บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
20.90
0.10 (0.48%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจาก ยอดขายเพิ่มขึ้น 35.9% จากการเติบโตขึ้นจากความต้องการของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยการขายต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 269.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.8 ส่วนตลาดในประเทศฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์การระบาดของโค วิด19 ผ่อนคลายลง
โดยมีการเติบโตของยอดขายในประเทศ 23.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 โดยผลิตภัณฑ์ที่ เติบโตได้ดีมาจากทั้งกลุ่มถุงและกลุ่มหลอดดูดเครื่องดื่ม
ราคาตลาดของเม็ดพลาสติก 1Q/64 ราคาต่ำกว่า 1Q/65 จึงทําให้กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามบริษัทได้ติดตามความเคลื่อนไหวของราคา เม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขายและรักษาระดับกําไรบริษัทมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5885 out_tok=2502 at=2026-07-26T09:17:36 -->
# THIP กำไร Q1/2566 ดิ่ง 41.5% รับพิษเศรษฐกิจโลกฉุดส่งออกวูบ
## รายได้ต่างประเทศหด 21.4% ฉุดภาพรวมวูบ แต่ยอดขายในประเทศฟื้นตัวดี
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 69.43 ล้านบาท ลดลง 41.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 118.76 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการส่งออกที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ลูกค้าในยุโรปและอเมริกาชะลอการสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม ตลาดในประเทศเริ่มฟื้นตัวได้ดีจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ THIP ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลง 41.53% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **รายได้จากการขายที่ลดลง 17.5%** โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **รายได้จากการขายต่างประเทศที่หดตัวถึง 21.4%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากยอดขายในประเทศที่เติบโตขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การชะลอตัวของรายได้จากการขายต่างประเทศเป็นผลสืบเนื่องมาจาก **ความยืดเยื้อของภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน** ที่ส่งผลกระทบต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ลูกค้าในยุโรปและอเมริกาชะลอการสั่งซื้อสินค้า ในขณะเดียวกัน ตลาดภายในประเทศเริ่มฟื้นตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน หลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลายลง โดยผลิตภัณฑ์ที่เติบโตได้ดีคือ **กลุ่มถุงขยะรีไซเคิลภายใต้แบรนด์ "SUNBIN"** ซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล 100% และได้รับการตอบรับที่ดีจากการขยายฐานลูกค้าและการปรับตัวต่อกระแสรักโลก
นอกจากนี้ รายได้อื่นก็ลดลง 67.31% เนื่องจาก **กำไรจากการปรับปรุงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินลดลง** และ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งเป็นรายการที่ผันผวนตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
ในด้านต้นทุนขาย แม้จะลดลง 17.6% ตามรายได้ที่ลดลง แต่ **ต้นทุนด้านพลังงานกลับสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ราคาวัตถุดิบจะลดลงก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะพยายามขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ และปรับตัวต่อกระแสรักโลก แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อรายได้จากการขายของบริษัท นอกจากนี้ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 อยู่ที่ 69.43 ล้านบาท ลดลง 41.53% YoY** จาก 118.76 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้จากการขายรวมลดลง 17.5% YoY** อยู่ที่ 915.03 ล้านบาท จาก 1,109.3 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายต่างประเทศลดลง 21.4% YoY** เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและสงครามรัสเซีย-ยูเครน
* **ยอดขายในประเทศเติบโต 12.1% YoY** จากการฟื้นตัวหลังโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มถุงขยะรีไซเคิล "SUNBIN"
* **ต้นทุนขายลดลง 17.6%** แต่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อ GPM
* **สินค้าคงคลังลดลง 29%** จากคำสั่งซื้อต่างประเทศที่ลดลง และการบริหารจัดการวัตถุดิบที่มีอยู่
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP มีผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 69.43 ล้านบาท ลดลง 41.53% จาก 118.76 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 915.03 ล้านบาท ลดลง 17.5% จาก 1,109.3 ล้านบาท การลดลงของรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ลูกค้าในยุโรปและอเมริกาชะลอการสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม ยอดขายในประเทศมีการเติบโตที่ดีขึ้น 12.1% จากการฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ถุงขยะรีไซเคิล "SUNBIN" ที่ได้รับการตอบรับที่ดี
ในส่วนของต้นทุนขายลดลง 17.6% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายบริหารมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และกระแสรักโลกที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ถุงขยะรีไซเคิล "SUNBIN"
* **การขยายฐานลูกค้า:** ความพยายามในการขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
* **ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:** การผลิตสินค้าจากวัสดุรีไซเคิล 100% ตอบรับเทรนด์ความยั่งยืนทั่วโลก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อยอดขายในต่างประเทศ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนส่งผลต่อรายได้และกำไรของบริษัท
* **ต้นทุนพลังงาน:** การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนพลังงานส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจโลกและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ต่อกำลังซื้อของลูกค้า
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ
* การตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดในประเทศ
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อผลประกอบการ
* การบริหารจัดการการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายต่างประเทศและสินค้าคงคลังที่ลดลง บ่งชี้ถึงการผลิตที่อาจปรับลดลงตามคำสั่งซื้อ
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การชะลอตัวของคำสั่งซื้อจากยุโรปและอเมริกาเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบลดลง แต่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ทำให้ GPM ได้รับผลกระทบ
* **GPM:** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่ระบุว่า "กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ปี 2565 ถึงแม้ราคาวัตถุดิบจะลดลง แต่เนื่องจากบริษัทมีต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น" บ่งชี้ว่า GPM อาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย
* **ส่งออก:** ลดลง 21.4% YoY เป็นปัจจัยลบหลัก
* **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 10.45 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 29% จากผลกระทบคำสั่งซื้อต่างประเทศที่ลดลง และการบริหารจัดการวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 3,015.1 ล้านบาท ลดลง 0.3% จากสิ้นปี 2565
* **สินค้าคงเหลือ:** ลดลง 118.5 ล้านบาท (29%) จากคำสั่งซื้อต่างประเทศลดลง และราคาวัตถุดิบลดลง
* **สินทรัพย์ถาวรสุทธิ:** ลดลงจากการเสื่อมราคาและการตัดจำหน่าย
* **ลูกหนี้การค้า:** ลดลงเล็กน้อย แม้ลูกหนี้ในประเทศเพิ่มขึ้น
* **เงินลงทุน:** เพิ่มขึ้น 88.4 ล้านบาท ในหุ้นกู้และกองทุนต่างประเทศ
* **หนี้สินรวม:** 435.8 ล้านบาท ลดลง 14.5% จากสิ้นปี 2565 จากค่าใช้จ่ายค้างจ่ายและเจ้าหนี้การค้าลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 2,579.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากสิ้นปี 2565 จากกำไรเบ็ดเสร็จรวม
## สรุปท้าย
THIP เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้จากการขายต่างประเทศในไตรมาส 1 ปี 2566 หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดขายในประเทศจะเติบโตได้ดีจากผลิตภัณฑ์ถุงขยะรีไซเคิล "SUNBIN" แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากตลาดส่งออกได้ทั้งหมด ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนต้องจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและคำสั่งซื้อจากต่างประเทศอย่างใกล้ชิด รวมถึงความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THIP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,165.77
ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
200.03
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.16
%
กำไรสุทธิ
40.72
ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↓ -4.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
200
↓ -19.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -52.2%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THIP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
7.42
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
31.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THIP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-526
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+351
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THIP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-526.05
+1,994.98%
|
-25.11
-89.49%
|
-238.81
-205.54%
|
226.27
+243.09%
|
65.95
-83.54%
|
400.74
+51.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
351.34
-347.06%
|
-142.21
-129.50%
|
482.01
+38.80%
|
347.28
-159.12%
|
-587.40
-1,559.38%
|
40.25
-140.61%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
22.19
-85.52%
|
153.25
-2.30%
|
156.85
+79.77%
|
87.25
+0.01%
|
87.24
-156.45%
|
-154.55
+50.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-287.57
+167.73%
|
-107.41
-128.90%
|
371.65
-11.20%
|
418.52
-31,567.67%
|
-1.33
-100.37%
|
361.64
+132.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
650.42
-32.63%
|
965.43
+242.21%
|
282.12
+17.53%
|
240.05
-65.54%
|
696.57
+107.97%
|
334.93
+87.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
973.09
+49.61%
|
650.42
-32.63%
|
965.43
+242.21%
|
282.12
+17.53%
|
240.05
-65.54%
|
696.57
+107.97%
|