บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.26
+0.06 (+1.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8667 out_tok=2896 at=2026-07-27T13:39:48 -->
TPBI Q2/64 พลิกขาดทุนสุทธิ 6.32 ล้านบาท รับผลกระทบค่าเงิน-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
รายได้รวมลดลง 4.57% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.49% ส่งผลกำไรขั้นต้นหดตัว ฝ่ายบริหารเร่งหาแนวทางลดผลกระทบและเพิ่มการใช้กำลังการผลิต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TPBI ในไตรมาส 2/2564 พลิกจากกำไร 78.91 ล้านบาท เป็นขาดทุนสุทธิ 6.32 ล้านบาท มาจากปัจจัยลบหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลนตู้และเรือขนส่งสินค้าที่ล่าช้า, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลขาดทุนจากการ Mark to Market สัญญา Forward Contract, สถานการณ์ในเมียนมาร์กระทบการขนส่งและอุปสงค์, และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากการสั่งซื้อในไตรมาส 1/2564
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ปัญหาการขนส่งและคำสั่งซื้อที่ลดลง:** การขาดแคลนตู้และเรือขนส่งสินค้าไปยังลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ทำให้การส่งมอบสินค้าล่าช้าและส่งผลกระทบต่อรายได้ นอกจากนี้ คำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่ม Consumables โดยเฉพาะถุงขยะและถุงหูหิ้วลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้ามีการกักตุนสินค้าเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แม้ว่าจะมีคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่มถุงใช้ซ้ำ (Reusable) และถุงใส่ผักผลไม้เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากกลุ่มหลักได้
2. **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและผลขาดทุน Mark to Market:** แม้ว่าการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงปลายไตรมาสจะเป็นผลดีต่อผู้ส่งออก แต่การอ่อนค่าที่รวดเร็วส่งผลให้บริษัทประสบผลขาดทุนจากการ Mark to Market สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract) ที่ทำไว้เพื่อบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานบัญชี IFRS 9
3. **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** การสั่งซื้อวัตถุดิบที่มีราคาสูงในไตรมาส 1/2564 ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของกลุ่ม Consumables ในไตรมาส 2/2564 เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
4. **สถานการณ์ในเมียนมาร์:** สถานการณ์รัฐประหารและโควิด-19 ในเมียนมาร์ส่งผลกระทบต่อการขนส่งวัตถุดิบและอุปสงค์ในประเทศ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม:** ปัจจัยด้านการขาดแคลนตู้และเรือขนส่ง รวมถึงสถานการณ์ในเมียนมาร์ มีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายบริหารระบุว่าจะเร่งหาแนวทางลดทอนผลกระทบและเพิ่มการใช้กำลังการผลิตให้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการได้ดี อาจช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 6.32 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 78.91 ล้านบาทใน Q2/2563 เนื่องจากปัจจัยลบหลายประการ
* **รายได้รวมลดลง 4.57%:** อยู่ที่ 1,329.84 ล้านบาท สาเหตุหลักจากยอดขายกลุ่ม Consumables ลดลง และปัญหาการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.49%:** อยู่ที่ 1,185.01 ล้านบาท ส่งผลให้ Gross Profit Margin ลดลงจาก 16.21% เป็น 10.89%
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 25.33%:** อยู่ที่ 220.83 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 10.33%:** ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2564 บริษัทมีรายได้รวม 1,329.84 ล้านบาท ลดลง 5.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่ 59.63% มาจากการส่งออกและบริษัทย่อยในต่างประเทศ รายได้จากยอดขายฟิล์มเพิ่มขึ้น 20.90% และรายได้จากกลุ่ม Flexible packaging เพิ่มขึ้น 12.96% ขณะที่รายได้จากถุงหูหิ้วใช้ครั้งเดียวทิ้งลดลง 51.54% และถุงขยะลดลง 32.50%
ความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิ (ขาดทุน) 6.32 ล้านบาท เทียบกับกำไร 78.91 ล้านบาทในปีก่อน ส่งผลให้ Net Profit Margin ติดลบที่ 0.47% จากเดิม 5.54% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.49% ทำให้ Gross Profit Margin ลดลงจาก 16.21% เป็น 10.89% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.83% EBITDA ปรับตัวลดลง 51.95%
## โอกาส
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ Reusable และถุงใส่ผักผลไม้:** ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ถุง Soft Loop หรือถุงใช้ซ้ำ (Reusable) และถุงใส่ผักผลไม้ (Fruit and vegetable bags) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าในและต่างประเทศ
* **การฟื้นตัวของกลุ่ม Paper และ Global Trading:** แม้จะยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่มีแนวโน้มยอดขายที่ดีขึ้น
* **การเพิ่มกำลังการผลิต:** ฝ่ายบริหารมีแผนจะเพิ่มยอดขายเพื่อใช้กำลังการผลิตใหม่ให้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งอาจช่วยเสริมผลประกอบการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ:** การขาดแคลนตู้และเรือขนส่งสินค้ายังคงเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้าและรายได้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทที่รวดเร็วส่งผลกระทบต่อสัญญา Forward Contract และอาจส่งผลขาดทุนจากการ Mark to Market
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **สถานการณ์ในเมียนมาร์:** ความไม่แน่นอนทางการเมืองและสถานการณ์โควิด-19 ในเมียนมาร์อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทย่อย
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การลดลงของคำสั่งซื้อถุงหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง อาจสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการแก้ปัญหาขาดแคลนตู้และเรือขนส่ง:** ความสามารถในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อการส่งมอบสินค้าและรายได้
* **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและนโยบายการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัท
* **ราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติก:** แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ Reusable และ Flexible Packaging:** การขยายตัวของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรดี
* **สถานการณ์ในเมียนมาร์:** การติดตามผลกระทบต่อการดำเนินงานของ TPBI Myanmar
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการพยายามเพิ่มยอดขายเพื่อใช้กำลังการผลิตใหม่ให้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจยังไม่เต็มที่
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการได้รับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ Reusable และถุงใส่ผักผลไม้เพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มถุงขยะและถุงหูหิ้วลดลง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติก HDPE, LLDPE, LDPE มีแนวโน้มลดลงในช่วงปลายไตรมาส 2/2564 (HDPE ลด 12.79%, LLDPE ลด 12.59%, LDPE ลด 16.15%) แต่ต้นทุนการผลิตในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเนื่องจากการสั่งซื้อวัตถุดิบราคาสูงในไตรมาส 1
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.21% ใน Q2/2563 เป็น 10.89% ใน Q2/2564 สาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **การส่งออก:** ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลัก (59.63%) แต่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขนส่ง
* **ค่าเงิน:** มีความผันผวน โดยช่วงต้นไตรมาสคงที่และอ่อนค่าช่วงปลายไตรมาส ซึ่งส่งผลขาดทุน Mark to Market สัญญา Forward Contract
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 25.33% เป็น 220.83 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนถึงการผลิตที่ยังคงดำเนินต่อไปแม้มีปัญหาการส่งออก หรือการสต็อกวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 5,059.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.23% จาก Q2/2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12.34% หลักจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 25.33%
* **หนี้สินรวม:** 2,616.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.33% จาก Q2/2563 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 2,443.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6.80 ล้านบาท
* **D/E Ratio:** เพิ่มขึ้นจาก 0.97x เป็น 1.07x
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ลดลงอย่างมากจาก 248.38 ล้านบาท ใน Q2/2563 เป็น 20.74 ล้านบาท ใน Q2/2564
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 35.00 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อ PP&E
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** มีเงินสดสุทธิ 19.17 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว หักลบด้วยการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาวและจ่ายปันผล
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** 188.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.68 ล้านบาทจาก Q2/2563
## สรุปท้าย
TPBI ในไตรมาส 2/2564 เผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ส่งผลให้ผลประกอบการพลิกขาดทุนสุทธิ 6.32 ล้านบาท แม้รายได้จากผลิตภัณฑ์บางกลุ่ม เช่น Flexible packaging และ Reusable bags จะเติบโต แต่ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่ลดลงของกลุ่ม Consumables และผลกระทบจากปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ ปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และสถานการณ์ในเมียนมาร์ ล้วนเป็นปัจจัยลบที่บั่นทอนความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ แม้ว่าราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติกจะเริ่มปรับลดลงในช่วงปลายไตรมาส แต่ความเสี่ยงด้านการขนส่งและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายบริหารต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPBI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,145.61
ล้านบาท
↓ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
181.57
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.85
%
กำไรสุทธิ
30.44
ล้านบาท
↓ 60% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.66
%
D/E Ratio
0.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,146
↓ -11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↓ -12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -60%
YoY
D/E Ratio
0.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPBI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.34
ROE (%)
6.34
ROA (%)
6.33
Book Value/หุ้น
7.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPBI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-442
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPBI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-442.10
+126.39%
|
-195.28
-47.20%
|
-369.82
+39.07%
|
-265.93
+98.69%
|
-133.84
-54.03%
|
-291.17
+137.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-7.44
-110.51%
|
70.77
+22.46%
|
57.79
-45.55%
|
106.14
-1,341.40%
|
-8.55
-84.72%
|
-55.97
-140.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
510.13
+101.60%
|
253.04
-39.72%
|
419.80
+54.59%
|
271.55
+138.52%
|
113.85
-73.15%
|
423.98
+524.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
84.63
-4.72%
|
88.82
+69.25%
|
52.48
-33.72%
|
79.18
+562.59%
|
11.95
-79.33%
|
57.80
-34.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|
154.08
-37.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
367.48
+20.37%
|
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|