บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.46
0.02 (0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3443 out_tok=2099 at=2026-07-26T09:48:37 -->
# TMT กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 70% รับแรงกดดัน GPM หด-ปริมาณขายวูบ
## รายได้โต 22% สวนทางกำไร เหตุราคาเหล็กผันผวน-ต้นทุนขนส่งพุ่ง
บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ TMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 126.94 ล้านบาท ลดลงถึง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 22.49% เป็น 6,253.77 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ถูกกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และปริมาณการขายที่ลดลง ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามีสาเหตุมาจากความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลกและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ TMT ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และปริมาณการขายที่ลดลง** แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ย
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TMT ลดลง 70.00% YoY ในไตรมาส 1/2565 คือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 14.39% เหลือ 5.16%** และ **ปริมาณการขายที่ลดลง 6.70%** ซึ่งหักล้างผลบวกจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ 22.49%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 22.49% เป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 31.18% จากราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูง อันเป็นผลจากการลดกำลังการผลิตและส่งออกของจีน รวมถึงข้อจำกัดด้านซัพพลายจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อย่างไรก็ตาม แม้ราคาขายจะสูงขึ้น แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลง** เนื่องจากปริมาณการขายโดยรวมภายในประเทศลดลง ประกอบกับทิศทางราคาในช่วงปลายปีที่แล้วต่อเนื่องถึงเดือนที่ 2 ของปีนี้ชะลอตัวลงก่อนจะปรับตัวสูงขึ้นในเดือนที่ 3 ทำให้ส่วนต่างของราคาในช่วงไตรมาส 1/2565 แคบลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายยังเพิ่มขึ้น 8.12% จากค่าขนส่งและน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการกล่าวถึงทิศทางราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวก แต่การที่ส่วนต่างราคาแคบลงในช่วงต้นไตรมาส และปริมาณการขายที่ลดลง ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนโลจิสติกส์ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 70% YoY:** อยู่ที่ 126.94 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2565
* **รายได้จากการขายเพิ่ม 22.49% YoY:** อยู่ที่ 6,253.77 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 31.18%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวแรง:** ลดลงจาก 14.39% เหลือ 5.16%
* **ปริมาณการขายลดลง 6.70% YoY:** เป็นผลจากการบริโภคเหล็กในประเทศที่ชะลอตัว
* **ต้นทุนขนส่งและน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายสูงขึ้น 8.12%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 26.17% YoY:** จากการควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานและอื่นๆ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 6,253.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,148.03 ล้านบาท หรือ 22.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยถึง 31.18% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.39% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 5.16% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ปริมาณการขายลดลง 6.70% ประกอบกับทิศทางราคาเหล็กที่ชะลอตัวในช่วงต้นไตรมาสก่อนจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลาย ส่งผลให้ส่วนต่างราคาแคบลง ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 126.94 ล้านบาท ลดลง 70.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศทรงตัวในระดับสูง:** เป็นปัจจัยหนุนรายได้จากการขาย
* **ข้อจำกัดด้านซัพพลายเหล็กทั่วโลก:** จากนโยบายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของจีน และผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังคงส่งผลให้ปริมาณสินค้าเหล็กทั่วโลกลดลง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเหล็ก:** ทิศทางราคาที่ชะลอตัวในช่วงต้นไตรมาสส่งผลให้ส่วนต่างราคาแคบลง
* **ปริมาณการบริโภคเหล็กในประเทศลดลง:** เป็นปัจจัยกดดันปริมาณการขาย
* **ต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น:** ค่าขนส่งและน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขาย
* **ข้อจำกัดด้านซัพพลาย:** แม้จะเป็นปัจจัยบวกในแง่ราคา แต่ก็อาจส่งผลต่อการจัดหาวัตถุดิบได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศในช่วงไตรมาสถัดไป
* ปริมาณการบริโภคเหล็กในประเทศ และการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม
* ต้นทุนค่าขนส่งและพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อ GPM และค่าใช้จ่ายในการขาย
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความผันผวนของราคาและอุปสงค์
* ผลกระทบจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ต่อซัพพลายและราคาเหล็ก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 1/2565 TMT เผชิญกับความท้าทายด้านอัตรากำไร แม้จะสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ในระดับหนึ่ง แต่การที่ราคาเหล็กมีความผันผวน โดยชะลอตัวในช่วงต้นไตรมาสก่อนจะเร่งตัวขึ้นในเดือนสุดท้าย ส่งผลให้ส่วนต่างราคา (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 14.39% เหลือเพียง 5.16% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิ แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 22.49% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 31.18% ปริมาณการขายที่ลดลง 6.70% สะท้อนถึงอุปสงค์ในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ ต้นทุนค่าขนส่งและน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี โดยลดลงถึง 26.17%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้)
## สรุปท้าย
TMT ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก แม้จะสามารถเพิ่มรายได้จากการขายได้จากการปรับขึ้นของราคาขาย แต่ปริมาณการขายที่ลดลงและส่วนต่างราคาที่แคบลงจากความผันผวนของราคาเหล็ก ประกอบกับต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ได้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
4,367.23
ล้านบาท
↓ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
237.44
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.44
%
กำไรสุทธิ
-2.34
ล้านบาท
↓ 92.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.05
%
D/E Ratio
1.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,367
↓ -2.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
237
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-2
↓ -92.4%
YoY
D/E Ratio
1.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.58
ROE (%)
3.17
ROA (%)
2.96
Book Value/หุ้น
3.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-399
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+277
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-398.99
-161.25%
|
651.37
+61.94%
|
402.22
+504.84%
|
66.50
-89.99%
|
664.30
+303.56%
|
164.61
-83.82%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
277.44
+569.50%
|
41.44
-84.94%
|
275.15
+24.41%
|
221.16
-22.34%
|
284.78
-250.94%
|
-188.67
-45.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-67.80
-92.56%
|
-910.92
+17.41%
|
-775.86
+54.17%
|
-503.24
+41.01%
|
-356.88
-139.74%
|
898.11
-239.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-310.37
+129.50%
|
-135.24
+179.13%
|
-48.45
-77.53%
|
-215.58
-136.40%
|
592.19
-32.25%
|
874.05
+3,574.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.99
+36.78%
|
91.38
-35.39%
|
141.43
+16.56%
|
121.34
-89.27%
|
1,130.67
+340.60%
|
256.62
+10.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
246.02
+96.83%
|
124.99
+36.78%
|
91.38
-35.39%
|
141.43
+16.56%
|
121.34
-89.27%
|
1,130.67
+340.60%
|