บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
0.03 (2.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4286 out_tok=2769 at=2026-07-26T09:36:17 -->
# TPLAS ปี 2564 กำไรสุทธิหดเล็กน้อย 1.97% รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้รวมโต 7.68% แต่กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับลดลง เหตุต้นทุนพุ่ง-ปริมาณขายบางส่วนแผ่ว
บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีรายได้จากการขายรวม 505.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.68% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 1.97% มาอยู่ที่ 33.91 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TPLAS ในปี 2564 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 1.92% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ 7.68% ก็ตาม ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง 1.97% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก **ราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น** ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบมีสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 10.15% เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพียง 7.68% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัวลง นอกจากนี้ ปริมาณการขายสินค้าบางประเภท เช่น ถุงพลาสติกและฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร ลดลงเล็กน้อย ขณะที่ปริมาณการขายกล่องกระดาษบรรจุอาหารเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการขายนี้อาจมีผลต่อการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรในแต่ละผลิตภัณฑ์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นในปี 2564 แต่เอกสารไม่ได้ระบุแนวโน้มราคาวัตถุดิบสำหรับปี 2565 อย่างชัดเจน การที่ฝ่ายจัดการสามารถปรับราคาขายสินค้าเฉลี่ยให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การลดลงของปริมาณการขายสินค้าบางประเภทอาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา หากสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบยังคงผันผวน หรือปริมาณการขายไม่ฟื้นตัว อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 7.68%** มาอยู่ที่ 505.79 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 1.97%** อยู่ที่ 33.91 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10.15%** เป็น 411.64 ล้านบาท สอดคล้องกับการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบ
* **กำไรขั้นต้นลดลง 1.92%** อยู่ที่ 94.15 ล้านบาท จากผลกระทบของราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ปริมาณการขายสินค้าบางประเภทลดลง** เช่น ถุงพลาสติกและฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร แต่ปริมาณการขายกล่องกระดาษบรรจุอาหารเพิ่มขึ้น
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 26.61%** จากเงินช่วยเหลือ COVID-19 และรายได้จากการขายเศษวัสดุ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 505.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.08 ล้านบาท หรือ 7.68% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้ 469.71 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายสินค้าเฉลี่ย ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารกลับลดลง ในขณะที่ปริมาณการขายสินค้าประเภทกล่องกระดาษบรรจุอาหารมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น
ในส่วนของต้นทุนขาย ปรับตัวเพิ่มขึ้น 37.92 ล้านบาท หรือ 10.15% มาอยู่ที่ 411.64 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่สูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ลดลง 1.84 ล้านบาท หรือ 1.92% มาอยู่ที่ 94.15 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.60 ล้านบาท หรือ 1.05% มาอยู่ที่ 57.90 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์ ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายของแผนกฟิล์มยืดในช่วงที่ไม่มีการผลิตสินค้า ขณะที่มีการลดลงของค่าเสื่อมราคาและการกลับรายการสำรองสินค้าคงเหลือ
ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 55.07% เนื่องจากดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าการเงินลดลงตามมูลค่าหนี้สิน
ผลลัพธ์สุดท้ายคือ กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 33.91 ล้านบาท ลดลง 0.68 ล้านบาท หรือ 1.97% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 34.59 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าเฉลี่ย:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แสดงถึงอำนาจต่อรองในระดับหนึ่ง และอาจเป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไรหากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี
* **การเติบโตของปริมาณการขายกล่องกระดาษบรรจุอาหาร:** การที่ปริมาณการขายสินค้าประเภทนี้เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงความต้องการของตลาดที่ยังคงมีอยู่ และเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้
* **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น:** เงินช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคมและรายได้จากการขายเศษวัสดุ แม้จะไม่ใช่รายได้หลัก แต่ก็ช่วยเสริมผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การพึ่งพาวัตถุดิบหลักที่มีราคาสูงและผันผวน เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ปริมาณการขายสินค้าบางประเภทที่ลดลง:** การลดลงของปริมาณการขายถุงพลาสติกและฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร อาจเป็นสัญญาณของความต้องการที่ลดลง หรือการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดเหล่านี้
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19:** แม้จะมีการช่วยเหลือ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นสัญญาณของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ หรือการบริหารจัดการต้นทุนที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ทิศทางราคาวัตถุดิบในตลาดโลกและผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทฯ ในปี 2565
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน:** การปรับราคาขายสินค้าเฉลี่ยเพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงไป
* **ปริมาณการขายสินค้า:** การฟื้นตัวหรือการเติบโตของปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์กล่องกระดาษบรรจุอาหาร:** ศักยภาพในการขยายตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในผลิตภัณฑ์นี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พลาสติก การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบถือเป็นหัวใจสำคัญ TPLAS เผชิญกับความท้าทายจากราคาวัตถุดิบเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2564 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 10.15% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้ 7.68% เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาระดับกำไรขั้นต้นไว้ได้
การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการขายก็เป็นอีกปัจจัยที่น่าสนใจ โดยปริมาณการขายสินค้าประเภทถุงพลาสติกและฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารลดลง ซึ่งอาจสะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ในขณะที่ปริมาณการขายกล่องกระดาษบรรจุอาหารเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของผลิตภัณฑ์นี้ ซึ่งอาจเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ควรให้ความสำคัญในการพัฒนาและขยายตลาดต่อไป
อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) และ Order Book ไม่ได้ถูกระบุไว้ในเอกสารนี้ ทำให้ยากต่อการประเมินศักยภาพการผลิตและคำสั่งซื้อในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไร แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ ยังคงมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาดวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
TPLAS ในปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลงเล็กน้อย แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้จากการปรับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามต้นทุนก็ตาม ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคและการบริหารจัดการปริมาณการขายสินค้าที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในปี 2565 เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPLAS ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
114.97
ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.72
ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.29
%
กำไรสุทธิ
2.57
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.24
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
115
↓ -3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↑ + 6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -49.4%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPLAS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
2.53
ROA (%)
2.83
Book Value/หุ้น
1.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPLAS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPLAS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8.93
-50.74%
|
-18.13
+91.45%
|
-9.47
-36.70%
|
-14.96
-205.95%
|
14.12
-68.10%
|
44.27
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.55
+197.51%
|
-3.21
-233.75%
|
2.40
-161.38%
|
-3.91
-135.68%
|
10.96
-198.65%
|
-11.11
-83.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.33
+1.89%
|
11.12
-59.33%
|
27.34
+0.74%
|
27.14
-2.41%
|
27.81
-198.55%
|
-28.22
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5.80
-55.52%
|
-13.04
-164.33%
|
20.27
+145.10%
|
8.27
-84.37%
|
52.91
+971.05%
|
4.94
-123.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|
61.50
-25.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
51.56
+27.88%
|
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|