตามไปด้วยได้ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายนั้นมีสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้ GPM โดยรวมลดลงเล็กน้อย การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมนี้
ในส่วนของปริมาณการขาย พบว่าสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารยังคงเติบโตได้ดี ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน สินค้าประเภทฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารกลับมียอดขายลดลงเล็กน้อย ซึ่งอาจต้องพิจารณาถึงปัจจัยด้านการแข่งขันหรือการเปลี่ยนแปลงของตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและมูลค่าลดลงของสินค้า เป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านคุณภาพลูกหนี้ หรือการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่อาจต้องได้รับการปรับปรุง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
TPLAS ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้จากการปรับราคาขายและปริมาณการขายสินค้าบางประเภทที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร จะเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทต้องให้ความสำคัญเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPLAS ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
114.97
ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.72
ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.29
%
กำไรสุทธิ
2.57
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.24
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
115
↓ -3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↑ + 6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -49.4%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPLAS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
2.53
ROA (%)
2.83
Book Value/หุ้น
1.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPLAS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPLAS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8.93
-50.74%
|
-18.13
+91.45%
|
-9.47
-36.70%
|
-14.96
-205.95%
|
14.12
-68.10%
|
44.27
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.55
+197.51%
|
-3.21
-233.75%
|
2.40
-161.38%
|
-3.91
-135.68%
|
10.96
-198.65%
|
-11.11
-83.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.33
+1.89%
|
11.12
-59.33%
|
27.34
+0.74%
|
27.14
-2.41%
|
27.81
-198.55%
|
-28.22
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5.80
-55.52%
|
-13.04
-164.33%
|
20.27
+145.10%
|
8.27
-84.37%
|
52.91
+971.05%
|
4.94
-123.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|
61.50
-25.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
51.56
+27.88%
|
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|