บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
0.03 (2.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8030 out_tok=2681 at=2026-07-26T10:34:35 -->
# TPLAS Q1/2566 กำไรสุทธิหดตัว 5.46% รับแรงกดดันต้นทุน-การรับรู้รายได้
## รายได้รวมเติบโต 12.20% แต่กำไรสุทธิลดลง เหตุ GPM หดตัวจากการปรับปรุงประมาณการต้นทุนและลักษณะงาน
บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 877.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 10.17% มาอยู่ที่ 55.67 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และกำไรสุทธิของ TPLAS ในไตรมาส 1/2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การปรับปรุงต้นทุนงบประมาณงานโครงการที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น ประกอบกับการรับรู้รายได้จากงานโครงการที่ได้รับการว่าจ้างตั้งแต่ปีก่อนๆ ซึ่งมีอัตรากำไรค่อนข้างสูง แต่ปริมาณการรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้อยู่ในช่วงท้ายของโครงการและใกล้การส่งมอบงาน** ส่งผลให้ GPM ลดลงจาก 13.44% ใน Q1/2565 มาอยู่ที่ 11.33% ใน Q1/2566 และกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 5.46%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่บริษัทต้องปรับปรุงต้นทุนงบประมาณให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น อาจหมายถึงการเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก หรือการประเมินความเสี่ยงด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับโครงการที่ดำเนินงานอยู่ นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้างและใกล้การส่งมอบงาน มักจะมีปริมาณงานที่น้อยกว่าช่วงกลางของโครงการ ทำให้แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่กำไรขั้นต้นต่อหน่วยอาจลดลง ประกอบกับการมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าการปรับปรุงต้นทุนงบประมาณอาจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่การรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้างเป็นลักษณะปกติของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมี Backlog จำนวน 2,446.03 ล้านบาท และได้แจ้งรับงานใหม่เพิ่มอีก 1,365.00 ล้านบาท รวมเป็น 3,811.03 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่อาจมีอัตรากำไรที่ดีกว่า ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบจากโครงการเดิมได้ในอนาคต ต้องติดตามว่าโครงการใหม่ๆ ที่ได้รับจะสามารถสร้างอัตรากำไรที่น่าพอใจได้หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 12.20%:** อยู่ที่ 877.70 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ตามสัดส่วนงานที่สำเร็จในหลายโครงการที่เซ็นสัญญาไว้ก่อนหน้า
* **กำไรสุทธิลดลง 5.46%:** อยู่ที่ 59.54 ล้านบาท (ส่วนบริษัทใหญ่ 55.67 ล้านบาท) เนื่องจาก GPM หดตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** จาก 13.44% ใน Q1/2565 เหลือ 11.33% ใน Q1/2566
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** 13.93% เป็น 25.60 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 44.99%:** เหลือ 2.80 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **Backlog แข็งแกร่ง:** ณ 31 มี.ค. 66 อยู่ที่ 2,446.03 ล้านบาท และรับงานใหม่เพิ่มอีก 1,365.00 ล้านบาท รวมเป็น 3,811.03 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 TPLAS มีรายได้จากการให้บริการรวม 877.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากงานให้บริการด้านวิศวกรรมโยธา (Civil & Building Service) ที่เติบโต 45.18% และงานให้บริการผลิตและบริการอื่น (Fabrication and Other service) ที่เติบโตถึง 91.24% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบริการปรับเพิ่มขึ้น 14.94% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 5.40% มาอยู่ที่ 99.48 ล้านบาท แม้จะมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 13.93% และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 44.99% ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้ ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 10.17% มาอยู่ที่ 55.67 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.30% ลดลงจาก 7.92% ในปีก่อน
## โอกาส
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** มูลค่างานในมือรวม 3,811.03 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคต
* **การเติบโตของงานเฉพาะทาง:** งานด้านวิศวกรรมโยธาและงานผลิต/บริการอื่นที่เติบโตสูง แสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาดในกลุ่มงานที่มีมูลค่าเพิ่ม
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การลดลงของต้นทุนทางการเงินช่วยลดภาระดอกเบี้ยของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **แรงกดดันด้านต้นทุน:** การที่บริษัทต้องปรับปรุงต้นทุนงบประมาณให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น อาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบหรือค่าแรงที่ผันผวน
* **การบริหารจัดการโครงการ:** การส่งมอบงานในช่วงท้ายของโครงการอาจมีอัตรากำไรที่ต่ำกว่าช่วงกลางโครงการ ซึ่งต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานอาจเป็นภาระต่อกำไรหากรายได้ไม่เติบโตตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของโครงการใหม่:** ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและตั้งราคาของโครงการที่ได้รับใหม่
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** แนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการก่อสร้างและผลิต
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **ความคืบหน้าของโครงการในมือ:** การรับรู้รายได้และอัตรากำไรจาก Backlog ที่มีอยู่
* **การรับงานใหม่เพิ่มเติม:** โอกาสในการขยายฐานรายได้และเสริมสร้างการเติบโตในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 1/2566 TPLAS มีรายได้จากการให้บริการรวม 877.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.20% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากงานให้บริการด้านวิศวกรรมโยธา (Civil & Building Service) ที่เติบโต 45.18% และงานให้บริการผลิตและบริการอื่น (Fabrication and Other service) ที่เติบโตถึง 91.24% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการขยายธุรกิจในกลุ่มงานเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 14.94% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 13.44% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 11.33% สาเหตุหลักเกิดจากการปรับปรุงต้นทุนงบประมาณงานโครงการที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น และการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้างซึ่งมีอัตรากำไรค่อนข้างสูงแต่ปริมาณการรับรู้รายได้ไม่มากนัก
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.93% เป็น 25.60 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 44.99% เหลือ 2.80 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 10.17% มาอยู่ที่ 55.67 ล้านบาท
มูลค่างานโครงการที่ยังไม่รับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 2,446.03 ล้านบาท และบริษัทได้แจ้งรับงานใหม่เพิ่มอีก 1,365.00 ล้านบาท ทำให้มูลค่างานรวมในมือเพิ่มเป็น 3,811.03 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการสร้างรายได้ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,136.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.16% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 9.10% จากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 52.32% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 8.13% โดยหลักจากลูกหนี้เงินประกันผลงานที่ลดลงจากการส่งมอบงาน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,255.74 ล้านบาท ลดลง 1.13% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 1.43% แม้ว่าเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าจะเพิ่มขึ้น แต่หนี้สินที่เกิดจากสัญญาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 5.79% โดยหลักจากหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.87% เป็น 865.93 ล้านบาท โดยการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเกิดจากกำไรเบ็ดเสร็จรวมของกลุ่มบริษัท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.45 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current ratio) อยู่ที่ 1.03 เท่า
## สรุปท้าย
TPLAS ในไตรมาส 1/2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการปรับปรุงต้นทุนงบประมาณและลักษณะการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ในช่วงท้าย แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดี แต่กำไรสุทธิก็ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม Backlog ที่แข็งแกร่งและการรับงานใหม่เพิ่มเติมเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนโครงการใหม่ๆ และความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อประเมินแนวโน้มการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPLAS ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
114.97
ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.72
ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.29
%
กำไรสุทธิ
2.57
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.24
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
115
↓ -3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↑ + 6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -49.4%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPLAS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
2.53
ROA (%)
2.83
Book Value/หุ้น
1.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPLAS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPLAS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8.93
-50.74%
|
-18.13
+91.45%
|
-9.47
-36.70%
|
-14.96
-205.95%
|
14.12
-68.10%
|
44.27
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.55
+197.51%
|
-3.21
-233.75%
|
2.40
-161.38%
|
-3.91
-135.68%
|
10.96
-198.65%
|
-11.11
-83.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.33
+1.89%
|
11.12
-59.33%
|
27.34
+0.74%
|
27.14
-2.41%
|
27.81
-198.55%
|
-28.22
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5.80
-55.52%
|
-13.04
-164.33%
|
20.27
+145.10%
|
8.27
-84.37%
|
52.91
+971.05%
|
4.94
-123.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|
61.50
-25.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
51.56
+27.88%
|
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|