บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.26
+0.06 (+1.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5161 out_tok=2903 at=2026-07-26T09:54:43 -->
# TPBI กำไรสุทธิ Q3/64 ดิ่ง 65% รับต้นทุนพุ่ง-ยอดขายบางกลุ่มแผ่ว
## รายได้รวมทรงตัว แต่ GPM หด 2% กดดันกำไรสุทธิวูบ 65% YoY
บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,461.26 ล้านบาท ลดลง 0.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายสินค้าบางประเภทจะเติบโต แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 1.48% และค่าใช้จ่ายขายบริหารที่สูงขึ้น 15.45% ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 65.08% มาอยู่ที่ 25.36 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TPBI ในไตรมาส 3/2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประกอบกับการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น:** เอกสารระบุชัดเจนว่าต้นทุนขายสำหรับไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 1,251.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันโดยตรงต่อ GPM
2. **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 15.45% จาก 137.81 ล้านบาท เป็น 159.10 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 9.39% เป็น 10.89% ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กระทบต่อกำไรสุทธิ
3. **GPM หดตัว:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 15.61% ในไตรมาส 3/2563 มาอยู่ที่ 13.61% ในไตรมาส 3/2564 หรือลดลง 2.00% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้จากการขายไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน
4. **การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนรายได้:** แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย แต่มีการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยอดขายถุงใช้ซ้ำ, ถุงเปิดปาก, ถุงใส่ผักผลไม้, ฟิล์ม และกลุ่ม Flexible packaging มีการเติบโตที่ดี แต่ถูกหักล้างด้วยยอดขายที่ลดลงของถุงหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและถุงขยะ การเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่า หรือการที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวม GPM ถูกกดดัน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นลักษณะที่ต้องจับตาและอาจส่งผลต่อเนื่อง** เนื่องจากฝ่ายจัดการได้ให้ความใส่ใจในการหาแนวทางเพิ่มอัตราการทำกำไร และดำเนินการขยายยอดขายเพื่อให้มีการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งบ่งชี้ว่าการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต หากไม่สามารถปรับราคาขายหรือบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 65.08% YoY:** จาก 72.64 ล้านบาท เหลือ 25.36 ล้านบาท
* **รายได้รวมทรงตัว:** อยู่ที่ 1,461.26 ล้านบาท ลดลง 0.42% YoY
* **ต้นทุนขายเพิ่ม 1.48%:** เป็น 1,251.34 ล้านบาท จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายบริหารพุ่ง 15.45%:** เป็น 159.10 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนต่อรายได้เพิ่มขึ้น
* **GPM หดตัว 2.00%:** จาก 15.61% เหลือ 13.61%
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 25.65%:** สะท้อนการบริหารจัดการสต็อกที่อาจมีการกักตุนวัตถุดิบ หรือสินค้าที่ผลิตรอขาย
* **หนี้สินรวมเพิ่ม 17.09%:** โดยเฉพาะเงินกู้ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น 60.30%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,461.26 ล้านบาท ลดลง 0.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากการส่งออก (63.87%) และบริษัทในเครือต่างประเทศ ยอดขายสินค้ากลุ่มถุงใช้ซ้ำ (Reusable bags) เติบโตโดดเด่นถึง 78.53% ตามด้วยถุงเปิดปาก (62.5%) และถุงใส่ผักผลไม้ (46.23%) ขณะที่ยอดขายถุงหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและถุงขยะปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.48% เป็น 1,251.34 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 15.45% เป็น 159.10 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 15.61% เหลือ 13.61% และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลงจาก 4.95% เหลือ 1.74% ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 25.36 ล้านบาท ลดลงถึง 65.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม:** ยอดขายถุงใช้ซ้ำ, ถุงเปิดปาก, ถุงใส่ผักผลไม้, ฟิล์ม และกลุ่ม Flexible packaging มีการเติบโตที่น่าสนใจ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในตลาด
* **การขยายตัวของธุรกิจในต่างประเทศ:** รายได้จากการขายของบริษัทในเครือในต่างประเทศ (พม่า, อังกฤษ, ออสเตรเลีย) รวมถึงการเติบโตของรายได้จากกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระดาษของ TPBI UK, TPBI Paper และ TPBI Australia เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมรายได้
* **การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากฟิล์มและ Flexible packaging:** สัดส่วนรายได้จากฟิล์มเพิ่มขึ้นเป็น 10.35% และ Flexible packaging เพิ่มเป็น 14.66% ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไร และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
* **การแข่งขันในตลาด:** การลดลงของยอดขายถุงหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและถุงขยะ อาจสะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่วนนี้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวม
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะสั้น:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นและตราสารหนี้ อาจเพิ่มภาระดอกเบี้ยจ่ายและความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในระยะสั้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การส่งออกเป็นสัดส่วนหลัก ทำให้ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลต่อรายได้และต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบจะส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างไรในไตรมาสถัดไป
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุนและราคาขาย:** บริษัทจะมีมาตรการอย่างไรในการชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น และรักษาอัตรากำไร
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ดาวเด่น:** ผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูง เช่น ถุงใช้ซ้ำ, ฟิล์ม จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขายบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 25.65% จะส่งผลต่อต้นทุนการจัดเก็บและสภาพคล่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้องการขยายยอดขายเพื่อให้มีการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตอาจยังไม่เต็มที่ หรือมีเป้าหมายที่จะเพิ่มขึ้นเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายบางกลุ่มผลิตภัณฑ์อาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่มีเข้ามา
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ GPM ในไตรมาสนี้
* **GPM:** ลดลง 2.00% เป็น 13.61% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การส่งออก:** ยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท คิดเป็น 63.87% ของรายได้รวม
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การพึ่งพารายได้จากการส่งออกทำให้มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 234.39 ล้านบาท หรือ 25.65% ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเตรียมวัตถุดิบ หรือการผลิตสินค้าเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต หรืออาจเป็นสัญญาณของการระบายสต็อกที่ช้าลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,201.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.63% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 20.19% จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 44.76% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 17.09% เป็น 2,678.53 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้น (ตั๋วสัญญาใช้เงิน, เจ้าหนี้ทรัสตรีซีท, เจ้าหนี้แพ็คกิ้งเครดิต) ที่เพิ่มขึ้นถึง 60.30% และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 6.99%
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 22.02 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรร
อัตราส่วนสภาพคล่อง Current Ratio อยู่ที่ 1.12x และ Quick Ratio อยู่ที่ 0.56x ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.90x เป็น 1.06x
## สรุปท้าย
TPBI ในไตรมาส 3/2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้ GPM หดตัว และค่าใช้จ่ายขายบริหารที่เพิ่มขึ้น กดดันกำไรสุทธิให้ลดลงถึง 65% แม้รายได้รวมจะทรงตัว และมีสัญญาณบวกจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์บางประเภทและธุรกิจในต่างประเทศ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินความสามารถในการฟื้นตัวของผลประกอบการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPBI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,145.61
ล้านบาท
↓ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
181.57
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.85
%
กำไรสุทธิ
30.44
ล้านบาท
↓ 60% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.66
%
D/E Ratio
0.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,146
↓ -11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↓ -12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -60%
YoY
D/E Ratio
0.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPBI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.34
ROE (%)
6.34
ROA (%)
6.33
Book Value/หุ้น
7.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPBI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-442
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPBI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-442.10
+126.39%
|
-195.28
-47.20%
|
-369.82
+39.07%
|
-265.93
+98.69%
|
-133.84
-54.03%
|
-291.17
+137.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-7.44
-110.51%
|
70.77
+22.46%
|
57.79
-45.55%
|
106.14
-1,341.40%
|
-8.55
-84.72%
|
-55.97
-140.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
510.13
+101.60%
|
253.04
-39.72%
|
419.80
+54.59%
|
271.55
+138.52%
|
113.85
-73.15%
|
423.98
+524.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
84.63
-4.72%
|
88.82
+69.25%
|
52.48
-33.72%
|
79.18
+562.59%
|
11.95
-79.33%
|
57.80
-34.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|
154.08
-37.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
367.48
+20.37%
|
305.28
+33.40%
|
228.85
-13.89%
|
265.77
+12.48%
|
236.29
+10.83%
|
213.21
+38.38%
|