บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.26
+0.06 (+1.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6176 out_tok=2608 at=2026-07-26T09:40:10 -->
# TPBI กำไรสุทธิ Q2/2566 หดตัว 37.5% รับรายได้วูบตามอุปสงค์
## รายได้รวมวูบ 26% กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งหาแนวทางเพิ่มอัตรากำไรและขยายยอดขาย
บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,249.37 ล้านบาท ลดลง 26.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 18.54 ล้านบาท ลดลง 37.50% จาก 29.66 ล้านบาทในปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TPBI ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลง มาจาก **รายได้จากการขายที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 26.00%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกำไรสุทธิที่ลดลง 37.50%
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ TPBI ในไตรมาสนี้คือ **รายได้จากการขายที่ลดลง** โดยรายได้รวมอยู่ที่ 1,249.37 ล้านบาท ลดลง 439.03 ล้านบาท หรือ 26.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงจาก 29.66 ล้านบาท เป็น 18.54 ล้านบาท หรือลดลง 37.50%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายลดลงอย่างชัดเจน แต่ระบุว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจาก **การส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ** และ **รายได้จากการขายของบริษัทในเครือในต่างประเทศ** (พม่า, อังกฤษ, ออสเตรเลีย) ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศหรือกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดเหล่านั้นอาจชะลอตัวลง หรือบริษัทอาจเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ การลดลงของรายได้ยังส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 10.10% เป็น 11.16% แม้รายได้จะลดลง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้น หรือการปรับส่วนผสมของสินค้าที่ขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เอกสารระบุว่า "บริษัทได้ให้ความใส่ใจในการหาแนวทางเพิ่มอัตราการทำกำไร และดำเนินการขยายยอดขาย เพื่อให้มีการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างผลประกอบการของบริษัทต่อไป" ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาในการแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ หรือปัจจัยที่จะทำให้รายได้กลับมาเติบโตในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 26.00% YoY:** อยู่ที่ 1,249.37 ล้านบาท จาก 1,688.40 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิลดลง 37.50% YoY:** อยู่ที่ 18.54 ล้านบาท จาก 29.66 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 10.10% เป็น 11.16% แม้รายได้ลดลง
* **ต้นทุนขายลดลงตามรายได้:** อยู่ที่ 1,094.94 ล้านบาท ลดลง 27.62% จาก 1,512.84 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 9.25%:** อยู่ที่ 114.85 ล้านบาท จาก 126.56 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมลดลง 11.93% YoY:** อยู่ที่ 4,517.92 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือลดลง
* **หนี้สินรวมลดลง 29.03% YoY:** อยู่ที่ 1,807.96 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการลดลงของเงินกู้ระยะสั้น
* **D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 0.99 เท่า เป็น 0.67 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,249.37 ล้านบาท ลดลง 26.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนขายปรับลดลงตามสัดส่วนรายได้ที่ 1,094.94 ล้านบาท คิดเป็น 27.62% ของรายได้รวม ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 9.25% อยู่ที่ 114.85 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 18.54 ล้านบาท ลดลง 37.50% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 1.48% ลดลงจาก 1.76% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แม้รายได้จะลดลง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ หรือการปรับส่วนผสมของสินค้าที่ขายให้มีมาร์จิ้นสูงขึ้น
* **การลดต้นทุนทางการเงิน:** การลดลงของหนี้สินรวม โดยเฉพาะเงินกู้ระยะสั้น ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายในอนาคต
* **การขยายยอดขายและการใช้กำลังการผลิตเต็มประสิทธิภาพ:** ฝ่ายจัดการมีแผนที่จะหาแนวทางเพิ่มอัตราการทำกำไรและขยายยอดขาย เพื่อให้มีการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหากทำได้สำเร็จ จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากการส่งออก:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายการค้าของประเทศคู่ค้า
* **อุปสงค์ในตลาดต่างประเทศชะลอตัว:** การลดลงของรายได้จากการขายอาจบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดหลักของบริษัท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายในไตรมาส 3/2566:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้หรือไม่ และปัจจัยขับเคลื่อนคืออะไร
* **ความคืบหน้าในการหาแนวทางเพิ่มอัตรากำไรและขยายยอดขาย:** แผนงานของฝ่ายจัดการจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้เมื่อใด
* **สถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อในตลาดส่งออกหลัก:** โดยเฉพาะพม่า, อังกฤษ, และออสเตรเลีย
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี หรือปรับตัวสูงขึ้น
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการกล่าวถึง "การใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ" บ่งชี้ว่าอาจยังมีช่องว่างในการเพิ่มกำลังการผลิต หรือต้องการเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย
* **Order Book:** ไม่มีการกล่าวถึงสถานะของ Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุว่าต้นทุนขายลดลง "เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง" ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นจาก 10.10% เป็น 11.16% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการต้นทุน
* **การส่งออก:** ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท (ประมาณ 54% ใน Q2/2566 ตามกราฟ Revenue by Business Division) โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ (พม่า, อังกฤษ, ออสเตรเลีย)
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึง "ผลต่างจากการแปลงค่างบการเงินจากสกุล GBP, MMK เป็นสกุลเงินบาท" ซึ่งส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบต่อกำไรขาดทุนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 100.15 ล้านบาท หรือ 9.30% ซึ่งสอดคล้องกับการลดลงของรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,517.92 ล้านบาท ลดลง 11.93% จากสิ้นปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 18.83% จากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 5.91% จากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
หนี้สินรวมลดลง 29.03% อยู่ที่ 1,807.96 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ระยะสั้น เช่น ตั๋วสัญญาใช้เงิน เจ้าหนี้ทรัสต์รีซีท และเจ้าหนี้แพ็คกิ้งเครดิต ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.99 เท่า เป็น 0.67 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.87% อยู่ที่ 2,709.96 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรร
## สรุปท้าย
TPBI ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้จากการขายที่ลดลง 26% ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่กดดันกำไรสุทธิให้หดตัวลง 37.5% อย่างไรก็ตาม บริษัทแสดงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย และยังคงมุ่งมั่นหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อฐานะการเงินในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้ในไตรมาสถัดไป และความคืบหน้าของแผนงานฝ่ายจัดการในการฟื้นฟูการเติบโตของยอดขาย.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPBI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,145.61
ล้านบาท
↓ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
181.57
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.85
%
กำไรสุทธิ
30.44
ล้านบาท
↓ 60% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.66
%
D/E Ratio
0.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,146
↓ -11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↓ -12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -60%
YoY
D/E Ratio
0.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPBI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.34
ROE (%)
6.34
ROA (%)
6.33
Book Value/หุ้น
7.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPBI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-442
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPBI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-442.10
+126.39%
|
-195.28
-47.20%
|
-369.82
+39.07%
|
-265.93
+98.69%
|
-133.84
-54.03%
|
-291.17
+137.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-7.44
-110.51%
|
70.77
+22.46%
|
57.79
-45.55%
|
106.14
-1,341.40%
|
-8.55
-84.72%
|
-55.97
-140.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
510.13
+101.60%
|
253.04
-39.72%
|
419.80
+54.59%
|
271.55
+138.52%
|
113.85
-73.15%
|
423.98
+524.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
84.63
-4.72%
|
88.82
+69.25%
|
52.48
-33.72%
|
79.18
+562.59%
|
11.95
-79.33%
|
57.80
-34.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|
154.08
-37.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
367.48
+20.37%
|
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|