THIP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THIP
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
20.90
0.10 (0.48%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจาก ยอดขายเพิ่มขึ้น 35.9% จากการเติบโตขึ้นจากความต้องการของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยการขายต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 269.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.8 ส่วนตลาดในประเทศฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์การระบาดของโค วิด19 ผ่อนคลายลง โดยมีการเติบโตของยอดขายในประเทศ 23.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 โดยผลิตภัณฑ์ที่ เติบโตได้ดีมาจากทั้งกลุ่มถุงและกลุ่มหลอดดูดเครื่องดื่ม ราคาตลาดของเม็ดพลาสติก 1Q/64 ราคาต่ำกว่า 1Q/65 จึงทําให้กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามบริษัทได้ติดตามความเคลื่อนไหวของราคา เม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขายและรักษาระดับกําไรบริษัทมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5159 out_tok=2653 at=2026-07-26T08:19:13 --> # THIP กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 5.2% รับต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าไฟฟ้าพุ่ง ## รายได้รวมโต 8.3% จากตลาดเอเชีย-ออสเตรเลีย แต่ GPM หดตัว เหตุต้นทุนพุ่งสูง บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 363.0 ล้านบาท ลดลง 5.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายรวมจะเติบโต 8.3% จากความต้องการในตลาดเอเชียและออสเตรเลีย รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดในประเทศ แต่กำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลง 2.17% เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่สูงขึ้น ค่าไฟฟ้า และค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ THIP ในปี 2565 ปรับลดลง 2.17% มาอยู่ที่ 19.02% และส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลง 5.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบนำเข้าที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในช่วงปลายปี ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเกิดจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **ราคาวัตถุดิบนำเข้าที่สูงขึ้น** ซึ่งได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น ประการที่สองคือ **ค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น** ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญ และประการสุดท้ายคือ **การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ** ที่มีผลในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ทำให้ GPM ปรับลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตขึ้นก็ตาม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทได้ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขายและรักษาระดับกำไรไว้ และมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน รวมถึงการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบ ค่าเงิน และค่าไฟฟ้า ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 5.2%** อยู่ที่ 363.0 ล้านบาท จาก 382.8 ล้านบาทในปี 2564 * **รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 8.3%** อยู่ที่ 3,292.5 ล้านบาท จาก 3,080.6 ล้านบาทในปี 2564 * **กำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 2.17%** อยู่ที่ 19.02% เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้น * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 11.3%** จากราคาวัตถุดิบนำเข้า ค่าไฟฟ้า และค่าแรงที่ปรับสูงขึ้น * **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 53.5%** จากกำไรจากการปรับปรุงราคาตลาดของเงินลงทุนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงเหลือลดลง 14.7%** ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูป เพื่อเพิ่ม Capacity การจัดเก็บ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 THIP มีรายได้จากการขายสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้น 311.9 ล้านบาท หรือ 8.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่เติบโตขึ้นจากความต้องการของลูกค้าในตลาดเอเชียและออสเตรเลีย ซึ่งการส่งออกเพิ่มขึ้น 218.7 ล้านบาท หรือ 6.6% ขณะที่ตลาดในประเทศฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้ยอดขายในประเทศเติบโต 93.2 ล้านบาท หรือ 19.9% โดยผลิตภัณฑ์ที่เติบโตได้ดีมาจากทั้งกลุ่มถุงและกลุ่มหลอดดูดเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 371.9 ล้านบาท หรือ 11.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่สูงขึ้นจากค่าเงินที่อ่อนค่าลง ค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น และการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 21.19% ในปี 2564 มาอยู่ที่ 19.02% ในปี 2565 ค่าใช้จ่ายขายเพิ่มขึ้น 22.3 ล้านบาท จากค่าขนส่งสินค้าภายในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณธุรกรรมและค่าบริการที่สูงขึ้น รวมถึงการลงทุนด้านบุคลากรเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 15.4 ล้านบาท จากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาวัสดุใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 363.0 ล้านบาท ลดลง 19.8 ล้านบาท หรือ 5.2% เมื่อเทียบกับปี 2564 ## โอกาส * **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศ:** การผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ยอดขายในประเทศเติบโตขึ้น * **ความต้องการในตลาดเอเชียและออสเตรเลีย:** การเติบโตของรายได้จากการส่งออกไปยังภูมิภาคดังกล่าว แสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาด * **การลงทุนเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ:** การวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการใช้วัสดุใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การจัดการสินค้าคงคลังค้างนานออกไป ช่วยเพิ่ม Capacity การจัดเก็บและลดการตั้งสำรองสินค้าเคลื่อนไหวช้า ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบนำเข้า:** การพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากราคาที่ผันผวน * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า * **ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น:** ค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนแรงงาน * **ความไม่แน่นอนของตลาดโลก:** สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้า ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบนำเข้าและผลกระทบจากค่าเงินบาท * การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า * กลยุทธ์การปรับราคาขายเพื่อรักษาระดับกำไรขั้นต้น * ความคืบหน้าในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและการใช้วัสดุใหม่ * แนวโน้มความต้องการสินค้าในตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และตลาดในประเทศ * ประสิทธิภาพของเครื่องมือทางการเงินในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการส่งออกและตลาดในประเทศบ่งชี้ถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและ GPM โดยเฉพาะวัตถุดิบนำเข้าที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท * **GPM:** ปรับลดลงจาก 19.02% ในปี 2565 จาก 21.19% ในปี 2564 เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น * **การส่งออก:** มีการเติบโต 6.6% หรือ 218.7 ล้านบาท โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและออสเตรเลีย * **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลกระทบเชิงลบต่อต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า แต่ฝ่ายจัดการพยายามป้องกันความเสี่ยง * **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 14.7% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นผลจากการจัดการเพื่อเพิ่ม Capacity การจัดเก็บ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 3,025.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.1 ล้านบาท (2.3%) จากปีก่อน * **สินทรัพย์ทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นสุทธิ 218 ล้านบาท จากการลงทุนในหุ้นกู้และกองทุน * **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น:** ลดลง 64.5 ล้านบาท จากการรับชำระเงินที่เร็วขึ้น * **สินค้าคงเหลือ:** ลดลง 108.0 ล้านบาท (14.7%) ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูป * **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 509.8 ล้านบาท ลดลง 133.6 ล้านบาท (20.8%) จากปีก่อน * **เจ้าหนี้การค้า:** ลดลง 88.1 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้ช่วงปลายงวด * **ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายภาษีเงินได้:** ลดลง 30.8 ล้านบาท จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี * **หนี้สินตามสัญญาเช่า:** ลดลง 14.9 ล้านบาท จากการจ่ายค่าเช่า * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 2,515.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 201.7 ล้านบาท (8.7%) จากปีก่อน จากกำไรเบ็ดเสร็จรวมหักเงินปันผลจ่าย * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงจาก 0.30 ในปี 2564 มาอยู่ที่ 0.20 ในปี 2565 ## สรุปท้าย THIP เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในปี 2565 โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบนำเข้าที่สูงขึ้นจากค่าเงินบาทอ่อนค่า ประกอบกับค่าไฟฟ้าและค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงและกระทบต่อกำไรสุทธิ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และการฟื้นตัวในประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนและป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะมีส่วนช่วยรักษาระดับกำไรในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่ยังคงมีอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THIP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,165.77 ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
200.03 ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.16 %
กำไรสุทธิ
40.72 ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49 %
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↓ -4.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
200
↓ -19.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -52.2% YoY
D/E Ratio
0.55

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,165.77
-4.66%
1,222.69
+34.58%
908.55
+11.99%
811.31
-24.63%
1,076.49
+26.76%
849.26
+1.34%
กำไรขั้นต้น
200.03
-19.47%
248.38
+24.91%
198.85
+31.83%
150.83
-40.97%
255.51
+25.28%
203.94
+16.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
130.32
-17.55%
158.07
+31.83%
119.90
+6.82%
112.25
+5.41%
106.49
+24.80%
85.33
+4.00%
กำไรสุทธิ
40.72
-52.18%
85.15
+48.09%
57.50
+59.57%
36.03
-73.11%
133.99
+31.44%
101.94
+22.53%
กำไรต่อหุ้น
0.45
-52.22%
0.95
+48.04%
0.64
+59.75%
0.40
-73.14%
1.49
+31.42%
1.13
+22.62%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
17.16
-15.51%
20.31
-7.22%
21.89
+17.75%
18.59
-21.69%
23.74
-1.12%
24.01
+15.32%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
11.18
-13.53%
12.93
-2.05%
13.20
-4.62%
13.84
+39.94%
9.89
-1.59%
10.05
+2.66%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.49
-49.86%
6.96
+9.95%
6.33
+42.57%
4.44
-64.34%
12.45
+3.75%
12.00
+20.85%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-5.39
-137.07%
14.54
0.00
0.00
-100.00%
8.31
+59.81%
5.20
+173.76%
ROE(%)
7.42
-38.98%
12.16
+8.67%
11.19
-25.60%
15.04
-14.98%
17.69
-2.80%
18.20
+59.23%
ROA(%)
7.72
-36.20%
12.10
+10.30%
10.97
-22.14%
14.09
-16.63%
16.90
-1.57%
17.17
+44.29%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.55
+52.78%
0.36
+80.00%
0.20
0.20
-28.57%
0.28
+12.00%
0.25
+4.17%
P/E
8.10
-4.03%
8.44
-15.85%
10.03
+28.43%
7.81
-4.87%
8.21
+1.61%
8.08
+12.69%
P/BV
0.73
-23.16%
0.95
-7.77%
1.03
-28.97%
1.45
+9.85%
1.32
-5.04%
1.39
+59.77%
BV
30.77
+3.36%
29.77
+3.33%
28.81
+4.46%
27.58
+14.01%
24.19
+1.09%
23.93
+10.89%
YIELD(%)
7.30
+25.00%
5.84
-0.68%
5.88
+34.25%
4.38
4.38
+16.49%
3.76
-43.71%
ราคาหุ้น
22.60
-20.00%
28.25
-5.04%
29.75
-25.63%
40.00
+25.00%
32.00
-3.76%
33.25
+77.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
7.42
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
31.50

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,943.64
+17.82%
2,498.45
+13.53%
2,200.63
+57.95%
1,393.26
-14.06%
1,621.27
+3.95%
1,559.73
+19.80%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,411.27
+11.45%
1,266.32
+31.21%
965.07
-40.86%
1,631.83
+22.17%
1,335.68
+40.33%
951.78
+5.20%
รวมสินทรัพย์
4,354.91
+15.68%
3,764.77
+18.92%
3,165.71
+4.65%
3,025.09
+2.30%
2,956.96
+17.74%
2,511.52
+13.81%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,088.32
+59.43%
682.64
+51.10%
451.77
+4.23%
433.45
-21.74%
553.83
+37.48%
402.85
+17.23%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
461.11
+45.62%
316.65
+348.22%
70.65
-7.57%
76.43
-14.74%
89.65
-5.17%
94.53
+72.74%
รวมหนี้สิน
1,549.42
+55.05%
999.29
+91.28%
522.42
+2.46%
509.89
-20.76%
643.47
+29.37%
497.39
+24.85%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,805.49
+1.45%
2,765.48
+4.62%
2,643.29
+5.09%
2,515.21
+8.72%
2,313.48
+14.86%
2,014.13
+11.38%
D/E
0.55
0.36
0.20
0.20
0.28
0.25
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
7.42
12.16
11.19
15.04
17.69
18.20
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.72
12.10
10.97
14.09
16.90
17.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.70
3.66
4.87
3.21
2.93
3.87
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.45
2.12
3.67
1.75
1.58
2.54
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
53.13
52.26
0.00
0.00
36.98
37.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
90.76
74.05
0.00
0.00
72.11
62.38
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
54.37
44.60
0.00
0.00
39.45
37.96
วงจรเงินสด
89.52
81.71
0.00
0.00
69.65
61.47
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-526
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+351
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-526.05
+1,994.98%
-25.11
-89.49%
-238.81
-205.54%
226.27
+243.09%
65.95
-83.54%
400.74
+51.15%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
351.34
-347.06%
-142.21
-129.50%
482.01
+38.80%
347.28
-159.12%
-587.40
-1,559.38%
40.25
-140.61%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
22.19
-85.52%
153.25
-2.30%
156.85
+79.77%
87.25
+0.01%
87.24
-156.45%
-154.55
+50.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-287.57
+167.73%
-107.41
-128.90%
371.65
-11.20%
418.52
-31,567.67%
-1.33
-100.37%
361.64
+132.01%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%
334.93
+87.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
973.09
+49.61%
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%