THIP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THIP
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
20.90
0.10 (0.48%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจาก ยอดขายเพิ่มขึ้น 35.9% จากการเติบโตขึ้นจากความต้องการของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยการขายต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 269.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.8 ส่วนตลาดในประเทศฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์การระบาดของโค วิด19 ผ่อนคลายลง โดยมีการเติบโตของยอดขายในประเทศ 23.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 โดยผลิตภัณฑ์ที่ เติบโตได้ดีมาจากทั้งกลุ่มถุงและกลุ่มหลอดดูดเครื่องดื่ม ราคาตลาดของเม็ดพลาสติก 1Q/64 ราคาต่ำกว่า 1Q/65 จึงทําให้กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามบริษัทได้ติดตามความเคลื่อนไหวของราคา เม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขายและรักษาระดับกําไรบริษัทมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5209 out_tok=2822 at=2026-07-26T09:07:22 --> # THIP Q2/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 62.3% รับอานิสงส์ยอดขายต่างประเทศฟื้นตัว ## รายได้รวมโต 15.6% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 101 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนเม็ดพลาสติกสูงขึ้นแต่บริหารจัดการได้ บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 101.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 15.6% จากความต้องการของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดในประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ THIP ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 62.3% หรือ 38.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเม็ดพลาสติกจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไว้ได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ:** ความต้องการสินค้าของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ยอดขายต่างประเทศเติบโตถึง 15.3% หรือ 120.9 ล้านบาท * **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายในประเทศเติบโต 17.8% หรือ 21.4 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ที่เติบโตได้ดีมาจากทั้งกลุ่มถุงและกลุ่มหลอดดูดเครื่องดื่ม * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ว่าราคาเม็ดพลาสติกจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายให้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ที่เติบโต (ลดลง 2.7% เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อรายได้) โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 20.1% เพิ่มขึ้น 2.7% จากไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาเม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขาย และการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน * **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น:** รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 64.13% ส่วนหนึ่งมาจากผลกำไรจากการปรับปรุงราคาตลาดของเงินลงทุน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศและการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตของยอดขาย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากรายการปรับปรุงราคาตลาดของเงินลงทุนและผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจมีความผันผวนได้ บริษัทได้พยายามป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและเลือกสินทรัพย์ลงทุนอย่างระมัดระวัง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/2565 พุ่ง 62.3% YoY** แตะ 101.0 ล้านบาท จาก 62.3 ล้านบาทใน Q2/2564 * **รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 15.6% YoY** เป็น 978.0 ล้านบาท จาก 855.7 ล้านบาท * **ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น 15.3% YoY** จากความต้องการในยุโรป อเมริกา และเอเชีย * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่งที่ 20.1%** เพิ่มขึ้น 2.7% YoY แม้ราคาเม็ดพลาสติกสูงขึ้น * **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 9.1%** ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 11.8% YoY** สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นและราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลง ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 101.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.12 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.43 บาทในปีก่อน รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 978.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% YoY จาก 855.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 15.3% และยอดขายในประเทศที่ฟื้นตัว 17.8% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 11.8% สอดคล้องกับปริมาณการขายและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 20.1% ซึ่งสูงกว่าปีก่อน 2.7% รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 64.13% ส่วนใหญ่มาจากผลกำไรจากการปรับปรุงราคาตลาดของเงินลงทุน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดโลก:** ความต้องการสินค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสในการขยายยอดขายอย่างต่อเนื่อง * **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ หนุนการบริโภคภายในประเทศ * **การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต:** แผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาระดับกำไร * **การลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่:** การลงทุนด้านบุคลากรและการวิจัยและพัฒนาเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต เป็นการสร้างโอกาสการเติบโตระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** รายได้และผลกำไรจากรายการที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด * **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าในระยะต่อไป * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา * ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก) และการปรับราคาขายให้สอดคล้องกัน * ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้และกำไร * ความคืบหน้าของการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต * การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดขายเติบโต 15.6% และมีการเพิ่มสินค้าคงคลังเพื่อสนับสนุนการผลิต บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศและในประเทศ สะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่มีอยู่ * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกหลักมีแนวโน้มสูงขึ้นในไตรมาส 2/2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการ GPM ได้ดี โดย GPM อยู่ที่ 20.1% เพิ่มขึ้น 2.7% * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 20.1% เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับ Q2/2564 แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย * **การส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 15.3% หรือ 120.9 ล้านบาท เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก * **ค่าเงิน:** มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 2.5 ล้านบาท แต่ฝ่ายจัดการระบุว่ารายการนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดและบริษัทพยายามป้องกันความเสี่ยง * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 9.1% หรือ 66.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูป (50.6 ล้านบาท) และวัตถุดิบ (22.4 ล้านบาท) เพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีการลงทุนสุทธิในเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 30.5 ล้านบาท ทำให้เงินสดลดลงและเพิ่มขึ้นในกลุ่มเงินลงทุน ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 66.6 ล้านบาท (9.1%) ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบ หนี้สินรวมอยู่ที่ 720.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% จากสิ้นปี 2564 โดยเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 86 ล้านบาท สอดคล้องกับการซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และตั๋วสัญญาใช้เงินจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,375.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปี 2564 จากยอดกำไรเบ็ดเสร็จสำหรับไตรมาส 2/2565 อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ: * อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): 20.1% (เพิ่มขึ้น 2.7% YoY) * อัตรากำไรสุทธิ (NPM): 10.3% (เพิ่มขึ้น 2.7% YoY) * อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE): 11.2% (เพิ่มขึ้น 3.7% YoY) * อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E): 0.30 เท่า (เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.29 เท่า ณ สิ้นปี 2564) ## สรุปท้าย THIP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 62.3% จากการฟื้นตัวของยอดขายในตลาดต่างประเทศและในประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ทำได้ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขยายธุรกิจในอนาคต เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THIP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,165.77 ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
200.03 ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.16 %
กำไรสุทธิ
40.72 ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49 %
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↓ -4.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
200
↓ -19.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -52.2% YoY
D/E Ratio
0.55

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,165.77
-4.66%
1,222.69
+34.58%
908.55
+11.99%
811.31
-24.63%
1,076.49
+26.76%
849.26
+1.34%
กำไรขั้นต้น
200.03
-19.47%
248.38
+24.91%
198.85
+31.83%
150.83
-40.97%
255.51
+25.28%
203.94
+16.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
130.32
-17.55%
158.07
+31.83%
119.90
+6.82%
112.25
+5.41%
106.49
+24.80%
85.33
+4.00%
กำไรสุทธิ
40.72
-52.18%
85.15
+48.09%
57.50
+59.57%
36.03
-73.11%
133.99
+31.44%
101.94
+22.53%
กำไรต่อหุ้น
0.45
-52.22%
0.95
+48.04%
0.64
+59.75%
0.40
-73.14%
1.49
+31.42%
1.13
+22.62%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
17.16
-15.51%
20.31
-7.22%
21.89
+17.75%
18.59
-21.69%
23.74
-1.12%
24.01
+15.32%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
11.18
-13.53%
12.93
-2.05%
13.20
-4.62%
13.84
+39.94%
9.89
-1.59%
10.05
+2.66%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.49
-49.86%
6.96
+9.95%
6.33
+42.57%
4.44
-64.34%
12.45
+3.75%
12.00
+20.85%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-5.39
-137.07%
14.54
0.00
0.00
-100.00%
8.31
+59.81%
5.20
+173.76%
ROE(%)
7.42
-38.98%
12.16
+8.67%
11.19
-25.60%
15.04
-14.98%
17.69
-2.80%
18.20
+59.23%
ROA(%)
7.72
-36.20%
12.10
+10.30%
10.97
-22.14%
14.09
-16.63%
16.90
-1.57%
17.17
+44.29%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.55
+52.78%
0.36
+80.00%
0.20
0.20
-28.57%
0.28
+12.00%
0.25
+4.17%
P/E
8.10
-4.03%
8.44
-15.85%
10.03
+28.43%
7.81
-4.87%
8.21
+1.61%
8.08
+12.69%
P/BV
0.73
-23.16%
0.95
-7.77%
1.03
-28.97%
1.45
+9.85%
1.32
-5.04%
1.39
+59.77%
BV
30.77
+3.36%
29.77
+3.33%
28.81
+4.46%
27.58
+14.01%
24.19
+1.09%
23.93
+10.89%
YIELD(%)
7.30
+25.00%
5.84
-0.68%
5.88
+34.25%
4.38
4.38
+16.49%
3.76
-43.71%
ราคาหุ้น
22.60
-20.00%
28.25
-5.04%
29.75
-25.63%
40.00
+25.00%
32.00
-3.76%
33.25
+77.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
7.42
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
31.50

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,943.64
+17.82%
2,498.45
+13.53%
2,200.63
+57.95%
1,393.26
-14.06%
1,621.27
+3.95%
1,559.73
+19.80%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,411.27
+11.45%
1,266.32
+31.21%
965.07
-40.86%
1,631.83
+22.17%
1,335.68
+40.33%
951.78
+5.20%
รวมสินทรัพย์
4,354.91
+15.68%
3,764.77
+18.92%
3,165.71
+4.65%
3,025.09
+2.30%
2,956.96
+17.74%
2,511.52
+13.81%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,088.32
+59.43%
682.64
+51.10%
451.77
+4.23%
433.45
-21.74%
553.83
+37.48%
402.85
+17.23%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
461.11
+45.62%
316.65
+348.22%
70.65
-7.57%
76.43
-14.74%
89.65
-5.17%
94.53
+72.74%
รวมหนี้สิน
1,549.42
+55.05%
999.29
+91.28%
522.42
+2.46%
509.89
-20.76%
643.47
+29.37%
497.39
+24.85%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,805.49
+1.45%
2,765.48
+4.62%
2,643.29
+5.09%
2,515.21
+8.72%
2,313.48
+14.86%
2,014.13
+11.38%
D/E
0.55
0.36
0.20
0.20
0.28
0.25
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
7.42
12.16
11.19
15.04
17.69
18.20
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.72
12.10
10.97
14.09
16.90
17.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.70
3.66
4.87
3.21
2.93
3.87
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.45
2.12
3.67
1.75
1.58
2.54
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
53.13
52.26
0.00
0.00
36.98
37.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
90.76
74.05
0.00
0.00
72.11
62.38
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
54.37
44.60
0.00
0.00
39.45
37.96
วงจรเงินสด
89.52
81.71
0.00
0.00
69.65
61.47
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-526
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+351
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-526.05
+1,994.98%
-25.11
-89.49%
-238.81
-205.54%
226.27
+243.09%
65.95
-83.54%
400.74
+51.15%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
351.34
-347.06%
-142.21
-129.50%
482.01
+38.80%
347.28
-159.12%
-587.40
-1,559.38%
40.25
-140.61%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
22.19
-85.52%
153.25
-2.30%
156.85
+79.77%
87.25
+0.01%
87.24
-156.45%
-154.55
+50.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-287.57
+167.73%
-107.41
-128.90%
371.65
-11.20%
418.52
-31,567.67%
-1.33
-100.37%
361.64
+132.01%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%
334.93
+87.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
973.09
+49.61%
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%