บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.26
+0.06 (+1.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4619 out_tok=2853 at=2026-07-26T10:10:09 -->
# TPBI กำไร Q3/2565 พุ่ง 221% รับรายได้ส่งออกโต-คุมค่าใช้จ่าย
## รายได้รวมโต 23% EBITDA เพิ่ม 50% ฝ่ายบริหารเน้นใช้กำลังผลิตเต็มที่
บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 81.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 221.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,797.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.98% จากการส่งออกที่เติบโตและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TPBI ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะการส่งออก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ** ทำให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากการขายเติบโต:** รายได้รวมในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 1,797.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 335.78 ล้านบาท หรือ 22.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกว่า 70% ของรายได้มาจาก **การส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ** และการขายของบริษัทย่อยในต่างประเทศ (พม่า, อังกฤษ, ออสเตรเลีย) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง หรือความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในตลาดเหล่านั้น
* **ยอดขายกลุ่มสินค้า Cons:** มีสัดส่วน 57%
* **ยอดขายกลุ่มสินค้า Flexs:** มีสัดส่วน 20%
* **ยอดขายกลุ่ม Paper:** มีสัดส่วน 6%
* **ยอดขายกลุ่ม Trading:** มีสัดส่วน 17%
2. **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ 24.05% แต่ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 21.22%** จาก 159.10 ล้านบาท เหลือ 125.34 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.97% ของรายได้รวม ลดลงจาก 10.89% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการ **จัดกลุ่มค่าใช้จ่ายของบริษัทในต่างประเทศใหม่** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจาก 1.74% เป็น 4.54%
3. **EBITDA และกำไรสุทธิที่เติบโต:** ผลจากการเติบโตของรายได้และการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ทำให้ EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50.27% เป็น 196.35 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 221.64% เป็น 81.58 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทได้ให้ความใส่ใจในการหาแนวทางเพิ่มอัตราการทำกำไร และดำเนินการขยายยอดขายเพื่อให้มีการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างผลประกอบการต่อไป ซึ่งบ่งชี้ถึงความพยายามในการรักษาโมเมนตัม อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากการส่งออกและผลกระทบจากการจัดกลุ่มค่าใช้จ่ายใหม่ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะมีผลต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่ รวมถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 221.64% YoY:** อยู่ที่ 81.58 ล้านบาท จาก 25.36 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 22.98% YoY:** อยู่ที่ 1,797.04 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก
* **EBITDA เพิ่มขึ้น 50.27% YoY:** อยู่ที่ 196.35 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 21.22%:** คิดเป็น 6.97% ของรายได้รวม จาก 10.89% ในปีก่อน เนื่องจากการจัดกลุ่มค่าใช้จ่ายใหม่ในต่างประเทศ
* **อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เพิ่มขึ้น:** จาก 1.74% เป็น 4.54%
* **สินทรัพย์รวมลดลง 2.46%:** อยู่ที่ 5,073.83 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงจากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **หนี้สินรวมลดลง 9.90%:** อยู่ที่ 2,413.40 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 TPBI มีรายได้รวม 1,797.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งออกที่เติบโต ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 24.05% เป็น 1,552.25 ล้านบาท ตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ลดลง 21.22% เป็น 125.34 ล้านบาท ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 50.27% เป็น 196.35 ล้านบาท และกำไรสุทธิก้าวกระโดดถึง 221.64% เป็น 81.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.202 บาท จาก 0.064 บาทในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 13.61% เป็น 12.96% แต่ Net Profit Margin เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 1.74% เป็น 4.54%
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดส่งออก:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่ และศักยภาพของบริษัทในการขยายตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว หากสามารถรักษาประสิทธิภาพนี้ไว้ได้
* **การใช้กำลังการผลิตเต็มประสิทธิภาพ:** ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการใช้กำลังการผลิตให้เต็มที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มผลกำไร
* **การปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายในต่างประเทศ:** การจัดกลุ่มค่าใช้จ่ายใหม่ในต่างประเทศส่งผลดีต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ ซึ่งต้องรอดูผลต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 24.05% สะท้อนถึงแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** การพึ่งพารายได้จากการส่งออกทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หรือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **การเปลี่ยนแปลงการจัดกลุ่มค่าใช้จ่าย:** ผลประกอบการที่ดีขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการจัดกลุ่มค่าใช้จ่ายใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งต้องติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบระยะยาวอย่างไร หรือเป็นเพียงการปรับปรุงทางบัญชี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการส่งออก:** ความสามารถในการรักษาการเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** กลยุทธ์ในการรับมือกับราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
* **ประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิต:** การดำเนินงานเพื่อให้เกิดการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มที่อย่างต่อเนื่อง
* **ผลกระทบจากการจัดกลุ่มค่าใช้จ่ายใหม่:** การประเมินผลกระทบระยะยาวของการปรับปรุงการบันทึกค่าใช้จ่ายในต่างประเทศ
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากความผันผวนของสกุลเงินต่างประเทศต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมต้นทุนต่อหน่วยในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม
* **Order Book:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการส่งออกบ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 24.05% สะท้อนถึงแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ GPM ในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 13.61% เป็น 12.96% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่มากกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาขาย
* **การส่งออก:** เป็นสัดส่วนรายได้หลัก (ประมาณ 70%) แสดงถึงความสำคัญของตลาดต่างประเทศต่อผลประกอบการ
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงผลต่างจากการแปลงค่างบการเงินจากสกุล GBP, MMK ซึ่งส่งผลต่อองค์ประกอบอื่นของส่วนผู้ถือหุ้น แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรงต่อกำไรในงวดนี้
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 4.47% ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ หรือการขายที่เร็วกว่าปกติ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,073.83 ล้านบาท ลดลง 2.46% จากสิ้นปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3.42% เป็น 2,397.37 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 19.22% ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง 4.47% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 7.19% โดยหลักจากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ 9.92% หนี้สินรวมลดลง 9.90% เป็น 2,413.40 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะยาวที่ลดลง 30.70% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 137.18 ล้านบาท เป็น 2,660.42 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น D/E Ratio ลดลงจาก 1.06x เป็น 0.91x บ่งชี้ถึงการลดลงของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น Current Ratio เพิ่มขึ้นจาก 1.12x เป็น 1.22x และ Quick Ratio เพิ่มขึ้นจาก 0.56x เป็น 0.66x แสดงถึงสภาพคล่องที่ปรับตัวดีขึ้น
## สรุปท้าย
TPBI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 221% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการส่งออกที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ แม้ GPM จะลดลงเล็กน้อย แต่ Net Profit Margin ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสะท้อนถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการส่งออก การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ และผลกระทบจากการปรับปรุงการบันทึกค่าใช้จ่ายในต่างประเทศ เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดลงของหนี้สิน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPBI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,145.61
ล้านบาท
↓ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
181.57
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.85
%
กำไรสุทธิ
30.44
ล้านบาท
↓ 60% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.66
%
D/E Ratio
0.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,146
↓ -11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↓ -12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -60%
YoY
D/E Ratio
0.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPBI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.34
ROE (%)
6.34
ROA (%)
6.33
Book Value/หุ้น
7.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPBI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-442
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPBI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-442.10
+126.39%
|
-195.28
-47.20%
|
-369.82
+39.07%
|
-265.93
+98.69%
|
-133.84
-54.03%
|
-291.17
+137.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-7.44
-110.51%
|
70.77
+22.46%
|
57.79
-45.55%
|
106.14
-1,341.40%
|
-8.55
-84.72%
|
-55.97
-140.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
510.13
+101.60%
|
253.04
-39.72%
|
419.80
+54.59%
|
271.55
+138.52%
|
113.85
-73.15%
|
423.98
+524.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
84.63
-4.72%
|
88.82
+69.25%
|
52.48
-33.72%
|
79.18
+562.59%
|
11.95
-79.33%
|
57.80
-34.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|
154.08
-37.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
367.48
+20.37%
|
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|