THIP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THIP
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
20.90
0.10 (0.48%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจาก ยอดขายเพิ่มขึ้น 35.9% จากการเติบโตขึ้นจากความต้องการของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยการขายต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 269.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.8 ส่วนตลาดในประเทศฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์การระบาดของโค วิด19 ผ่อนคลายลง โดยมีการเติบโตของยอดขายในประเทศ 23.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 โดยผลิตภัณฑ์ที่ เติบโตได้ดีมาจากทั้งกลุ่มถุงและกลุ่มหลอดดูดเครื่องดื่ม ราคาตลาดของเม็ดพลาสติก 1Q/64 ราคาต่ำกว่า 1Q/65 จึงทําให้กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามบริษัทได้ติดตามความเคลื่อนไหวของราคา เม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขายและรักษาระดับกําไรบริษัทมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4918 out_tok=2628 at=2026-07-26T08:48:51 --> # THIP กำไร Q3/2564 ลดลง 9.6% เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-กำลังผลิตชะงัก ## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-กำลังผลิตชะงัก ฉุด GPM THIP หดตัว สวนทางยอดขายโต บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 104.8 ล้านบาท ลดลง 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโต 7.7% โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับกำลังการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ THIP ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้** โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **ราคาวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) ที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 30%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ **อัตรากำลังการผลิตที่ลดลงเล็กน้อย** จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 14.5% สวนทางกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นเพียง 7.7% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 25.82% ใน Q3/2563 มาอยู่ที่ 21.13% ใน Q3/2564 และกำไรสุทธิลดลง 9.6% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเกิดจากสองปัจจัยหลักที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ คือ 1. **ราคาวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) ปรับตัวสูงขึ้น:** จากกราฟแสดงให้เห็นว่าราคาเม็ดพลาสติกหลักเพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีกในช่วงปลายปี 2564 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2565 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต 2. **กำลังการผลิตได้รับผลกระทบจากโควิด-19:** การแพร่ระบาดทำให้กำลังการผลิตลดลงเล็กน้อย ในขณะที่บริษัทมีต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และค่าใช้จ่ายในการป้องกันโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งเริ่มเห็นผลตั้งแต่ปี 2563 และดำเนินการต่อเนื่องในปี 2564 แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและกำลังการผลิตที่ชะงักงันได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเล็กน้อย เนื่องจากในไตรมาสนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ (one-time expense) เหมือนในปีก่อน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาตลาดของเม็ดพลาสติกหลักเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคม 2564** ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้จนถึงไตรมาส 1 ปีหน้า นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เพื่อการส่งออกยังคงเป็นปัญหาทั่วโลกและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นและวงจรเงินสดนานขึ้น แม้ว่าจะมีคำสั่งซื้อลูกค้าเข้ามาต่อเนื่องก็ตาม ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายรวมเติบโต 7.7% YoY** มาอยู่ที่ 1,049.4 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณความต้องการถุงซิปที่เพิ่มขึ้นในตลาดต่างๆ โดยเฉพาะตลาดอเมริกาที่เติบโตถึง 76% * **กำไรสุทธิ Q3/2564 อยู่ที่ 104.8 ล้านบาท ลดลง 9.6% YoY** จาก 115.9 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว 4.7%** มาอยู่ที่ 21.13% เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ * **ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 30%** เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง * **กำลังการผลิตได้รับผลกระทบจากโควิด-19** ทำให้ต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายป้องกันโควิดเพิ่มขึ้น * **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 50%** เป็น 656.6 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ * **เปิดตัวสินค้าใหม่** SunZip Antivirus, Sunmum smart bag และ Sunbin ถุงขยะรีไซเคิล ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 THIP มียอดขายรวม 1,049.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 104.8 ล้านบาท ลดลง 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.82% เป็น 21.13% และอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมลดลงจาก 12.80% เป็น 10.69% สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 ยอดขายรวมเติบโต 15.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบด้านต้นทุนที่กล่าวมา ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดหลัก:** ตลาดอเมริกาแสดงการเติบโตที่แข็งแกร่งถึง 76% ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายตลาด * **การขยายตลาดในประเทศ:** การเน้นสินค้า Own brand และขยายไปยังตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น * **การเพิ่มกำลังการผลิต:** การลงทุนขยายกำลังการผลิตตั้งแต่ต้นปี 2564 จะช่วยรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต * **สินค้าใหม่:** การเปิดตัวสินค้าใหม่ เช่น SunZip Antivirus, Sunmum smart bag และ Sunbin ถุงขยะรีไซเคิล เป็นการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นความเสี่ยงสำคัญต่ออัตรากำไร * **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** ส่งผลกระทบต่อการส่งออก ทำให้สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นและวงจรเงินสดนานขึ้น * **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและต้นทุนการดำเนินงาน * **การแข่งขันในตลาด:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติกในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 ถึงไตรมาส 1 ปี 2565 * ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย เพื่อชดเชยราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น * สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และการขนส่งระหว่างประเทศ * ผลตอบรับและการขยายตลาดของสินค้าใหม่ที่เปิดตัว * การปรับตัวของกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับแผนการผลิตและคำสั่งซื้อ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** กำลังการผลิตได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ลดลงเล็กน้อย ซึ่งส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น เนื่องจากมีต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายป้องกันโควิดเพิ่มขึ้น * **Order Book:** ปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหนุนยอดขาย แต่ก็ส่งผลให้ต้องมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเช่นกัน * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกหลักปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM * **GPM:** ลดลงจาก 25.82% ใน Q3/2563 เป็น 21.13% ใน Q3/2564 เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ * **ส่งออก:** ตลาดอเมริกาเติบโตโดดเด่นถึง 76% แต่ภาพรวมการส่งออกได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ * **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 50% เป็น 656.6 ล้านบาท จากปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และปัญหาการขนส่ง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 2,716.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 50% และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 88.4 ล้านบาทจากการลงทุนขยายกำลังการผลิต นอกจากนี้ มีการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ 102.6 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 539.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 25.8% จากการสั่งซื้อวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,177.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากสิ้นปี 2563 จากการเพิ่มทุนจ่ายหุ้นปันผลและกำไรเบ็ดเสร็จสำหรับงวด 9 เดือน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.24 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ วงจรเงินสดเพิ่มขึ้นจาก 58 วัน เป็น 78 วัน เนื่องจากสินค้าคงคลังหมุนเวียนนานขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ## สรุปท้าย THIP เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในไตรมาส 3 ปี 2564 จากราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและกำลังการผลิตที่ชะงักงัน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว แม้ว่ายอดขายจะยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในตลาดอเมริกา อย่างไรก็ตาม ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบและปัญหาการขนส่งมีแนวโน้มต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่การลงทุนขยายกำลังการผลิตและสินค้าใหม่เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาวได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THIP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,165.77 ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
200.03 ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.16 %
กำไรสุทธิ
40.72 ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49 %
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↓ -4.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
200
↓ -19.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -52.2% YoY
D/E Ratio
0.55

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,165.77
-4.66%
1,222.69
+34.58%
908.55
+11.99%
811.31
-24.63%
1,076.49
+26.76%
849.26
+1.34%
กำไรขั้นต้น
200.03
-19.47%
248.38
+24.91%
198.85
+31.83%
150.83
-40.97%
255.51
+25.28%
203.94
+16.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
130.32
-17.55%
158.07
+31.83%
119.90
+6.82%
112.25
+5.41%
106.49
+24.80%
85.33
+4.00%
กำไรสุทธิ
40.72
-52.18%
85.15
+48.09%
57.50
+59.57%
36.03
-73.11%
133.99
+31.44%
101.94
+22.53%
กำไรต่อหุ้น
0.45
-52.22%
0.95
+48.04%
0.64
+59.75%
0.40
-73.14%
1.49
+31.42%
1.13
+22.62%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
17.16
-15.51%
20.31
-7.22%
21.89
+17.75%
18.59
-21.69%
23.74
-1.12%
24.01
+15.32%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
11.18
-13.53%
12.93
-2.05%
13.20
-4.62%
13.84
+39.94%
9.89
-1.59%
10.05
+2.66%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.49
-49.86%
6.96
+9.95%
6.33
+42.57%
4.44
-64.34%
12.45
+3.75%
12.00
+20.85%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-5.39
-137.07%
14.54
0.00
0.00
-100.00%
8.31
+59.81%
5.20
+173.76%
ROE(%)
7.42
-38.98%
12.16
+8.67%
11.19
-25.60%
15.04
-14.98%
17.69
-2.80%
18.20
+59.23%
ROA(%)
7.72
-36.20%
12.10
+10.30%
10.97
-22.14%
14.09
-16.63%
16.90
-1.57%
17.17
+44.29%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.55
+52.78%
0.36
+80.00%
0.20
0.20
-28.57%
0.28
+12.00%
0.25
+4.17%
P/E
8.10
-4.03%
8.44
-15.85%
10.03
+28.43%
7.81
-4.87%
8.21
+1.61%
8.08
+12.69%
P/BV
0.73
-23.16%
0.95
-7.77%
1.03
-28.97%
1.45
+9.85%
1.32
-5.04%
1.39
+59.77%
BV
30.77
+3.36%
29.77
+3.33%
28.81
+4.46%
27.58
+14.01%
24.19
+1.09%
23.93
+10.89%
YIELD(%)
7.30
+25.00%
5.84
-0.68%
5.88
+34.25%
4.38
4.38
+16.49%
3.76
-43.71%
ราคาหุ้น
22.60
-20.00%
28.25
-5.04%
29.75
-25.63%
40.00
+25.00%
32.00
-3.76%
33.25
+77.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
7.42
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
31.50

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,943.64
+17.82%
2,498.45
+13.53%
2,200.63
+57.95%
1,393.26
-14.06%
1,621.27
+3.95%
1,559.73
+19.80%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,411.27
+11.45%
1,266.32
+31.21%
965.07
-40.86%
1,631.83
+22.17%
1,335.68
+40.33%
951.78
+5.20%
รวมสินทรัพย์
4,354.91
+15.68%
3,764.77
+18.92%
3,165.71
+4.65%
3,025.09
+2.30%
2,956.96
+17.74%
2,511.52
+13.81%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,088.32
+59.43%
682.64
+51.10%
451.77
+4.23%
433.45
-21.74%
553.83
+37.48%
402.85
+17.23%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
461.11
+45.62%
316.65
+348.22%
70.65
-7.57%
76.43
-14.74%
89.65
-5.17%
94.53
+72.74%
รวมหนี้สิน
1,549.42
+55.05%
999.29
+91.28%
522.42
+2.46%
509.89
-20.76%
643.47
+29.37%
497.39
+24.85%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,805.49
+1.45%
2,765.48
+4.62%
2,643.29
+5.09%
2,515.21
+8.72%
2,313.48
+14.86%
2,014.13
+11.38%
D/E
0.55
0.36
0.20
0.20
0.28
0.25
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
7.42
12.16
11.19
15.04
17.69
18.20
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.72
12.10
10.97
14.09
16.90
17.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.70
3.66
4.87
3.21
2.93
3.87
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.45
2.12
3.67
1.75
1.58
2.54
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
53.13
52.26
0.00
0.00
36.98
37.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
90.76
74.05
0.00
0.00
72.11
62.38
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
54.37
44.60
0.00
0.00
39.45
37.96
วงจรเงินสด
89.52
81.71
0.00
0.00
69.65
61.47
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-526
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+351
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-526.05
+1,994.98%
-25.11
-89.49%
-238.81
-205.54%
226.27
+243.09%
65.95
-83.54%
400.74
+51.15%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
351.34
-347.06%
-142.21
-129.50%
482.01
+38.80%
347.28
-159.12%
-587.40
-1,559.38%
40.25
-140.61%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
22.19
-85.52%
153.25
-2.30%
156.85
+79.77%
87.25
+0.01%
87.24
-156.45%
-154.55
+50.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-287.57
+167.73%
-107.41
-128.90%
371.65
-11.20%
418.52
-31,567.67%
-1.33
-100.37%
361.64
+132.01%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%
334.93
+87.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
973.09
+49.61%
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%