TMT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TMT
บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.46
0.02 (0.57%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3550 out_tok=2459 at=2026-07-26T09:10:50 --> # TMT กำไร Q2/65 ดิ่ง 72.76% รับแรงกดดันราคาเหล็กผันผวน-ดีมานด์ชะลอ ## รายได้โตสวนทางกำไรหด ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยราคา-ต้นทุน-อุปสงค์โลกกดดัน GPM บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ TMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 164.70 ล้านบาท ลดลงถึง 72.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะปรับเพิ่มขึ้น 8.85% เป็น 5,677.42 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็ก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TMT ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างรุนแรง** แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ก็ตาม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 18.46% ในปีก่อน เหลือเพียง 6.87%** ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิให้ลดลงถึง 72.76% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 8.85% ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของ GPM มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงกัน เริ่มจากการที่ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 13.67% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความกังวลเรื่องการขาดแคลนสินค้าเหล็ก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้กลับส่งผลให้ **ปริมาณการขายลดลง 4.32%** เนื่องจากความต้องการซื้อเหล็กเพื่อกักตุนชะลอตัวลงจากความผันผวนของราคา ประกอบกับในช่วงปลายไตรมาส ราคาในตลาดโลกและในประเทศได้ปรับตัวลดลง ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนแคบลง นอกจากนี้ การ Lockdown ในจีนและการชะลอตัวของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในจีน รวมถึงมาตรการควบคุมเงินเฟ้อในหลายประเทศ ส่งผลให้เกิดภาวะสินค้าคงคลังส่วนเกินและความต้องการที่ลดลงโดยรวม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่าราคาขายที่สูงขึ้นในช่วงต้นไตรมาสเป็นผลจากต้นทุนที่ผลักดันราคา แต่ความต้องการชะลอตัวลง และทิศทางราคาในช่วงปลายไตรมาสปรับลดลง ซึ่งบ่งชี้ว่าสภาวะดังกล่าวอาจไม่ยั่งยืน นอกจากนี้ ปัญหาเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อความต้องการสินค้าเหล็ก อาจเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง แต่ความผันผวนของราคาที่เกิดขึ้นในช่วงต้นและปลายไตรมาส แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของสภาวะตลาดในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 72.76% YoY** อยู่ที่ 164.70 ล้านบาท * **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 8.85% YoY** อยู่ที่ 5,677.42 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 13.67% * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวแรง** จาก 18.46% ในปีก่อน เหลือ 6.87% * **ปริมาณขายลดลง 4.32% YoY** เนื่องจากความต้องการซื้อชะลอตัวจากความผันผวนของราคา * **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 5.53%** จากค่าการตลาดและค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 21.80%** จากการควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานและอื่นๆ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 5,677.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.85% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น 13.67% ซึ่งได้รับอิทธิพลจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงต้นไตรมาสจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 18.46% ในปีก่อน เหลือ 6.87% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่ลดลง 4.32% ประกอบกับทิศทางราคาที่ปรับตัวลดลงในช่วงปลายไตรมาส ส่งผลให้ส่วนต่างราคาแคบลง ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 72.76% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 164.70 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 5.53% จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 21.80% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานและอื่นๆ ## โอกาส * **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น:** แม้จะส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะสั้น แต่หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต * **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารแสดงถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนภายในองค์กร ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน, มาตรการคว่ำบาตร, นโยบาย Zero Covid ของจีน และภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างความผันผวนต่อราคาเหล็กและต้นทุนการผลิต * **อุปสงค์ในตลาดโลกชะลอตัว:** ความต้องการเหล็กที่ลดลงจากอุตสาหกรรมก่อสร้างในจีน และผลกระทบจากมาตรการควบคุมเงินเฟ้อในหลายประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในอนาคต * **ภาวะสินค้าคงคลังส่วนเกิน:** การที่สินค้าจากรัสเซียเข้าไปทุ่มตลาดในจีน และความต้องการที่ลดลง อาจทำให้เกิดภาวะสินค้าคงคลังส่วนเกินในตลาด ซึ่งกดดันราคาและอัตรากำไร * **ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าขนส่ง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศ:** การฟื้นตัวหรือปรับลดลงของราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM * **ปริมาณการขาย:** การฟื้นตัวของอุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะจีน * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต * **นโยบายการเงินของประเทศต่างๆ:** มาตรการควบคุมเงินเฟ้ออาจส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจและอุปสงค์ * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความสามารถในการระบายสินค้าคงคลังที่มีอยู่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) ในไตรมาส 2 ปี 2565 TMT เผชิญกับความท้าทายในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคการผลิตและจำหน่ายเหล็ก แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น 13.67% ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเหล็กทั่วโลก และความกังวลเรื่องการขาดแคลนสินค้าชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้กลับส่งผลให้ **ปริมาณการขายลดลง 4.32%** เนื่องจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอดูทิศทางราคาที่ผันผวน ประเด็นสำคัญคือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมากจาก 18.46% เหลือ 6.87%** ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ราคาขายที่ปรับขึ้นนั้นไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับในช่วงปลายไตรมาส ราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากผลกระทบของการคว่ำบาตรที่ทำให้สินค้าจากรัสเซียไหลเข้าสู่ตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดบริโภคเหล็กที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบกับการ Lockdown ในจีนจากนโยบาย Zero Covid และความต้องการที่ลดลงจากภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีน ยิ่งซ้ำเติมให้เกิดภาวะสินค้าคงคลังส่วนเกินและความต้องการที่ลดลงโดยรวม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 5.53% โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้ยากในสภาวะปัจจุบัน แม้ว่าบริษัทจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารลงได้ 21.80% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานและอื่นๆ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการหดตัวของ GPM ได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารที่ให้มาไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้) ## สรุปท้าย TMT ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กอย่างรุนแรง แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้จากราคาขายที่สูงขึ้น แต่การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญจากการที่ราคาขายไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ประกอบกับปริมาณการขายที่ลดลง และทิศทางราคาที่ปรับตัวลงในช่วงปลายไตรมาส ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก การบริหารจัดการต้นทุนภายในและการติดตามทิศทางราคาและอุปสงค์ในตลาดโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
4,367.23 ล้านบาท
↓ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
237.44 ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.44 %
กำไรสุทธิ
-2.34 ล้านบาท
↓ 92.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.05 %
D/E Ratio
1.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,367
↓ -2.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
237
↑ + 10.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2
↓ -92.4% YoY
D/E Ratio
1.58

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
4,367.23
-2.56%
4,482.18
-0.62%
4,510.18
-6.93%
4,846.14
-13.74%
5,617.87
+48.46%
3,784.14
+0.90%
กำไรขั้นต้น
237.44
+10.44%
214.99
-20.29%
269.70
+11.96%
240.89
-32.88%
358.91
-1.86%
365.71
+100.24%
ค่าใช้จ่ายรวม
-5.80
-222.61%
4.73
-97.82%
217.48
+18.22%
183.96
+18.46%
155.29
+10.04%
141.12
-1.52%
กำไรสุทธิ
-2.34
+92.43%
-30.93
-341.03%
12.83
+126.09%
-49.18
-130.56%
160.91
-7.22%
173.44
+743.99%
กำไรต่อหุ้น
0.00
+91.67%
-0.04
-340.00%
0.02
+126.79%
-0.06
-130.27%
0.19
-7.04%
0.20
+729.17%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
5.44
+13.33%
4.80
-19.73%
5.98
+20.32%
4.97
-22.22%
6.39
-33.85%
9.66
+98.36%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
-0.13
-218.18%
0.11
-97.72%
4.82
+26.84%
3.80
+37.68%
2.76
-26.01%
3.73
-2.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-0.05
+92.75%
-0.69
-346.43%
0.28
+127.72%
-1.01
-135.31%
2.86
-37.55%
4.58
+732.73%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
3.17
+345.74%
-1.29
-112.70%
10.16
+46.82%
6.92
-84.32%
44.12
+149.69%
17.67
+25,142.86%
ROA(%)
2.96
+108.45%
1.42
-78.12%
6.49
+48.17%
4.38
-79.34%
21.20
+130.43%
9.20
+367.01%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.58
-12.22%
1.80
+6.51%
1.69
-5.59%
1.79
+6.55%
1.68
-5.62%
1.78
-14.83%
P/E
34.00
-97.25%
1,235.39
+8,202.35%
14.88
-19.52%
18.49
+218.24%
5.81
-64.31%
16.28
+28.39%
P/BV
0.76
-12.64%
0.87
-45.63%
1.60
-24.17%
2.11
-15.60%
2.50
+20.19%
2.08
+73.33%
BV
3.67
+1.94%
3.60
-5.26%
3.80
+2.98%
3.69
-10.65%
4.13
+19.71%
3.45
+4.23%
YIELD(%)
1.80
-81.15%
9.55
+94.11%
4.92
-70.49%
16.67
+243.71%
4.85
+16.31%
4.17
+373.86%
ราคาหุ้น
2.78
-11.46%
3.14
-48.52%
6.10
-21.79%
7.80
-24.27%
10.30
+43.06%
7.20
+80.90%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.58
ROE (%)
3.17
ROA (%)
2.96
Book Value/หุ้น
3.78

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
4,754.53
-6.33%
5,076.04
-6.47%
5,426.99
-5.23%
5,726.37
-16.64%
6,869.50
+18.67%
5,788.90
+40.88%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
3,483.69
-3.86%
3,623.68
+3.12%
3,514.08
+5.36%
3,335.32
+4.30%
3,197.89
+4.79%
3,051.78
+0.40%
รวมสินทรัพย์
8,238.21
-5.30%
8,699.72
-2.70%
8,941.08
-1.33%
9,061.70
-9.99%
10,067.39
+13.88%
8,840.68
+23.67%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
4,385.81
-11.53%
4,957.40
+14.49%
4,329.80
+8.25%
3,999.68
-13.05%
4,599.96
-3.66%
4,774.48
+49.89%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
656.67
+3.60%
633.83
-50.69%
1,285.32
-29.07%
1,812.07
+5.76%
1,713.42
+93.72%
884.50
-16.43%
รวมหนี้สิน
5,042.48
-9.81%
5,591.23
-0.43%
5,615.12
-3.38%
5,811.76
-7.95%
6,313.38
+11.56%
5,658.98
+33.35%
รวมส่วนของเจ้าของ
3,195.74
+2.81%
3,108.48
-6.54%
3,325.95
+2.34%
3,249.94
-13.43%
3,754.01
+17.99%
3,181.70
+9.52%
D/E
1.58
1.80
1.69
1.79
1.68
1.78
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
3.17
-1.29
10.16
6.92
44.12
17.67
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
2.96
1.42
6.49
4.38
21.20
9.20
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.08
1.02
1.25
1.43
1.49
1.21
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.68
0.54
0.62
0.73
0.76
0.73
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
54.94
48.98
0.00
0.00
48.29
59.93
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
40.82
46.97
0.00
0.00
49.86
45.62
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
8.15
5.00
0.00
0.00
6.72
6.79
วงจรเงินสด
87.62
90.96
0.00
0.00
91.43
98.76
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-399
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+277
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-398.99
-161.25%
651.37
+61.94%
402.22
+504.84%
66.50
-89.99%
664.30
+303.56%
164.61
-83.82%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
277.44
+569.50%
41.44
-84.94%
275.15
+24.41%
221.16
-22.34%
284.78
-250.94%
-188.67
-45.89%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-67.80
-92.56%
-910.92
+17.41%
-775.86
+54.17%
-503.24
+41.01%
-356.88
-139.74%
898.11
-239.29%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-310.37
+129.50%
-135.24
+179.13%
-48.45
-77.53%
-215.58
-136.40%
592.19
-32.25%
874.05
+3,574.02%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
124.99
+36.78%
91.38
-35.39%
141.43
+16.56%
121.34
-89.27%
1,130.67
+340.60%
256.62
+10.22%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
246.02
+96.83%
124.99
+36.78%
91.38
-35.39%
141.43
+16.56%
121.34
-89.27%
1,130.67
+340.60%