บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
0.03 (2.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4235 out_tok=2205 at=2026-07-26T09:55:32 -->
# TPLAS กำไรสุทธิ Q3/2564 ดิ่ง 48% รับผลกระทบโควิด-19-ราคาวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้-กำไรหดตัวจากปริมาณขายลด-ส่วนต่างราคาขาย-ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักเกิดจากการปิดโรงงานชั่วคราวและต้นทุนที่ปรับตัว
บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 4.31 ล้านบาท ลดลง 48.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายสินค้าที่ลดลงจากการปิดโรงงานชั่วคราวตามสถานการณ์โควิด-19 และส่วนต่างราคาขายสินค้าที่ลดลงอันเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจกำไรของ TPLAS ในไตรมาส 3/2564 คือ **การหดตัวของกำไรสุทธิ 48.30%** ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของบริษัทฯ ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3/2564 คือ **การลดลงของปริมาณการขายสินค้า** และ **การหดตัวของส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนขายสินค้า** โดยกำไรสุทธิลดลงจาก 8.33 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563 เหลือเพียง 4.31 ล้านบาทในปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุที่ทำให้ปริมาณการขายสินค้าลดลง มาจากการ **ปิดทำการบริษัทฯ ชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน** ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ การที่ **ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น** แต่ **ราคาขายสินค้าไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นตาม** ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนขายสินค้าลดลง ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลงถึง 20.78%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยการปิดโรงงานชั่วคราวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ส่วนประเด็นราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น เป็นแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นได้ในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและนโยบายการปรับราคาขายของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 48.30%** จาก 8.33 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็น 4.31 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้จากการขายลดลง 4.56%** จาก 120.32 ล้านบาท เป็น 114.84 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นลดลง 20.78%** จาก 23.64 ล้านบาท เป็น 18.73 ล้านบาท
* สาเหตุหลักมาจาก **ปริมาณการขายลดลง** จากการปิดโรงงานชั่วคราว 14 วันเนื่องจาก COVID-19
* **ราคาวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น** ส่งผลให้ส่วนต่างราคาขายและต้นทุนขายลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 114.84 ล้านบาท ลดลง 5.48 ล้านบาท หรือ 4.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายสินค้าที่ลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการปิดทำการบริษัทฯ ชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน ในสถานการณ์ COVID-19 รายได้อื่นลดลง 30.13% จาก 1.04 ล้านบาท เป็น 0.73 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายเศษวัสดุจากการผลิตลดลง
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 96.11 ล้านบาท ลดลง 0.59% จาก 96.68 ล้านบาท แม้ว่าราคาวัตถุดิบเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้นทุนขายโดยรวมลดลงเล็กน้อย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลง 2.33% จาก 14.51 ล้านบาท เป็น 14.17 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าขนส่งสินค้าและค่านายหน้าจากการขายสินค้า ต้นทุนทางการเงินลดลง 66.23% เนื่องจากดอกเบี้ยจากการชำระหนี้จากสัญญาเช่าการเงินลดลง
ผลจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 20.78% จาก 23.64 ล้านบาท เป็น 18.73 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 48.30% จาก 8.33 ล้านบาท เป็น 4.31 ล้านบาท
## โอกาส
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรมเมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* การขยายตลาดหรือเพิ่มคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ (ข้อมูลนี้ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นโอกาสทั่วไปของธุรกิจ)
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19:** การปิดโรงงานหรือการหยุดชะงักของกระบวนการผลิตอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นต่อเนื่องอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะไม่ได้ระบุผลกระทบชัดเจน แต่การนำเข้าวัตถุดิบอาจได้รับผลกระทบจากค่าเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายสินค้าในไตรมาสถัดไป และการกลับมาดำเนินการผลิตเต็มกำลัง
* ทิศทางราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
* ความสามารถในการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลง
* ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 3/2564 บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) เผชิญกับความท้าทายจากการดำเนินงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งนำไปสู่การปิดโรงงานชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน ส่งผลให้ปริมาณการขายสินค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยได้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) โดยเห็นได้จาก GPM ที่ลดลง 20.78% การที่บริษัทฯ ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายสินค้าได้ทันท่วงทีหรือเพียงพอต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนขายสินค้าแคบลง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการปรับลดลงเล็กน้อย 2.33% โดยเฉพาะค่าขนส่งและค่านายหน้า ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มงวดขึ้น หรืออาจเป็นผลมาจากการลดลงของปริมาณการขายโดยรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดนี้ จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
TPLAS ในไตรมาส 3/2564 เผชิญกับแรงกดดันจากการดำเนินงานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การหยุดชะงักของการผลิตจากการปิดโรงงานชั่วคราวเนื่องจาก COVID-19 และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการขายและส่วนต่างราคาขายลดลงอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่กำไรสุทธิที่หดตัวลงเกือบครึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ลดลง แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบหลักได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของปริมาณการขาย ทิศทางราคาวัตถุดิบ และความสามารถในการปรับราคาขายของบริษัทฯ ในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินโอกาสในการกลับมาเติบโตของผลประกอบการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPLAS ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
114.97
ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.72
ล้านบาท
↑ 6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.29
%
กำไรสุทธิ
2.57
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.24
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
115
↓ -3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↑ + 6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -49.4%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPLAS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
2.53
ROA (%)
2.83
Book Value/หุ้น
1.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPLAS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPLAS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8.93
-50.74%
|
-18.13
+91.45%
|
-9.47
-36.70%
|
-14.96
-205.95%
|
14.12
-68.10%
|
44.27
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-9.55
+197.51%
|
-3.21
-233.75%
|
2.40
-161.38%
|
-3.91
-135.68%
|
10.96
-198.65%
|
-11.11
-83.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.33
+1.89%
|
11.12
-59.33%
|
27.34
+0.74%
|
27.14
-2.41%
|
27.81
-198.55%
|
-28.22
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5.80
-55.52%
|
-13.04
-164.33%
|
20.27
+145.10%
|
8.27
-84.37%
|
52.91
+971.05%
|
4.94
-123.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|
61.50
-25.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
51.56
+27.88%
|
40.32
-18.82%
|
49.67
+6.77%
|
46.52
-16.35%
|
55.61
-16.30%
|
66.44
+8.03%
|