บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.46
0.02 (0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3564 out_tok=2237 at=2026-07-26T10:07:36 -->
# TMT พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 เหลือเพียง 8 ล้านบาท รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น
## รายได้โรงแรมพุ่ง 350% หลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ดันกำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวก
บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ TMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 174.2 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิ 8.0 ล้านบาทในไตรมาสนี้ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 350% หลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้บริษัทสามารถพลิกจากขาดทุนขั้นต้นกลับมามีกำไรขั้นต้นได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TMT ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การกลับมาของภาคการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมอย่างมหาศาลถึง 350.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะรายได้จากค่าห้องพักที่เพิ่มขึ้นถึง 1,341.9% และรายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น 282.2% ปัจจัยเหล่านี้ทำให้บริษัทสามารถพลิกจากภาวะขาดทุนขั้นต้นในปีก่อน กลับมามีกำไรขั้นต้น 158.2 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้ดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศได้มากขึ้น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โรงแรมของบริษัทจึงมีอัตราการเข้าพักและปริมาณการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 82.5% ตามปริมาณรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ยังคงมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถสร้างกำไรขั้นต้นได้ในที่สุด นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 116.4% ก็สอดคล้องกับระดับรายได้ที่สูงขึ้นเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในไตรมาสนี้ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปได้ หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงควบคุมได้ และรัฐบาลยังคงนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมพุ่ง 350.0%** แตะ 479.5 ล้านบาท จาก 106.5 ล้านบาทในปีก่อน
* **พลิกมีกำไรขั้นต้น 158.2 ล้านบาท** จากขาดทุนขั้นต้น 69.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 95.4%** เหลือ 8.0 ล้านบาท จาก 174.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ค่าห้องพักโตกว่า 1,300%** รับอานิสงส์นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.2%** จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมรวม 479.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 350.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าห้องพัก 1,341.9% และรายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่ม 282.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 82.5% ตามปริมาณรายได้ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้น 158.2 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนขั้นต้น 69.6 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 116.4% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 3.2% จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ที่ 8.0 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 95.4% เมื่อเทียบกับขาดทุนสุทธิ 174.2 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และอัตราการเข้าพักของโรงแรม
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริการ:** การเติบโตของรายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่ม สะท้อนถึงการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าภายในโรงแรม
* **ศักยภาพในการบริหารต้นทุน:** แม้รายได้และต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่การที่บริษัทสามารถสร้างกำไรขั้นต้นได้ แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การกลับมาระบาดอีกครั้ง หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวและการดำเนินธุรกิจโรงแรม
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน:** อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทในระยะยาว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงแรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมโรงแรม อาจกดดันราคาห้องพักและอัตรากำไร
* **ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค:** ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการใช้บริการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาสถัดไป
* อัตราการเข้าพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (ADR) ของโรงแรม
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงิน
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเดินทางและมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม:** เป็นรายได้หลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในไตรมาสนี้ โดยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 350.0% จาก 106.5 ล้านบาท เป็น 479.5 ล้านบาท
* **รายได้ค่าห้องพัก:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,341.9% จาก 12.5 ล้านบาท เป็น 179.8 ล้านบาท สะท้อนถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยว
* **รายได้อาหารและเครื่องดื่ม:** เพิ่มขึ้น 282.2% จาก 56.8 ล้านบาท เป็น 217.2 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 82.5% เป็น 321.3 ล้านบาท แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้สูงกว่า ทำให้บริษัทมีกำไรขั้นต้น
* **กำไรขั้นต้น:** พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 158.2 ล้านบาท จากขาดทุนขั้นต้น 69.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 116.4% เป็น 138.6 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.2% เป็น 29.3 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาสที่ 3 ปี 2565
## สรุปท้าย
การกลับมาของภาคการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ TMT พลิกผลประกอบการจากขาดทุนสุทธิจำนวนมากในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิเพียง 8.0 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเติบโตถึง 350% และสามารถสร้างกำไรขั้นต้นได้อีกครั้ง แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้นเล็กน้อย แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจมหภาคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
4,367.23
ล้านบาท
↓ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
237.44
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.44
%
กำไรสุทธิ
-2.34
ล้านบาท
↓ 92.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.05
%
D/E Ratio
1.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,367
↓ -2.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
237
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2
↓ -92.4%
YoY
D/E Ratio
1.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.58
ROE (%)
3.17
ROA (%)
2.96
Book Value/หุ้น
3.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-399
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+277
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-398.99
-161.25%
|
651.37
+61.94%
|
402.22
+504.84%
|
66.50
-89.99%
|
664.30
+303.56%
|
164.61
-83.82%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
277.44
+569.50%
|
41.44
-84.94%
|
275.15
+24.41%
|
221.16
-22.34%
|
284.78
-250.94%
|
-188.67
-45.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-67.80
-92.56%
|
-910.92
+17.41%
|
-775.86
+54.17%
|
-503.24
+41.01%
|
-356.88
-139.74%
|
898.11
-239.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-310.37
+129.50%
|
-135.24
+179.13%
|
-48.45
-77.53%
|
-215.58
-136.40%
|
592.19
-32.25%
|
874.05
+3,574.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.99
+36.78%
|
91.38
-35.39%
|
141.43
+16.56%
|
121.34
-89.27%
|
1,130.67
+340.60%
|
256.62
+10.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
246.02
+96.83%
|
124.99
+36.78%
|
91.38
-35.39%
|
141.43
+16.56%
|
121.34
-89.27%
|
1,130.67
+340.60%
|