บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.26
+0.06 (+1.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4622 out_tok=2556 at=2026-07-26T10:20:26 -->
# TPBI พลิกกำไร Q2/2565 โต 569% รับแรงหนุนรายได้ส่งออกพุ่ง
## รายได้ส่งออกดันกำไร TPBI พุ่ง 569% ใน Q2/2565 ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นปัจจัยกดดัน
บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 29.67 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 569.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 6.32 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TPBI ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 29.67 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 35.99 ล้านบาท หรือ 569.46% YoY) มาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 26.54% (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศและรายได้จากบริษัทย่อยในต่างประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 64.69% ของรายได้รวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายในไตรมาสนี้ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 11.11% (YoY) จาก 146.82 ล้านบาท เหลือ 130.51 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7.73% ของรายได้รวม ลดลงจาก 10.96% ในปีก่อน เนื่องจากการจัดกลุ่มค่าใช้จ่ายของบริษัทในต่างประเทศใหม่ แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 27.33% (YoY) ตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวและส่งผลให้ EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้น 31.78% (YoY) และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ให้ความใส่ใจในการหาแนวทางเพิ่มอัตราการทำกำไรและดำเนินการขยายยอดขายเพื่อให้มีการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างผลประกอบการต่อไป ซึ่งบ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นในการรักษาโมเมนตัมการเติบโต อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการอาจต้องพิจารณาถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** TPBI มีกำไรสุทธิ 29.67 ล้านบาท ใน Q2/2565 เทียบกับขาดทุน 6.32 ล้านบาทใน Q2/2564 คิดเป็นการเติบโต 569.46%
* **รายได้จากการขายเติบโตแกร่ง:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,682.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.54% (YoY) โดยมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกสูงถึง 64.69%
* **ต้นทุนวัตถุดิบกดดัน GPM:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 27.33% (YoY) ตามราคาวัตถุดิบ ส่งผลให้ Gross Profit Margin (GPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 10.89% เป็น 10.34%
* **ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 11.11% (YoY) คิดเป็น 7.73% ของรายได้รวม ลดลงจาก 10.96% ในปีก่อน
* **EBITDA เพิ่มขึ้น:** EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้น 31.78% (YoY) เป็น 124.80 ล้านบาท
* **สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่ม:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 1.39% (YoY) โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 30.31% และสินค้าคงเหลือลดลง 1.45%
* **หนี้สินรวมลดลง:** หนี้สินรวมลดลง 2.63% (YoY) โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 28.15% ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงจาก 1.07x เป็น 0.99x
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,682.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งออกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,508.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.33% ตามราคาวัตถุดิบ ส่งผลให้ Gross Profit Margin อยู่ที่ 10.34% ลดลงเล็กน้อยจาก 10.89% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 11.11% ทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 31.78% เป็น 124.80 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 29.67 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 6.32 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดส่งออก:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ
* **การใช้กำลังการผลิตเต็มประสิทธิภาพ:** ฝ่ายจัดการมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายเพื่อใช้กำลังการผลิตให้เต็มที่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างผลประกอบการในระยะยาว
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรของบริษัท
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก แต่การแปลงค่างบการเงินจากสกุลเงินต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เม็ดพลาสติก จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร
* **ปริมาณคำสั่งซื้อจากตลาดส่งออก:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การปรับปรุงอัตรากำไร:** ความคืบหน้าของมาตรการที่ฝ่ายจัดการดำเนินการเพื่อเพิ่มอัตรากำไร
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินหลักที่บริษัทดำเนินธุรกิจด้วย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ฝ่ายจัดการมีเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขายเพื่อใช้กำลังการผลิตให้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งบ่งชี้ว่า Utilization อาจยังไม่เต็มที่และมีโอกาสในการเพิ่มผลผลิตได้อีก
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการส่งออกอาจสะท้อนถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร โดยไตรมาสนี้ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ GPM ลดลงเล็กน้อย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 10.34% ลดลงจาก 10.89% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การส่งออก:** เป็นสัดส่วนรายได้หลัก (64.69%) แสดงถึงความสำคัญของตลาดต่างประเทศต่อผลประกอบการ
* **ค่าเงิน:** มีผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจากการแปลงค่างบการเงิน แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบต่อกำไร/ขาดทุนโดยตรงในงวดนี้
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 1.45% (YoY) ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ หรือการผลิตที่สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,130.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.39% (YoY) โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12.71% จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 30.31% ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง 1.45% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 6.78% โดยหลักจากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
หนี้สินรวมลดลง 2.63% (YoY) เป็น 2,547.54 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาว 28.15% ขณะที่เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 4.37% ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงจาก 1.07x เป็น 0.99x
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 139.30 ล้านบาท (YoY) เป็น 2,582.64 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรสะสมจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
TPBI พลิกกลับมามีกำไรสุทธิอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2 ปี 2565 ด้วยแรงหนุนหลักจากการเติบโตของรายได้จากการส่งออกที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้สำเร็จ ความต่อเนื่องของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มราคาวัตถุดิบและศักยภาพในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของคำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศ รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPBI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,145.61
ล้านบาท
↓ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
181.57
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.85
%
กำไรสุทธิ
30.44
ล้านบาท
↓ 60% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.66
%
D/E Ratio
0.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,146
↓ -11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↓ -12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -60%
YoY
D/E Ratio
0.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPBI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.34
ROE (%)
6.34
ROA (%)
6.33
Book Value/หุ้น
7.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPBI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-442
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPBI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-442.10
+126.39%
|
-195.28
-47.20%
|
-369.82
+39.07%
|
-265.93
+98.69%
|
-133.84
-54.03%
|
-291.17
+137.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-7.44
-110.51%
|
70.77
+22.46%
|
57.79
-45.55%
|
106.14
-1,341.40%
|
-8.55
-84.72%
|
-55.97
-140.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
510.13
+101.60%
|
253.04
-39.72%
|
419.80
+54.59%
|
271.55
+138.52%
|
113.85
-73.15%
|
423.98
+524.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
84.63
-4.72%
|
88.82
+69.25%
|
52.48
-33.72%
|
79.18
+562.59%
|
11.95
-79.33%
|
57.80
-34.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|
154.08
-37.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
367.48
+20.37%
|
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|