บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.26
+0.06 (+1.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4552 out_tok=2619 at=2026-07-26T10:33:46 -->
# TPBI กำไรสุทธิ Q1/2566 พลิกโต 5.75% รับต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง
## ต้นทุนขายลดลงหนุน GPM ฟื้นตัว แม้รายได้รวมหดตัว
บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 22.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับลดลง 23.11% โดยปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TPBI ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้น คือ **การลดลงของต้นทุนขายอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวขึ้น** แม้ว่ารายได้จากการขายจะหดตัวก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายบริหารระบุว่า ต้นทุนขายสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 1,125.10 ล้านบาท ลดลง 365.47 ล้านบาท หรือ 24.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการ **ลดลงของราคาวัตถุดิบ** การลดลงของต้นทุนขายนี้มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร โดยเห็นได้จากอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 9.47% ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็น 11.13% ในไตรมาส 1 ปี 2566 และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ก็ปรับตัวดีขึ้นจาก 1.32% เป็น 1.81% ตามลำดับ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 23.11% มาอยู่ที่ 1,266.01 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายส่วนใหญ่ (ประมาณ 56.88%) มาจากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศและบริษัทในเครือในต่างประเทศ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าการลดลงของราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่แนวโน้มราคาวัตถุดิบในระยะยาวยังคงมีความผันผวนและขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกหลายประการ ฝ่ายบริหารยังคงให้ความใส่ใจในการหาแนวทางเพิ่มอัตราการทำกำไรและดำเนินการขยายยอดขายเพื่อให้มีการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทกำลังพยายามสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การที่รายได้รวมยังคงหดตัว แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการเพิ่มยอดขาย ซึ่งต้องจับตาดูว่าบริษัทจะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเติบโตได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต:** กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 22.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.75% YoY
* **รายได้รวมหดตัว:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,266.01 ล้านบาท ลดลง 23.11% YoY
* **ต้นทุนขายลดลง:** ต้นทุนขายลดลง 24.52% YoY จากราคาวัตถุดิบที่ลดลง
* **GPM ฟื้นตัว:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 9.47% เป็น 11.13%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 20.76% YoY
* **สินทรัพย์รวมลดลง:** สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 4,509.12 ล้านบาท ลดลง 6.43% จากสิ้นปี 2565
* **หนี้สินรวมลดลง:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,759.73 ล้านบาท ลดลง 16.00% จากสิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการขาย 1,266.01 ล้านบาท ลดลง 380.47 ล้านบาท หรือ 23.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดต่างประเทศ (56.88%) ยอดขายกลุ่มสินค้า Cons มีสัดส่วน 38%, Flexs 25%, Paper 11% และ Others 26% ต้นทุนขายลดลง 24.52% มาอยู่ที่ 1,125.10 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 9.47% เป็น 11.13% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 20.76% มาอยู่ที่ 99.53 ล้านบาท EBITDA ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.46% อยู่ที่ 112.98 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.75% เป็น 22.95 ล้านบาท แม้ว่ากำไรสุทธิต่อหุ้นจะลดลง 12.89% เนื่องจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** การที่ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลงเป็นโอกาสในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก ซึ่งหากสามารถรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดในต่างประเทศได้ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** ฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่การลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันราคาวัตถุดิบจะลดลง แต่มีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนจากการทำธุรกรรมในสกุลเงินต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เม็ดพลาสติก จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขาย
* **ทิศทางคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ:** การฟื้นตัวหรือชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลต่อปริมาณการสั่งซื้อสินค้า
* **กลยุทธ์การเพิ่มยอดขาย:** บริษัทมีแผนขยายยอดขายอย่างไรเพื่อเพิ่มการใช้กำลังการผลิต
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
* **การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทต่อรายได้และต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีกำลังการผลิตส่วนเกิน หรือต้องการเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้รวมลดลง อาจสะท้อนถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าต้นทุนขายลดลงเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญในไตรมาสนี้
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 9.47% เป็น 11.13% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการลดลงของต้นทุนวัตถุดิบ
* **ส่งออก:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก (56.88%) แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงผลต่างจากการแปลงค่างบการเงินจากสกุล GBP, MMK เป็นสกุลเงินบาทในส่วนขององค์ประกอบอื่นของส่วนผู้ถือหุ้น แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบต่อผลประกอบการโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 5.94% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งอาจสะท้อนถึงการผลิตที่มากกว่ายอดขาย หรือการสต็อกวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,509.12 ล้านบาท ลดลง 6.43% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 12.41% ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 24.56% ขณะที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 5.94% และเงินสดลดลง 82.21 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 1.33% โดยหลักเป็นการลดลงของที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ หนี้สินรวมลดลง 16.00% จากสิ้นปี 2565 โดยเฉพาะเงินกู้ระยะสั้นที่ลดลง 28.67% เพื่อลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 9.66% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 25.14 ล้านบาท มาอยู่ที่ 2,749.39 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
อัตราส่วน Current Ratio อยู่ที่ 1.40x เพิ่มขึ้นจาก 1.31x และ Quick Ratio อยู่ที่ 0.68x ลดลงจาก 0.75x อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.77x เป็น 0.64x
## สรุปท้าย
TPBI ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถพลิกสถานการณ์กำไรสุทธิให้เติบโตได้ 5.75% แม้รายได้รวมจะหดตัว โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่การเพิ่มยอดขายท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน และความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคต ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคำสั่งซื้อจากต่างประเทศและกลยุทธ์การเพิ่มยอดขายของบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPBI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,145.61
ล้านบาท
↓ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
181.57
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.85
%
กำไรสุทธิ
30.44
ล้านบาท
↓ 60% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.66
%
D/E Ratio
0.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,146
↓ -11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↓ -12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -60%
YoY
D/E Ratio
0.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPBI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.34
ROE (%)
6.34
ROA (%)
6.33
Book Value/หุ้น
7.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPBI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-442
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPBI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-442.10
+126.39%
|
-195.28
-47.20%
|
-369.82
+39.07%
|
-265.93
+98.69%
|
-133.84
-54.03%
|
-291.17
+137.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-7.44
-110.51%
|
70.77
+22.46%
|
57.79
-45.55%
|
106.14
-1,341.40%
|
-8.55
-84.72%
|
-55.97
-140.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
510.13
+101.60%
|
253.04
-39.72%
|
419.80
+54.59%
|
271.55
+138.52%
|
113.85
-73.15%
|
423.98
+524.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
84.63
-4.72%
|
88.82
+69.25%
|
52.48
-33.72%
|
79.18
+562.59%
|
11.95
-79.33%
|
57.80
-34.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|
154.08
-37.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
367.48
+20.37%
|
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|