บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
0.03 (2.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4044 out_tok=2442 at=2026-07-26T10:05:29 -->
# TPLAS กำไรสุทธิ Q3/2566 หดตัว 15.47% รับแรงกดดันราคาขายเฉลี่ยลดลง
## รายได้-กำไร ปรับตามราคาวัตถุดิบ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย
บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 4.06 ล้านบาท ลดลง 15.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 6.33% เนื่องจากราคาขายสินค้าเฉลี่ยปรับตัวลดลงตามราคาวัตถุดิบ แม้ปริมาณการขายสินค้าบางประเภทจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TPLAS ในไตรมาส 3/2566 ปรับตัวลดลง 15.47% มาจาก **การปรับตัวลดลงของราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP)** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก **ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่ลดลง** ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบ (GPM) ลดลงเล็กน้อย แม้ว่าต้นทุนขายโดยรวมจะลดลงตามราคาวัตถุดิบ และปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้ นอกจากนี้ รายได้อื่นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการขายเศษวัสดุและกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่ลดลง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่ลดลงในไตรมาส 3/2566 เป็นผลโดยตรงจากการที่ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวลดลง ซึ่งสะท้อนสภาวะตลาดที่ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลง ทำให้บริษัทฯ ต้องปรับราคาขายสินค้าลงตามไปด้วย แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารจะมีการเติบโต แต่ปริมาณการขายสินค้าประเภทฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารกลับลดลง ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายโดยรวมลดลง 6.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านต้นทุนขายก็ลดลง 7.41% ตามราคาวัตถุดิบที่ลดลงเช่นกัน ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเพียง 0.23% อย่างไรก็ตาม การลดลงของกำไรขั้นต้น ประกอบกับการลดลงของรายได้อื่น (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานหลัก) และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อสินทรัพย์ ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง 15.47%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ การปรับตัวลดลงของราคาวัตถุดิบมักเป็นไปตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลดลง "ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวลดลง" ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนวัตถุดิบ หากราคาวัตถุดิบกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ราคาขายสินค้าก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม การลดลงของปริมาณการขายสินค้าฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร และการลดลงของรายได้อื่นที่เกิดจากการขายสินทรัพย์ในปีก่อน เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะมีผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาวหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 15.47% YoY:** อยู่ที่ 4.06 ล้านบาท จาก 4.80 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565
* **รายได้จากการขายลดลง 6.33% YoY:** อยู่ที่ 129.88 ล้านบาท จาก 138.65 ล้านบาท
* **ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลง:** เป็นผลจากราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่ลดลง
* **ปริมาณการขายสินค้าผสมผสาน:** ถุงพลาสติกและกล่องกระดาษเพิ่มขึ้น แต่ฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารลดลง
* **ต้นทุนขายลดลง 7.41% YoY:** ตามราคาวัตถุดิบที่ลดลง
* **กำไรขั้นต้นทรงตัว:** ลดลงเพียง 0.23% อยู่ที่ 20.75 ล้านบาท
* **รายได้อื่นลดลง 70.53% YoY:** จากการขายเศษวัสดุและกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 1.73% YoY:** จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 129.88 ล้านบาท ลดลง 6.33% เมื่อเทียบกับ 138.65 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลดลงของราคาขายสินค้าเฉลี่ย แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการขายสินค้าประเภทฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารลดลง ต้นทุนขายลดลง 7.41% ตามราคาวัตถุดิบที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 20.75 ล้านบาท ลดลงเพียง 0.23% อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 70.53% จาก 1.59 ล้านบาท เหลือ 0.47 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายเศษวัสดุและกำไรจากการขายสินทรัพย์ลดลง ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อสินทรัพย์ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 4.06 ล้านบาท ลดลง 15.47% เมื่อเทียบกับ 4.80 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงได้ 1.73% จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย
* **การเติบโตของสินค้าบางประเภท:** ปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและกล่องกระดาษบรรจุอาหารที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินค้ากลุ่มนี้ที่ยังคงมีอยู่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ราคาขายสินค้าผูกติดกับราคาวัตถุดิบ ทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงหากราคาวัตถุดิบผันผวนรุนแรง
* **การแข่งขันในตลาด:** การปรับลดราคาขายสินค้าอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะยาว หากไม่สามารถเพิ่มปริมาณการขายหรือลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
* **การลดลงของปริมาณการขายสินค้าบางประเภท:** ปริมาณการขายฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารที่ลดลง อาจเป็นสัญญาณของความต้องการที่ลดลงหรือการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดดังกล่าว
* **รายการพิเศษที่ลดลง:** การที่รายได้อื่นลดลงอย่างมากเนื่องจากไม่มีกำไรจากการขายสินทรัพย์เหมือนปีก่อน อาจทำให้กำไรสุทธิในงวดถัดไปที่ไม่มีรายการพิเศษเช่นนี้ ดูลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ปริมาณการขายสินค้าฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร:** การฟื้นตัวหรือลดลงต่อเนื่องของปริมาณการขายสินค้าประเภทนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **การหาคำสั่งซื้อใหม่:** โดยเฉพาะสินค้าที่ปริมาณการขายลดลง หรือการขยายตลาดสำหรับสินค้าที่เติบโต
* **การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนทางการเงิน:** จากการซื้อสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนนั้นๆ
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาขายและต้นทุนขาย
* **GPM:** กำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อย 0.23% สะท้อนส่วนต่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ณ สิ้นไตรมาส 3/2566
## สรุปท้าย
TPLAS ในไตรมาส 3/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่ลดลงตามราคาวัตถุดิบ แม้จะมีการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของราคาวัตถุดิบนี้อาจเป็นโอกาสหากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายให้สอดคล้องกันได้ในระยะยาว ขณะที่ความเสี่ยงยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในตลาด ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและปริมาณการขายสินค้าอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPLAS ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
114.97
ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.72
ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.29
%
กำไรสุทธิ
2.57
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.24
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
115
↓ -3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↑ + 6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -49.4%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPLAS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
2.53
ROA (%)
2.83
Book Value/หุ้น
1.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPLAS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPLAS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8.93
-50.74%
|
-18.13
+91.45%
|
-9.47
-36.70%
|
-14.96
-205.95%
|
14.12
-68.10%
|
44.27
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.55
+197.51%
|
-3.21
-233.75%
|
2.40
-161.38%
|
-3.91
-135.68%
|
10.96
-198.65%
|
-11.11
-83.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.33
+1.89%
|
11.12
-59.33%
|
27.34
+0.74%
|
27.14
-2.41%
|
27.81
-198.55%
|
-28.22
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5.80
-55.52%
|
-13.04
-164.33%
|
20.27
+145.10%
|
8.27
-84.37%
|
52.91
+971.05%
|
4.94
-123.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|
61.50
-25.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
51.56
+27.88%
|
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|