บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.26
+0.06 (+1.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5967 out_tok=2467 at=2026-08-10T07:55:57 -->
# TPBI กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 113% รับต้นทุนขายลดแรง สวนทางยอดขายชะลอ
## ต้นทุนขายลดลงมากกว่ายอดขายที่หดตัว หนุนกำไรขั้นต้นพุ่งสูง ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 97.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 113.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยก็ตาม โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ มาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TPBI ในไตรมาส 2/2569 คือ **การลดลงของต้นทุนขายที่มากกว่าการลดลงของรายได้จากการขาย** ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 1.85% (22.61 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 1,196.97 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายกลับลดลงถึง 9.31% (96.67 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 941.58 ล้านบาท ทำให้ Gross Profit Margin (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 14.09% ในปีก่อน เป็น 20.94% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายบริหารระบุว่า การลดลงของต้นทุนขายที่มากกว่ายอดขาย เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการที่ยอดขายในประเทศยังคงเป็นสัดส่วนหลัก (53.11%) แม้ว่าอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศจะอ่อนตัวลง ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมลดลงเล็กน้อย แต่การควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และเมื่อนำไปหักลบกับรายได้ที่ลดลงน้อยกว่า จึงทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 8.60% (9.96 ล้านบาท) เป็น 125.74 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นก็สามารถชดเชยส่วนนี้ไปได้ทั้งหมด และส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 113.00%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมกระบวนการผลิตและจัดซื้อวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม การที่รายได้รวมปรับตัวลดลงเนื่องจากอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศอ่อนตัวลง เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศฟื้นตัว ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่ยังคงมีประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อกำไรอย่างต่อเนื่อง แต่หากอุปสงค์ยังคงอ่อนแอ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 113.00% YoY:** จาก 45.88 ล้านบาท เป็น 97.72 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 1.85% YoY:** อยู่ที่ 1,196.97 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศยังคงเป็นสัดส่วนหลัก
* **ต้นทุนขายลดลง 9.31% YoY:** สวนทางกับรายได้ที่ลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **Gross Profit Margin (GPM) เพิ่มขึ้น:** จาก 14.09% เป็น 20.94%
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8.60% YoY:** เป็น 125.74 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 10.73%:** จากสิ้นปี 2568 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 36.31%
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 44.03%:** จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท TPBI มีรายได้รวม 1,196.97 ล้านบาท ลดลง 22.61 ล้านบาท หรือ 1.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศที่อ่อนตัวลง แม้ว่ายอดขายในประเทศจะยังคงเป็นสัดส่วนหลักก็ตาม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายลดลงถึง 96.67 ล้านบาท หรือ 9.31% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 171.73 ล้านบาท เป็น 250.40 ล้านบาท (คำนวณจากรายได้รวม - ต้นทุนขาย) ทำให้ Gross Profit Margin (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.09% เป็น 20.94% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 9.96 ล้านบาท เป็น 125.74 ล้านบาท แต่ด้วยกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นสูงกว่า ทำให้ EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้น 63.73 ล้านบาท หรือ 53.57% มาอยู่ที่ 182.70 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 113.00% เป็น 97.72 ล้านบาท
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายที่ลดลงมากกว่ายอดขายที่ลดลง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการภายใน
* **ฐานยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่ง:** ยอดขายในประเทศยังคงเป็นสัดส่วนหลัก ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดต่างประเทศได้
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 36.31% อาจบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต หรือการบริหารสต็อกเพื่อรองรับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **อุปสงค์ในตลาดต่างประเทศอ่อนตัว:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้รายได้รวมลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 8.60% ซึ่งหากรายได้ไม่เติบโตตาม อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะสั้น:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 44.03% โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้น ซึ่งอาจเพิ่มภาระดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ:** การฟื้นตัวหรือความต่อเนื่องของภาวะอุปสงค์ที่อ่อนแอ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการรักษา GPM ให้อยู่ในระดับสูงต่อไป
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** ระดับสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น จะสามารถแปลงเป็นยอดขายได้หรือไม่
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่วนนี้
* **การบริหารจัดการหนี้สินระยะสั้น:** ต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงมากกว่ายอดขาย อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพ หรือการปรับลดกำลังการผลิตบางส่วน
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น อาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับคำสั่งซื้อในอนาคต หรือการบริหารสต็อกเพื่อรองรับความต้องการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงมากกว่ายอดขาย อาจเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดี หรือการหาแหล่งวัตถุดิบที่มีราคาถูกลง
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 14.09% เป็น 20.94% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหลัก
* **การส่งออก:** ยอดขายในตลาดต่างประเทศอ่อนตัวลง เป็นปัจจัยกดดันรายได้
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 36.31% จากสิ้นปี 2568
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 4,506.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.73% จากสิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 23.39% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 44.03% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้น (ตั๋วสัญญาใช้เงิน, เจ้าหนี้ทรัสต์รีซีท, เจ้าหนี้แพ็คกิ้งเครดิต) และเจ้าหนี้การค้า ทำให้ D/E Ratio เพิ่มขึ้นจาก 0.42x เป็น 0.50x ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 21.45 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 3,008.23 ล้านบาท ส่งผลให้ BVPS เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 7.11 บาท เป็น 7.22 บาท
## สรุปท้าย
TPBI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่น่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 113% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งลดลงมากกว่ายอดขายที่ชะลอตัวเล็กน้อยจากอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศที่อ่อนแอ ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็สามารถชดเชยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ และการบริหารจัดการหนี้สินระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPBI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,145.61
ล้านบาท
↓ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
181.57
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.85
%
กำไรสุทธิ
30.44
ล้านบาท
↓ 60% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.66
%
D/E Ratio
0.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,146
↓ -11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↓ -12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -60%
YoY
D/E Ratio
0.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPBI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.34
ROE (%)
6.34
ROA (%)
6.33
Book Value/หุ้น
7.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPBI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-442
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPBI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-442.10
+126.39%
|
-195.28
-47.20%
|
-369.82
+39.07%
|
-265.93
+98.69%
|
-133.84
-54.03%
|
-291.17
+137.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-7.44
-110.51%
|
70.77
+22.46%
|
57.79
-45.55%
|
106.14
-1,341.40%
|
-8.55
-84.72%
|
-55.97
-140.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
510.13
+101.60%
|
253.04
-39.72%
|
419.80
+54.59%
|
271.55
+138.52%
|
113.85
-73.15%
|
423.98
+524.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
84.63
-4.72%
|
88.82
+69.25%
|
52.48
-33.72%
|
79.18
+562.59%
|
11.95
-79.33%
|
57.80
-34.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|
154.08
-37.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
367.48
+20.37%
|
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|