บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
0.03 (2.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5193 out_tok=2244 at=2026-07-26T09:40:59 -->
# TPLAS กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 87.87% รับแรงกดดันส่วนต่างราคาขาย-วัตถุดิบหด
## รายได้-กำไรหดตามราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แม้ปริมาณขายบางส่วนเพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลง
บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1.20 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 87.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 9.91 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 10.29% และกำไรขั้นต้นที่หดตัวถึง 40.19% ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังกำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TPLAS ในไตรมาส 2/2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก คือ **การหดตัวของกำไรขั้นต้น (Gross Profit)** ซึ่งลดลงถึง 40.19% หรือ 10.73 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 87.87% โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ส่วนต่างระหว่างราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) และราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่ลดลง** แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าบางประเภทจะปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายลดลง 10.29% มาจากการที่ **ราคาขายสินค้าเฉลี่ยปรับตัวลดลง** ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจาก **ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง** เช่นกัน แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการขายสินค้าประเภทฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารกลับลดลง การลดลงของราคาขายเฉลี่ยเมื่อเทียบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงในอัตราที่แตกต่างกัน ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 5.31% จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและมูลค่าลดลงของสินค้าที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 1,172.54% จากดอกเบี้ยจ่ายสัญญาเช่าซื้อและซื้อสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยเหล่านี้มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวมน้อยกว่าผลกระทบจากการหดตัวของกำไรขั้นต้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือกลยุทธ์การปรับราคาขายเพื่อรักษา GPM อย่างไรก็ตาม การที่ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวลดลงนั้น มักจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม หากสามารถบริหารจัดการราคาขายให้สอดคล้องหรือรักษา GPM ไว้ได้ แต่ในกรณีนี้ TPLAS กลับได้รับผลกระทบเชิงลบจากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยที่มากกว่าการลดลงของต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ต้องจับตาดูทิศทางราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 87.87% YoY:** จาก 9.91 ล้านบาท ใน Q2/65 เหลือ 1.20 ล้านบาท ใน Q2/66
* **รายได้จากการขายลดลง 10.29% YoY:** อยู่ที่ 128.16 ล้านบาท จาก 142.86 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 40.19% YoY:** อยู่ที่ 15.97 ล้านบาท จาก 26.70 ล้านบาท
* **สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง:** แม้ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยลดลง แต่ราคาขายเฉลี่ยก็ปรับลดลงตาม
* **ปริมาณขายสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหาร แต่ปริมาณฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารลดลง
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 5.31% YoY:** จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและมูลค่าลดลงของสินค้าที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS มีรายได้จากการขายรวม 128.16 ล้านบาท ลดลง 10.29% เมื่อเทียบกับ 142.86 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 ต้นทุนขายลดลง 3.42% มาอยู่ที่ 112.19 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 40.19% มาอยู่ที่ 15.97 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 5.31% มาอยู่ที่ 15.00 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,172.54% มาอยู่ที่ 0.09 ล้านบาท โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.20 ล้านบาท ลดลง 87.87% เมื่อเทียบกับ 9.91 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ปริมาณการขายสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น:** การที่ปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดในสินค้ากลุ่มนี้ที่ยังคงมีอยู่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของต้นทุนขาย 3.42% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 5.31% แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและราคาขาย:** การที่ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรขั้นต้น ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา
* **ปริมาณการขายสินค้าบางประเภทลดลง:** การลดลงของปริมาณการขายสินค้าประเภทฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมหากไม่สามารถชดเชยด้วยสินค้าอื่นได้
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากดอกเบี้ยจ่ายสัญญาเช่าซื้อและซื้อสินทรัพย์ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและราคาขายเฉลี่ย:** จะสามารถบริหารจัดการส่วนต่างกำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นหรือไม่
* **ทิศทางปริมาณการขายสินค้า:** โดยเฉพาะสินค้าประเภทฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร จะฟื้นตัวหรือลดลงต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น
* **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและมูลค่าลดลงของสินค้า:** จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลงในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate)
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อคงค้าง (Order Book)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนขาย
* **GPM:** กำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 40.19% เนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TPLAS ในไตรมาส 2 ปี 2566 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการหดตัวของกำไรขั้นต้น ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การตั้งราคาขายของบริษัทในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPLAS ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
114.97
ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.72
ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.29
%
กำไรสุทธิ
2.57
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.24
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
115
↓ -3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↑ + 6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -49.4%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPLAS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
2.53
ROA (%)
2.83
Book Value/หุ้น
1.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPLAS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPLAS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8.93
-50.74%
|
-18.13
+91.45%
|
-9.47
-36.70%
|
-14.96
-205.95%
|
14.12
-68.10%
|
44.27
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.55
+197.51%
|
-3.21
-233.75%
|
2.40
-161.38%
|
-3.91
-135.68%
|
10.96
-198.65%
|
-11.11
-83.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.33
+1.89%
|
11.12
-59.33%
|
27.34
+0.74%
|
27.14
-2.41%
|
27.81
-198.55%
|
-28.22
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5.80
-55.52%
|
-13.04
-164.33%
|
20.27
+145.10%
|
8.27
-84.37%
|
52.91
+971.05%
|
4.94
-123.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|
61.50
-25.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
51.56
+27.88%
|
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|