บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
0.03 (2.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7003 out_tok=2744 at=2026-07-26T10:21:06 -->
# TPLAS กำไร Q2/65 พุ่ง 24.77% รับยอดขายทุกผลิตภัณฑ์โต - MD&A
## รายได้รวมโต 34.10% หนุนกำไรสุทธิ ขณะที่ต้นทุนขายและค่าขนส่งพุ่งกดดันอัตรากำไรสุทธิ
บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 30.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ ประกอบกับการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งระหว่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TPLAS ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 34.10% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่ปรับตัวดีขึ้นจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลีย ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันคือ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบหลัก และ **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมปรับลดลงเล็กน้อย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ เช่น มอเตอร์แอร์ มอเตอร์ปั๊มบ้าน มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (BLDC) สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยสัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 56% จาก 52% ในปีก่อน ขณะที่รายได้ในประเทศลดลงจาก 48% เป็น 44% การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต
ในส่วนของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ 1) **ราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งบริษัทได้มีการกักตุนสินค้าไว้เพื่อรองรับการผลิต และ 2) **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่สูงขึ้น** จากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นหลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 79.61% ในปีก่อน เป็น 84.13% ในไตรมาสนี้
ส่วนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น เกิดจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทได้มีการถือครองเงินตราต่างประเทศไว้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ายอดขายจะเติบโตได้ดีในไตรมาสนี้ แต่ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังไม่คลี่คลาย ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทได้ติดตามสถานการณ์การปรับราคาวัตถุดิบและบริหารจัดการปัญหาค่าขนส่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง ส่วนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโต 24.77% YoY** มาอยู่ที่ 30.58 ล้านบาท และ **6 เดือนแรกโต 42.26% YoY** มาอยู่ที่ 63.25 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/65 เพิ่มขึ้น 34.10% YoY** แตะ 327.30 ล้านบาท และ **6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 44.82% YoY** แตะ 678.97 ล้านบาท
* **สัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น** เป็น 56% ใน Q2/65 จาก 52% ในปีก่อน
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น** เป็น 84.13% ใน Q2/65 จาก 79.61% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศสูงขึ้น** จากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือ
* **อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมลดลงเล็กน้อย** จาก 10.42% ใน Q2/64 เป็น 9.34% ใน Q2/65 (งวด 3 เดือน) และจาก 9.88% เป็น 9.73% (งวด 6 เดือน)
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 30.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.77% เมื่อเทียบกับ 24.51 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2565 มีกำไรสุทธิ 63.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.26% เมื่อเทียบกับ 44.46 ล้านบาทในปีก่อน รายได้รวมในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 34.10% เป็น 327.30 ล้านบาท และงวด 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 44.82% เป็น 678.97 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 9.34% ลดลงจาก 10.42% ในปีก่อน และงวด 6 เดือนอยู่ที่ 9.73% ลดลงจาก 9.88% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบหลัก และค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์:** สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งในตลาด
* **การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศ:** บ่งชี้ถึงการขยายตลาดและการยอมรับในระดับสากล
* **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น:** จากการขายเศษเหล็กซิลิคอนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร
* **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่สูงขึ้น:** จากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่ยังคงมีอยู่
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะเป็นบวก แต่ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
* **การแข่งขัน:** ทั้งในและต่างประเทศที่อาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุน
* สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ และผลกระทบต่อค่าใช้จ่าย
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
* การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ และการขยายฐานลูกค้าใหม่
* การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบ เพื่อรองรับความผันผวนของราคา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์ และมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อเป็นสต็อกไว้ล่วงหน้า บ่งชี้ว่าโรงงานมีการเดินเครื่องจักรเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิต สะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันต้นทุนขาย
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขาย (ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขาย) เพิ่มขึ้นจาก 79.61% เป็น 84.13% ใน Q2/65 (เมื่อคิดจากต้นทุนขาย) หรือคิดเป็น GPM ลดลงจาก 20.39% เป็น 15.87% ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** สัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 56% ใน Q2/65 จาก 52% ในปีก่อน
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลีย
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 16.80% จากปี 2564 เนื่องจากมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อสต็อกล่วงหน้าและราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,141.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.14% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียน 706.55 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 205.59% เป็น 76.55 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 19.53% เป็น 224.46 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 16.80% เป็น 367.33 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 398.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.84% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียน 350.96 ล้านบาท ประกอบด้วย เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 15.80% เป็น 292.30 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการซื้อวัตถุดิบเพื่อกักตุน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 742.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร ซึ่งเพิ่มขึ้น 17.42% เป็น 233.95 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TPLAS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตโดดเด่นจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าขนส่งระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย แม้ว่าบริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPLAS ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
114.97
ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.72
ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.29
%
กำไรสุทธิ
2.57
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.24
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
115
↓ -3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↑ + 6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -49.4%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPLAS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
2.53
ROA (%)
2.83
Book Value/หุ้น
1.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPLAS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPLAS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8.93
-50.74%
|
-18.13
+91.45%
|
-9.47
-36.70%
|
-14.96
-205.95%
|
14.12
-68.10%
|
44.27
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.55
+197.51%
|
-3.21
-233.75%
|
2.40
-161.38%
|
-3.91
-135.68%
|
10.96
-198.65%
|
-11.11
-83.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.33
+1.89%
|
11.12
-59.33%
|
27.34
+0.74%
|
27.14
-2.41%
|
27.81
-198.55%
|
-28.22
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5.80
-55.52%
|
-13.04
-164.33%
|
20.27
+145.10%
|
8.27
-84.37%
|
52.91
+971.05%
|
4.94
-123.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|
61.50
-25.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
51.56
+27.88%
|
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|