บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.46
0.02 (0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3459 out_tok=2224 at=2026-07-26T09:21:03 -->
# TMT กำไร Q1/2566 พุ่ง 61% รับ GPM พลิกบวก-บริหารสต็อกดี
## รายได้วูบแต่กำไรโตแรง! TMT Q1/66 เผยกลยุทธ์คุมต้นทุน-สต็อกดัน GPM พุ่ง 8.62%
บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ TMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 204.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 61.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะลดลง 12.60% สาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลง แต่บริษัทสามารถพลิกฟื้นอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TMT ในไตรมาส 1 ปี 2566 ให้เติบโตถึง 61.30% มาจากการพลิกฟื้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจาก 5.16% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 8.62% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลง 12.60% ก็ตาม ปัจจัยนี้เป็นแรงหนุนหลักที่ชดเชยผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายบริหารระบุว่า การเพิ่มขึ้นของ GPM เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.80% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และที่สำคัญคือการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพของบริษัท ซึ่งช่วยให้ต้นทุนสินค้าปรับตัวได้ทันกับราคาต้นทุนของตลาดมากขึ้นกว่าปีก่อน แม้ว่าราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศจะอ่อนตัวลง 13.33% เนื่องจากความต้องการที่สะสมหลังโควิดสูงกว่าการใช้จริง ประกอบกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่ล่าช้า และความกังวลจากเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์ แต่การบริหารสต็อกที่ดีทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าคู่แข่งหรือสถานการณ์ในอดีต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายบริหารจะระบุว่าทิศทางราคาในไตรมาส 1 ปีนี้เริ่มมีการฟื้นตัวสูงขึ้นกว่าไตรมาส 4 ของปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่ปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะเงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจจีน ยังคงเป็นแรงกดดันต่อความต้องการใช้เหล็กในระยะต่อไป การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพเป็นจุดแข็งที่อาจช่วยรักษา GPM ได้ในระดับหนึ่ง แต่การฟื้นตัวของราคาขายเฉลี่ยจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดว่า GPM จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิโต 61.30% YoY:** อยู่ที่ 204.75 ล้านบาท แม้รายได้รวมลดลง
* **GPM พุ่งแรง:** จาก 5.16% เป็น 8.62% เป็นปัจจัยหลักหนุนกำไร
* **รายได้จากการขายลด 12.60%:** สาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 13.33%
* **ต้นทุนสินค้าควบคุมได้ดี:** จากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น:** ค่าขนส่ง น้ำมัน ค่าซ่อมแซม ค่าพนักงาน และดอกเบี้ยจ่ายปรับสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 5,465.56 ล้านบาท ลดลง 788.21 ล้านบาท หรือ 12.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยถึง 13.33% ซึ่งได้รับแรงกดดันจากราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศที่อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.16% ในปีก่อน เป็น 8.62% ในไตรมาสนี้ ประกอบกับการบริหารปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.80% ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 204.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 61.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของราคาเหล็ก:** ฝ่ายบริหารระบุว่าทิศทางราคาในไตรมาส 1 ปีนี้เริ่มมีการฟื้นตัวสูงขึ้นกว่าไตรมาส 4 ของปีก่อน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อราคาขายเฉลี่ยในอนาคต
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความสามารถในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพเป็นจุดแข็งที่ช่วยควบคุมต้นทุนและรักษา GPM ได้ในสภาวะตลาดผันผวน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเหล็ก:** ราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศยังคงอ่อนไหวต่อปัจจัยต่างๆ เช่น ความต้องการใช้ที่อาจชะลอตัว ความกังวลจากเงินเฟ้อ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** ราคาสินแร่เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กมีแนวโน้มผันผวน นอกจากนี้ ค่าขนส่ง ค่าเชื้อเพลิง ค่าซ่อมแซม และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัท
* **ความล่าช้าของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีน:** นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่ยังไม่ส่งผลในทางปฏิบัติอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้เหล็กในตลาดโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (ASP):** การฟื้นตัวของราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และ GPM
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงคลัง:** ความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการบริหารสต็อกเพื่อควบคุมต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **ปริมาณการขาย:** การเติบโตของปริมาณการขายจะช่วยเสริมรายได้และ GPM
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** ความกังวลด้านเงินเฟ้อ ภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจจีนต่อความต้องการใช้เหล็ก
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 1/2566 TMT เผชิญกับแรงกดดันด้านราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 13.33% YoY เนื่องจากราคาเหล็กในตลาดโลกอ่อนตัวลงจากปัจจัยด้านอุปทานที่สูงกว่าอุปสงค์หลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด ประกอบกับความล่าช้าของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีน และความกังวลจากเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกสถานการณ์ด้วยการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนสินค้าปรับตัวได้ทันกับราคาต้นทุนตลาด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.16% เป็น 8.62% แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.80% YoY แต่การบริหาร GPM ที่ดีนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ถึง 61.30% YoY
ในด้านค่าใช้จ่าย มีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย (5.47 ล้านบาท) จากค่าขนส่งและน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายในการบริหาร (39.23 ล้านบาท) จากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าสำนักงาน และค่าซ่อมแซม นอกจากนี้ ดอกเบี้ยจ่ายยังเพิ่มขึ้น 9.47 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการใช้สินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงกดดันต่อกำไรสุทธิ แต่ถูกชดเชยด้วย GPM ที่แข็งแกร่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
TMT ในไตรมาส 1/2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตราคาเหล็กที่อ่อนตัวลง โดยหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิให้เติบโตถึง 61.30% มาจากการพลิกฟื้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ แม้รายได้จากการขายจะลดลงก็ตาม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเหล็ก ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา การฟื้นตัวของราคาขายเฉลี่ยและการรักษาประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMT ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
4,367.23
ล้านบาท
↓ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
237.44
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.44
%
กำไรสุทธิ
-2.34
ล้านบาท
↓ 92.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.05
%
D/E Ratio
1.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,367
↓ -2.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
237
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2
↓ -92.4%
YoY
D/E Ratio
1.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.58
ROE (%)
3.17
ROA (%)
2.96
Book Value/หุ้น
3.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-399
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+277
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-398.99
-161.25%
|
651.37
+61.94%
|
402.22
+504.84%
|
66.50
-89.99%
|
664.30
+303.56%
|
164.61
-83.82%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
277.44
+569.50%
|
41.44
-84.94%
|
275.15
+24.41%
|
221.16
-22.34%
|
284.78
-250.94%
|
-188.67
-45.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-67.80
-92.56%
|
-910.92
+17.41%
|
-775.86
+54.17%
|
-503.24
+41.01%
|
-356.88
-139.74%
|
898.11
-239.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-310.37
+129.50%
|
-135.24
+179.13%
|
-48.45
-77.53%
|
-215.58
-136.40%
|
592.19
-32.25%
|
874.05
+3,574.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.99
+36.78%
|
91.38
-35.39%
|
141.43
+16.56%
|
121.34
-89.27%
|
1,130.67
+340.60%
|
256.62
+10.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
246.02
+96.83%
|
124.99
+36.78%
|
91.38
-35.39%
|
141.43
+16.56%
|
121.34
-89.27%
|
1,130.67
+340.60%
|